ไอร้อนระอุจากเตาหลอมในมิติฟาร์มยังคงลอยกรุ่นติดปลายจมูก ทว่ายามนี้หลินเฟยอวี่ต้องดึงสติกลับมาสู่โลกแห่งความจริงในยุค 70 อันแห้งแล้ง หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่า ร่องรอยการปรุงโอสถทิพย์เมื่อครู่เกือบจะสร้างหายนะให้แก่ความลับสุดยอด หากโชคไม่ดี โจวหยางสามีผู้มีประสาทสัมผัสเฉียบคมราcสัตว์ป่าอาจสังเกตกลิ่นอายที่ผิดแปลกนี้ได้
"เฟยอวี่... เหมืองทางเหนือเพิ่งระเบิดหินชุดใหญ่ วันนี้ฉันได้เศษไม้สนหอมมาหลายท่อน เธอเอาไว้ผิงไฟเถอะ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นที่หน้าประตู โจวหยางก้าวเข้ามาในห้องครัวคับแคบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทำงานเปื้อนฝุ่นดินกลิ่นอายบุรุษเพศอบอวลไปด้วยความแข็งแกร่ง เขาวางท่อนไม้สนลงอย่างเบามือ
หลินเฟยอวี่แสร้งทำเป็นจัดเตรียมตะกร้าไม้ไผ่ เธอซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย นางเอกอดีตเซียนผู้เด็ดขาดลอบสำรวจสามีด้วยหางตา โจวหยางผู้นี้แม้จะพูดน้อยต่อยหนัก แต่สายตาที่เขามองเธอกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่พยายามเก็บงำไว้ภายใต้ท่าทีเงียบขรึม
"พี่หยาง ขอบคุณค่ะ... แต่ไม้พวกนี้เก็บไว้ซ่อมเตาเถอะนะคะ ส่วนฉันกำลังจะออกไปเดินเก็บสมุนไพรหลังหมู่บ้านเสียหน่อย ช่วงนี้ร่างกายคุณเสียเหงื่อมาก ขืนปล่อยไว้ตับและปอดจะชื้นเอาได้ง่ายๆ" หลินเฟยอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทว่าแฝงความเด็ดขาดตามวิสัยของเซียนผู้รอบรู้
โจวหยางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองภรรยาด้วยความแปลกใจ หลินเฟยอวี่ในยามนี้ช่างแตกต่างจากสะใภ้ตระกูลหลินคนเดิมที่เอาแต่วิตกกังวลและยอมให้คนอื่นรังแก ทว่าเขากลับไม่เอ่ยถามสิ่งใดให้มากความ มีเพียงความไว้วางใจที่ฉายชัดในแววตา
"ระวังตัวด้วย ถ้าเหนื่อยให้รอฉันกลับมาแบกตะกร้า" โจวหยางกล่าวสั้นๆ ก่อนจะเดินไปหยิบถังน้ำเพื่อไปตักน้ำที่บ่อหลังบ้าน ความใส่ใจที่ไร้คำหวานเลี่ยนหูนี้ทำให้หัวใจของหลินเฟยอวี่พองโตอย่างประหลาด
เมื่อลับร่างของสามี หลินเฟยอวี่ไม่รอช้า นางก้าวเท้าออกจากบ้านมุ่งตรงสู่เชิงเขาหลังหมู่บ้าน
ภูเขาหินรกร้างในสายตาชาวบ้านยุค 70 สำหรับหลินเฟยอวี่แล้วมันคือ "ขุมทรัพย์ทองคำ" ดีๆ นี่เอง
สายตาคมกริบกวาดมองพืชพรรณข้างทาง ท่ามกลางวัชพืชแห้งแล้ง นางพลันสะดุดตากับเถาวัลย์สีน้ำตาลเข้มปนแดงที่เลื้อยพันอยู่ตามโคนต้นไม้ใหญ่ มันคือ "โสมหิมะป่า" และ "หญ้าจินเฉ่า" สมุนไพรวิญญาณระดับต่ำที่สามารถนำมาสกัดเป็นยาบำรุงกำลังและรักษาอาการชื้นในข้อต่อได้อย่างชะงัดนัก หากนำไปขายในเมืองท่ามกลางยุคข้าวยากหมากแพง ย่อมเป็นสินค้าหายากที่พวกพ่อค้าตลาดมืดต้องแย่งกันซื้ออย่างแน่นอน
"หึ... สมุนไพรข้างทางในสายตาพวกเขาก็เป็นแค่หญ้าไร้ค่า แต่ในมือของเซียนปรุงยา มันคือเงินทองที่สามารถพลิกชีวิตได้ทั้งตระกูล"
หลินเฟยอวี่ไม่รอช้า นางใช้เสียมเหล็กขนาดเล็กขุดรากโสมหิมะอย่างทะนุถนอม เพื่อไม่ให้พลังปราณในสมุนไพรสูญหาย นางแอบใช้น้ำทิพย์จากมิติฟาร์มหยดลงไปบนดินรอบๆ เพียงชั่วพริบตา รากโสมที่เหี่ยวเฉากลับอวบอิ่มเปล่งประกายสีทองเรืองรองจางๆ ก่อนจะถูกเก็บลงก้นตะกร้า
หลังจากใช้เวลาเดินเก็บสมุนไพรป่าอยู่ราวสองชั่วยาม ตะกร้าไม้ไผ่ของนางก็เต็มไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ทั้งรากโสมหิมะ หญ้าจินเฉ่า และเห็ดหลินจือแดงป่าขนาดย่อมที่ขึ้นอยู่ตามซอกหินอับชื้น
ทว่า ขากลับเข้าหมู่บ้าน นางกลับต้องเผชิญหน้ากับบุคคลที่ไม่ต้อนรับเข้าเสียก่อน
"อ้าว! นั่นมันนังตัวดีหลินเฟยอวี่นี่นา! ถือตะกร้าอะไรมาลับๆ ล่อๆ หรือว่าแอบไปขโมยผักในแปลงส่วนรวมของหมู่บ้านมาอีกแล้ว!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ "ป้าเฉิน" แม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อของบ้านรอง ตะโกนก้องขึ้นกลางทางเดินแคบๆ พร้อมกับสะใภ้ใหญ่ที่เดินตามประกบมาด้วยสายตาร้ายกาจ ทั้งสองคนจ้องมองมาที่ตะกร้าในมือของหลินเฟยอวี่ราวกับแร้งทึ้งเหยื่อ
หลินเฟยอวี่หยุดเดิน มุมปากยกยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่นึกเกรงกลัว นางหันกลับไปเผชิญหน้ากับแม่สามีตัวแสบด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองมดปลวก
"ป้าเฉิน ระวังปากหน่อยนะคะ ผักในแปลงส่วนรวมมีตาประทับของคอมมิวนิตี้ชัดเจน ตาของคุณเป็นต้อกระจกจนมองไม่เห็น หรือว่าสันดานรังแกคนอื่นมันฝังรากลึกจนแยกแยะไม่อันไหนของหลวงอันไหนของชาวบ้านไม่ได้กันแน่คะ?"
คำพูดที่คมกริบราวกับใบมีดกรีดแทงเข้าที่ความจริง ทำให้ป้าเฉินหน้าชาดลด้วยความโกรธจัด ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโมโห
"นังสะใภ้ไร้ค่า! กล้าดียังไงมาปากดีใส่ฉัน แกกำแหงใหญ่แล้วนะ! ไหน เอาตะกร้ามาให้ฉันตรวจดูเดี๋ยวนี้! แกต้องแอบขโมยของป่าไปขายแน่ๆ ของพวกนี้ต้องส่งเข้ากองกลางของคอมมิวนิตี้ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของแก!" ป้าเฉินพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากตะกร้าไม้ไผ่ในมือของหลินเฟยอวี่ทันที
ทว่า หลินเฟยอวี่กลับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี มือเรียวบางคว้าข้อมือของป้าเฉินไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงกดมหาศาลที่แฝงด้วยลมปราณทำให้ป้าเฉินร้องโอดครวญออกมาทันที
"โอ๊ย! มือฉัน! นังเด็กเปรต ปล่อยนะ! ใครก็ได้ช่วยด้วย สะใภ้ตระกูลโจวคิดจะฆ่าแม่สามีแล้ว!" ป้าเฉินแผדเสียงโหยหวนเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่เริ่มเดินผ่านมามุงดูเหตุการณ์
ชาวบ้านหลายคนเริ่มหยุดฝีเท้า เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นระงม หลินเฟยอวี่ไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางกลับระบายยิ้มเย็นเยียบออกมาบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทุกคนได้ยินกันถ้วนหน้า
"ป้าเฉินแหกตาดูให้ดีนะคะ สิ่งที่ฉันขุดมาคือสมุนไพรป่าขึ้นตามซอกเขาหินรกร้าง ซึ่งไม่เคยอยู่ในกฎระเบียบการจัดสรรของคอมมิวนิตี้ ถ้าคุณอยากได้นัก ทำไมไม่ลองเดินขึ้นไปขุดเองบนยอดเขาล่ะคะ? หรือว่าสังขารที่วันๆ เอาแต่เที่ยวราวีชาวบ้านอย่างพวกคุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะปีนขึ้นไปหยิบฉวยอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันกันแน่?"
คำพูดตอกกลับที่เจ็บแสบและมีเหตุผล ทำให้ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะทุกคนรู้ดีว่าภูเขาหินหลังหมู่บ้านนั้นแห้งแล้งและอันตราย ไม่มีใครกล้าขึ้นไปหาของป่า นอกจากคนที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรจริงๆ
ป้าเฉินหน้าดำคร่ำเครียดจนพูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าสั่นระริกด้วยความแค้นเคือง สะใภ้ใหญ่รีบเข้าไปประคองแม่สามีพร้อมกับส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้หลินเฟยอวี่
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังเฟยอวี่ แกคิดว่าหาเงินได้แล้วจะลืมตัวงั้นเหรอ!" สะใภ้ใหญ่กัดฟันกรอด
หลินเฟยอวี่แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางไม่สนใจคำขู่ไร้สารៈเหล่านั้นอีกต่อไป ร่างระหงหันหลังเดินกลับบ้านอย่างมั่นคง ทิ้งให้สองแม่ลูกยืนอับอายอยู่ท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของชาวบ้าน
ตกเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อแรกจากฝีมือของหลินเฟยอวี่ก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านพักหลังเล็ก
นางจัดการนำสมุนไพรบางส่วนมาล้างทำความสะอาด ก่อนจะลงมือปรุง "ซุปไก่ตุ๋นโสมหิมะป่ากับเห็ดหลินจือ" เมนูบำรุงกำลังชั้นเลิศที่ใช้พลังจากมิติฟาร์มช่วยเร่งเคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีทองใส ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งรั้วบ้าน
โจวหยางที่เพิ่งกลับจากเหมืองหิน ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู จมูกโด่งเป็นสันของเขากลับต้องสูดดมกลิ่นหอมอันล้ำลึกที่เตะเข้าจมูกอย่างจัง ความเหนื่อยล้าทั้งวันมลายหายไปในพริบตา
ดวงตาคมกริบมองไปยังหม้อดินเผาบนเตาไฟ ที่ซึ่งภรรยาคนสวยกำลังตักน้ำซุปใส่อ้วยกระเบื้องด้วยรอยยิ้มละมุนละไม
"กลับมาพอดีเลยค่ะพี่หยาง ล้างมือแล้วมาลองชิมดูสิคะว่ารสชาติถูกปากไหม" หลินเฟยอวี่หันมาส่งยิ้มหวานให้สามี
โจวหยางเดินเข้าไปใกล้ ภายในอกรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เขานั่งลงที่โต๊ะไม้เก่าๆ ทว่าเมื่อมองลงไปในถ้วยซุปที่ส่งควันกรุ่น เขากลับต้องชะงักกึก
กลิ่นอายพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากน้ำซุป... มันช่างบริสุทธิ์และทรงพลังเสียจนแม้แต่นายทหารเก่าอย่างเขายังรับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ซุปไก่ธรรมดาๆ ทั่วไปในหมู่บ้าน!
โจวหยางเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยระคนทึ่ง ขณะที่หลินเฟยอวี่กำลังจะอธิบาย ร่างกายของโจวหยางกลับเกิดปฏิกิริยาบางอย่างขึ้นอย่างรวดเร็ว...
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "ไป๋เป่าเปาของแม่" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 4
สมุนไพรข้างทางคือสมบัติ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!