อัลกอริทึมสะบั้นมิติ: เกมเมอร์สายบั๊กกับหอคอยไร้จุดจบ•ตอนที่ 3

อัศวินในความทรงจำที่บิดเบี้ยว

ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและเศษซากอิฐที่ถูกเผาไหม้ลอยอบอวลอยู่ในความมืดทึบของชั้นที่สาม เรย์กวาดสายตามองหน้าจอสถานะโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ข้อมูลโค้ดชุดหนึ่งกำลังกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน บ่งบอกว่าความเสถียรของพื้นที่บริเวณนี้ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ สำนึกแห่งความเป็นเกมเมอร์อัจฉริยะบอกเขาว่า ซากปรักหักพังตรงหน้าไม่ใช่ร่องรอยของสงครามโบราณธรรมดา หากแต่มันคือ "บั๊ก" ขนาดใหญ่ที่ถูกระบบของหอคอยกลบฝังเอาไว้ใต้พรม ทว่า เสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องลึก กลับดึงสมาธิของเขากลับมาสู่ความเป็นจริง *แกร๊ง... ครืด...* เสียงเหล็กกระทบกับพื้นหินดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ไร้สมองที่เดินอย่างไร้จุดหมาย แต่เป็นย่างก้าวที่มีระเบียบวินัยและผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวขยับเคาะเบาๆ บนอากาศเสมือนกำลังพิมพ์คำสั่งชุดคำสั่งบางอย่างเพื่อวิเคราะห์คลื่นพลังงานที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ "ใครกัน..." เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตื่นตระหนก มีเพียงความระแวดระวังตามสัญชาตญาณของคนที่เคยผ่านความตายมาแล้ว ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงสีเงินยวดยวงก็สาดส่องทะลุผ่านกลุ่มควันจางๆ ร่างหุ้มเกราะเหล็กกล้าสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ดวงตาภายใต้หมวกเหล็กอัศวินคู่นั้นไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัว ทว่ากลับเต็มไปด้วยประกายแสงสีฟ้าประหลาดที่กำลังเต้นระบำอย่างผิดธรรมชาติ มันคือร่องรอยของคำสั่งโปรแกรมที่ถูกเขียนทับ—เรย์จำลักษณะนี้ได้ทันทีจากฐานข้อมูลในความทรงจำ "ผู้บุกรุกเขตหวงห้าม..." น้ำเสียงของอัศวินสาวดังลอดออกมาจากหมวกเหล็ก มันแหบพร่าและเย็นชา ราวกับถูกตั้งค่าให้พูดประโยคเดิมซ้ำๆ นับร้อยครั้ง "จง... ถอยไป... มิฉะนั้น ข้าจะถือว่าเจ้าคือภัยคุกคามต่ออาณาจักร" ดาบใหญ่ในมือของเธอถูกยกขึ้นตั้งรับอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าการยืนมั่นคงไร้ช่องโหว่ แม้สภาพเกราะจะมีรอยบุบสลายและคราบเขม่าดินปืนเต็มไปหมด แต่รัศมีพลังมานาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับรุนแรงจนทำให้อากาศรอบข้างบิดเบี้ยว เรย์ไม่ได้ขยับถอยหลัง เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง ประเมินค่าพลังโจมตีที่ระบบคำนวณให้เห็นเป็นตัวเลขสีแดงฉานลอยอยู่เหนือศีรษะของเธอ *เลเวลสูงกว่าเขาถึงสามเท่า* แถมสถานะปัจจุบันยังถูกควบคุมด้วยคำสั่งบังคับบางอย่างที่ฝังอยู่ลึกในจิตสำนึก "อาณาจักรที่ว่านั่น... ถูกลบไปจากระบบตั้งแต่สองร้อยปีก่อนแล้วนะ คุณอัศวิน" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "การมายืนเฝ้าซากปรักหักพังที่ไม่มีอยู่จริงด้วยคำสั่งที่ถูกเขียนทับ มันไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเลยหรือไง" คำพูดของเรย์ทำให้ร่างในชุดเกราะชะงักไปเล็กน้อย ดาบใหญ่ในมือสั่นเทาขึ้นมาวูบหนึ่ง ราวกับว่าจิตใต้สำนึกที่แท้จริงกำลังพยายามต่อสู้กับโปรแกรมควบคุมที่ฝังรากลึก "เจ้า... พูดเรื่องอะไรกัน" เอลาร่ากัดฟันกรอด เสียงของเธอเริ่มมีความสั่นเครือปะปนเข้ามา ความทรงจำที่กระจัดกระจายราวกับไฟล์ข้อมูลที่เสียหายกำลังตีรวนอยู่ในหัวของเธอ "ข้า... ข้าคือผู้ปกป้อง... ข้าต้องปกป้องประตูนี้..." "เธอไม่ได้ปกป้องอะไรเลย เอลาร่า" เรย์ตัดสินใจเรียกชื่อเธอตามข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอระบบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย แฝงไปด้วยความอบอุ่นที่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยได้แสดงออกบ่อยนัก "สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้ เป็นเพียงการรันลูปคำสั่งที่ไร้ความหมายเพื่อสนองระบบที่ฉีกทลายต่างหาก" "หุบปากซะ!" เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น พร้อมๆ กับร่างของเอลาร่าที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง ประกายไฟจากการเสียดสีกับพื้นหินสว่างวาบในความมืด ดาบใหญ่ถูกเหวี่ยงฟันลงมาด้วยพละกำลังมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า *เปรี้ยง!* เรย์ไม่หลบ เขาเลือกที่จะใช้ไหวพริบและช่องว่างของสถาปัตยกรรมรอบตัว ดีดตัวหลบไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว แรงลมจากการโจมตีเฉือนเข้าที่แก้มของเขางิดๆ จนเกิดรอยแผลจางๆ และหยดเลือดสีแดงสดซึมออกมา แต่เขากลับไม่สนใจรอยแผลนั้น สายตาของเขาจ้องมองลึกลงไปที่แผงวงจรมานาบนเกราะด้านหลังของเธอ *ช่องโหว่ตรงนั้นสินะ...* ในจังหวะที่เอลาร่ากำลังเสียหลักจากการฟันดาบพลาดเป้า เรย์พุ่งเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วสูงสุด มือข้างหนึ่งคว้าจับเข้าที่รอยต่อของเกราะบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นจุดที่โค้ดคำสั่งถูกเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณโดยตรง ปลายนิ้วของเขาเรืองแสงสีฟ้าอ่อน ปลดปล่อยชุดคำสั่งลัดเข้าไปแทรกแซงระบบภายในเสี้ยววินาที "อึก... นี่มันอะไรกัน!" เอลาร่าเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เมื่อความรู้สึกบางอย่างที่เธอสูญเสียไปนานแสนนาน—ความรู้สึกของการมีชีวิต—ไหลทะลักกลับคืนสู่ร่าง "ยินดีต้อนรับกลับสู่โลกแห่งความจริงนะ" เรย์กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะที่แสงสีแดงแห่งการควบคุมในดวงตาของอัศวินสาวค่อยๆ จางหายไป เปลี่ยนเป็นประกายสีฟ้าใสบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยความตื่นรู้ ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้พูดอะไรต่อ ความเงียบงันโดยรอบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ พื้นดินใต้เท้าของซากปรักหักพังเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน [คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงระดับวิกฤต!] [ระบบความปลอดภัยของหอคอยชั้นที่ 3 กำลังถูกรีเซ็ต...] [แจ้งเตือนพิเศษ: บอสลับแห่งซากปรักหักพัง "ผู้กลืนกินมิติ" ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ณ พิกัดปัจจุบัน!] ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสะบั้นมิติ: เกมเมอร์สายบั๊กกับหอคอยไร้จุดจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%