ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากเตาดินเหนียว ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและไขมันหมูที่เจียวจนเหลืองกรอบ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวแคบๆ ในบ้านพักคนงานเหมืองยุค 70
หลินเฟยอวี่ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก ปลดปล่อยลมหายใจเบาๆ ออกมา ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองวัตถุดิบในมิติฟาร์มที่นางเพิ่งแอบหยิบฉวยออกมาอย่างแนบเนียน—หมูสามชั้นติดมันชั้นดีที่อวบอ้วน ซอสถั่วเหลืองหมักโบราณ น้ำตาลกรวดสีทอง และขิงแก่แผ่นหนา ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับการรังสรรค์ "หมูพะโล้ตุ๋นน้ำแดง" และ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" เพื่อเยียวยาสภาพร่างกายที่ผอมโซของสามี
เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบเชียบดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม โจวหยางก้าวเข้ามาในห้องครัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมทำงานเปื้อนฝุ่นเหมืองหยุดชะงักลง ดวงตาคมกริบที่มักจะเรียบนิ่งและเย็นชาเสมอเมื่อเผชิญหน้ากับโลกภายนอก บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
เขากวาดตามองร่างบางที่กำลังงวดยู่กับกระทะเหล็ก กลิ่นหอมล้ำลึกที่ลอยอวลเตะจมูกทำให้สัญชาตญาณดิบของชายชาติทหารตื่นตัว มันไม่ใช่กลิ่นอาหารยถากรรมแบบที่ชาวบ้านแถบนี้กินกัน—แป้งข้าวโพดหยาบๆ กับผักต้มไร้น้ำมัน—แต่มันคือกลิ่นอายของความอุดมสมบูรณ์ที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี
"คุณ... กำลังทำอะไรหรือคะ?" โจวหยางเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแห้งผากด้วยความเหนื่อยล้า แต่แฝงความระแวดระวังตามวิสัยของอดีตหน่วยพิเศษ
เฟยอวี่ชะงักมือเล็กน้อย หันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาฉลาดเฉลียวพราวระยับราวกับเซียนสาวผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
"ก็แค่มื้อเย็นธรรมดาค่ะ สามีภรรยาทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน จะให้กินเศษผักต้มวิญญาณหมูได้อย่างไรกันคะ? นั่งลงเถอะค่ะ อีกเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้เขาปฏิเสธ
โจวหยางยืนนิ่งงันอยู่กับที่ สมองของอดีตทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกำลังประมวลผล หญิงสาวตรงหน้า—ภรรยาที่ถูกครอบครัวฝั่งโน้นบังคับให้แต่งงานเข้ามาเพื่อเป็นภาระ และเคยเอาแต่ร้องห่มร้องไห้หวาดกลัวเขา—ในวันนี้กลับมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากระตุกวูบ
เขายังจำสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของญาติๆ ฝั่งนั้นได้ดี แต่เฟยอวี่ในยามนี้กลับสงบนิ่ง ท่วงท่าคล่องแคล่วราวกับคุณหญิงในห้องหอที่ฝึกฝนงานครัวมาอย่างดี ทั้งที่มือเรียวคู่นั้นเคยบอบบางเกินกว่าจะจับตะหลิว
"คุณ... ไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนี้หรอกครับ เดี๋ยวมืดค่ำแล้ว..." โจวหยางขยับตัวเล็กน้อย พยายามหลบสายตาที่พุ่งตรงมายังเขาอย่างรู้ทัน
"ลำบากอะไรกันคะ?" เฟยอวี่หรี่ตามองเล็กน้อย ก่อนจะตักน้ำซุปสีขาวขุ่นเข้มข้นใส่ชามกระเบื้องเคลือบเก่าๆ กลิ่นหอมของรากบัวและกระดูกหมูพุ่งทะลักเข้าปะทะจมูกทันทีจนชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว "จำไว้ว่าฉันคือภรรยาของคุณ การดูแลสามีให้มีร่างกายกำยำแข็งแรง เพื่อจะได้มีแรงปกป้องฉันจากพวกเหลือบไรพวกนั้น... เป็นหน้าที่ที่ฉันเต็มใจทำค่ะ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาแต่แฝงความนัยอันทรงพลัง ทำให้โจวหยางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ใบหน้าคมคายที่ผ่านแดดลมจนกร้านขึ้นสีแดงจางๆ อย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยชินกับการมีใครมาใส่ใจ... ยิ่งเป็นเรื่องปากท้องและความเป็นอยู่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เฟยอวี่ไม่รอให้เขาได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ อีก นางตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวสารเกรดพรีเมียมในมิติฟาร์ม เมล็ดอวบอ้วนขึ้นเงาสวยงาม วางลงตรงหน้าเขา ตามด้วยถ้วยหมูพะโล้สีแดงฉ่ำน้ำราดส่งกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอ และชามซุปรากบัวตุ๋นยาจีนที่ส่งควันกรุ่น
"ลองชิมดูค่ะ" นางนั่งลงฝั่งตรงข้าม ใช้คางเรียวสวยมนพยักพเยิดไปยังตะเกียบไม้ไผ่ "ฝีมือของฉัน รับรองว่าไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่ค่ะ"
โจวหยางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขายกตะเกียบขึ้นคีบชิ้นหมูสามชั้นที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก หนังหมูเด้งสู้ฟัน ไขมันละมุนลิ้นไร้ซึ่งกลิ่นสาบ รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมซึมลึกถึงเนื้อใน ตัดเลี่ยนด้วยความหอมของขิงและเครื่องเทศ ทันทีที่รสสัมผัสแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ดวงตาคมกริบของอดีตทหารหน่วยพิเศษก็ฉายแววตะลึงงันอย่างปิดไม่มิด
นี่มัน... รสชาติอะไรกัน? ตั้งแต่เกิดมา โจวหยางไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยล้ำลึกถึงเพียงนี้มาก่อน ราวกับความเหนื่อยล้าจากการขุดเหมืองนับสิบชั่วโมงถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านจากกระเพาะอาหารตรงดิ่งเข้าสู่ขั้วหัวใจที่เคยหนาวเหน็บ
เฟยอวี่มองปฏิกิริยาของสามีด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก นางรู้ดีว่ากระเพาะคือประตูสู่หัวใจของผู้ชายสายซัพพอร์ตคนนี้ โจวหยางอาจจะเป็นคนพูดน้อยและแข็งกระด้างต่อโลกภายนอก แต่ภายใต้เกราะหนานั้น ซ่อนหัวใจที่โหยหาความอบอุ่นมาเนิ่นนาน
"อร่อยไหมคะ?" นางถามย้ำ น้ำเสียงเจือความขี้เล่นเล็กน้อย
"อร่อย..." โจวหยางตอบเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาที่มองนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่อารมณ์ความรู้สึกขอบคุณ แต่มันคือประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นด้วยความหลงใหลและความหวงแหนอย่างรุนแรง
ทว่า บรรยากาศอันแสนอบอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ กลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหันด้วยเสียงทุบประตูกระท่อมด้านนอกอย่างรุนแรง และเสียงแหลมแสบแก้วหูของป้าสะใภ้จอมตระหนี่ที่ตะโกนเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด
"โจวหยาง! หลินเฟยอวี่! พวกแกสองคนตายกันไปแล้วหรือไงวะ! ทำไมกลิ่นหอมอะไรขนาดนี้ ลักลอบซ่อนอาหารดีๆ กินกันเองสินะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถือว่าพวกแกติดหนี้บุญคุณครอบครัวเรา ต้องแบ่งอาหารนี้มาครึ่งหนึ่งเป็นค่าทำขวัญ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยอวี่เลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตคู่นั้นหรี่แคบลง รังสีความเย็นชาและอำนาจกดดันระดับเซียนปรุงยาพวยพุ่งออกมาจากร่างระหงทันที
โจวหยางวางตะเกียบลงช้าๆ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นมาทันที แววตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกรบกวนเวลากินอาหาร เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการ แต่เฟยอวี่กลับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของเขาไว้เบาๆ
นางส่ายหน้าเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ "นั่งลงเถอะค่ะสามี... มื้ออาหารแสนอร่อยของเรา ยังมีเรื่องสนุกๆ ให้ชมเป็นของหวานหลังจานหลักอีกเยอะค่ะ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ!
เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 7
อาหารมื้อแรกแห่งความอบอุ่น
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!