"บ้านหลังใหม่ที่เธอพูดถึง... จะต้องไม่มีเสียงทุบโต๊ะด่าทอตอนตีห้า และไม่มีเศษอาหารก้นหม้อที่คนพวกนั้นจงใจเขี่ยไว้ให้เราอีกนะคะ"
หลินเฟยอวี่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเช่ารูหนู กลิ่นอับชื้นของผนังดินผสมฟางข้าวไม่ได้ทำให้นางรู้สึกหดหู่เลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยที่เคยคีบเข็มเงินหลอมโอสถในดินแดนเซียน บัดนี้กำลังลูบไล้อยู่บนรอยต่อของกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเขียวขี้ม้าตัวเก่าที่ซักจนซีด ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังซับใน
โจวหยางที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้หินลับมีดพกพาฝนใบมีดล่าสัตว์ส่งเสียง 'ฉึบ... ฉึบ...' เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาหยุดมือลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงภรรยา ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ป่าเงยขึ้นมองนางด้วยความห่วงใย ไหล่กว้างที่ผ่านการแบกหามแผ่นเหล็กและหินหนักนับร้อยชั่งในเหมืองขยับเข้าหาโดยสัญชาตญาณ
"เฟยอวี่... เธอเหนื่อยมากแล้ว พักก่อนเถอะ เรื่องสร้างบ้านฉันจัดการเอง แค่เธอตกลงจะอยู่กับฉัน... ต่อให้ต้องไปถางป่าสร้างกระท่อมกลางหุบเขาอวี้หลาน ฉันก็ไม่ยอมให้เธอต้องลำบากใจกับคนตระกูลโจวอีก" น้ำเสียงของชายหนุ่มทุบต่ำและหนักแน่นราวกับคำสัญญาจากหินผา แม้จะพูดน้อย แต่ทุกคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักหนานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจที่พร้อมจะเผาผลาญโลกทั้งใบเพื่อปกป้องผู้หญิงตรงหน้า
นางยץยิ้มมุมปาก รอยยิ้มของอดีตเซียนผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนช่างเยือกเย็นและงดงามราวกับดอกเหมยกลางหิมะ
"ใครบอกว่าเราจะไปลำบากกลางป่าล่ะคะ... พี่หยาง ลองแบมือสิคะ"
โจวหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงง แต่เขาก็ยอมแบมือใหญ่ออกตรงหน้าภรรยาแต่โดยดี หลินเฟยอวี่ไม่ได้วางสิ่งของใดลงบนฝ่ามือหยาบกร้านนั้น แต่นางกลับดึงมือข้างหนึ่งของเขามาแตะเข้าที่กระเป๋าเสื้อโค้ทของนางเอง
วูบ!
อากาศภายในห้องเช่าแคบๆ เกิดอาการบิดเบี้ยวชั่วขณะ ราวกับคลื่นความร้อนที่ลอยเหนือผิวดินกลางฤดูร้อน โจวหยางชะงักกึก ร่างกายของอดีตทหารหน่วยพิเศษตื่นตัวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย แต่ก่อนที่เขาจะได้ดึงภรรยาถอยหลัง ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา!
กลิ่นอับชื้นของห้องดินหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของสมุนไพรโบราณนับร้อยชนิดที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่พื้นไม้กระดานผุพังอีกต่อไป แต่เป็นพื้นดินหยกขาวบริสุทธิ์ที่แผ่ไออุ่นจางๆ ออกมา รอบด้านทอดยาวไปด้วยแปลงเกษตรมหัศจรรย์ ดินสีดำสนิทราวกับนิลกาลส่งแสงเรืองรองจางๆ และที่น่าตกใจที่สุดคือ ใจกลางมิติแห่งนี้ มีบ่อน้ำทิพย์วิญญาณที่ไอน้ำลอยกรุ่นราวกับสรวงสวรรค์ พร้อมด้วยชั้นวางตำราแพทย์และเตาหลอมโอสถทองคำที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี—มันคือ 'มิติฟาร์มโอสถสวรรค์' สมบัติวิเศษคู่กายจากภพก่อนที่ตามทะลุมิติมาอยู่ในกระเป๋าเสื้อตัวนี้!
"นี่มัน..." โจวหยางสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แม้เขาจะเป็นคนเงียบขรึมและยอมรับความจริงได้รวดเร็ว แต่ภาพตรงหน้าเกินกว่าสามสามัญสำนึกของมนุษย์ในยุค 70 จะจินตนาการไปไกลได้ถึงเพียงนี้
หลินเฟยอวี่หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของนางใสราวกระดิ่งเงิน นางขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ กลิ่นกายหอมสะอาดราวกับดอกไม้ป่าแตะเข้าที่นาสิกของชายหนุ่ม ทำเอาโจวหยางถึงกับลมหายใจสะดุด
"ตกใจมากเลยสินะคะ? แต่เชื่อเถอะค่ะว่า นี่คือของขวัญชิ้นใหญ่ที่เราจะใช้พลิกชีวิต และใช้ตบหน้าพวกคนตระกูลโจวที่คิดจะฮุบเงินชดเชยของพวกเราให้หน้าชาไปตามๆ กัน"
นางหยิบเมล็ดพันธุ์โสมป่าอายุร้อยปีที่เปล่งแสงสีทองเรืองรองออกมาจากชั้นวางในมิติ โยนมันลงบนฝ่ามือของสามีอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับมันเป็นเพียงเมล็ดผักกาดขาวธรรมดาๆ โจวหยางรับไว้โดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงพลังงานอุ่นวาบที่ไหลซ่านเข้าสู่กระแสเลือด จนกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการทำงานหนักมาทั้งวันคลายตัวลงในพริบตา
"เฟยอวี่... เธอเป็นใครกันแน่?" โจวหยางมองหน้าภรรยาด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น ความรักความคลั่งรักในตัวนางไม่ได้ลดน้อยลงเลย มีแต่จะเพิ่มพูนจนกลายเป็นความยำเกรงและเทิดทูน
"ฉันก็คือภรรยาของคุณไงคะ... สามี" หลินเฟยอวี่เอียงคอยิ้มหวาน แววตาส่อประกายเจ้าเล่ห์อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน "ในเมื่อพวกมันขับไล่เราออกมาอย่างไร้เยื่อใย คืนนี้... เรามาฉลองการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยอาหารหรูหราที่คนพวกนั้นไม่มีทางได้ลิ้มลองชั่วชีวิตนี้กันดีกว่าค่ะ"
นางสะบัดมือเบาๆ สมุนไพรวิเศษและวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติฟาร์มลอยออกมาวางกองอยู่บนโต๊ะไม้เก่าแก่ทันที กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อกวางตุ่นโสมสวรรค์และซุปไก่ดำตุ๋นยาจีนเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลทะลุประตูไม้ผุๆ ออกไปสู่ตรอกแคบๆ ของชุมชนคนงานเหมืองด้านนอก ท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านที่เริ่มสูดจมูกด้วยความฉงนกับกลิ่นอาหารที่หอมยั่วยวนจนแทบกลืนน้ำลาย
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเริ่มลงมือปรุงอาหารมื้อแรกในมิติใหม่ เสียงทุบประตูดังปัง! อย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบสงบลง พร้อมกับเสียงแหลมสูงของแม่สามีตัวแสบที่ตะโกนแผดเผาเข้ามาด้วยความโมโห
"ไอ้ลูกอกตัญญู! โจวหยาง! แกไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! แกซ่อนเงินเก็บไว้ที่ไหน คายออกมาให้หมด ไม่งั้นฉันจะแจ้งคอมมิวนิตี้มาจับพวกแกข้อหาสะสมทรัพย์สินต้องห้าม!"
หลินเฟยอวี่หรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก นางหันไปมองสามีที่ใบหน้ามืดครึมลงถนัดตา ก่อนจะกระซิบบอกเบาๆ ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"อย่าเพิ่งเปิดประตูค่ะ... ให้ฉันจัดการต้อนรับแขกไม่速之客 (ไม่ได้รับเชิญ) คนนี้ด้วย 'ของขวัญ' ชิ้นแรกจากมิติของเราเสียก่อนนะคะ"
ขอขอบพระคุณรี้ดдерที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของไป๋เป่าเปาคนนี้ด้วยหัวใจนะคะ
เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 2
มิติฟาร์มในกระเป๋าเสื้อ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!