"ถ้าไม่อยากตายอย่างอนาถในกองฟางเน่าๆ นี้ ก็ไสหัวออกไปจากตระกูลเฉินเสีย! สตรีไร้ค่าอย่างเจ้า กินข้าวเปลืองแรงงานไปวันๆ ซ้ำยังทำตัวเป็นกาลกิณี ทำให้ลูกชายฉันต้องเคราะห์ร้ายขาพิการกลับมาจากเหมือง หลินเฟยอวี่... อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลยนะ ถือว่าพวกเราทำบุญให้ทาน ปล่อยให้เจ้าไปตายเอาดาบหน้าก็บุญโขแล้ว!"
เสียงแหลมเล็กบาดหูของแม่สามีอย่าง 'เฉินผิ่นฮวา' แผดลั่นจนนกบนต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านสั่นกลัวบินหนีเตลิด เศษน้ำลายกระเด็นรดเปื้อนรองเท้าผ้าเก่ามอมแมมของร่างที่นอนพะงาบอยู่บนกองฟางแห้งกรัง
หลินเฟยอวี่กะพริบตาช้าๆ ความเจ็บแปลบราวกะโหลกศีรษะจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล่นริ้วจากท้ายทอยสู่ขมับ กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวผสมกับกลิ่นมูลสัตว์จางๆ ลอยเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณดิบของเซียนปรุงยาผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนให้ตื่นตัว
นี่นางไม่ได้กำลังปรุงโอสถทิพย์เก้าภพอยู่ในห้องโถงวิสุทธิ์หรอกหรือ? เหตุใดรอบกายจึงกลายเป็นผนังดินเหนียวแตกแห้ง แสงแดดจัดจ้าที่สาดส่องผ่านช่องประตูไม้ไผ่ผุๆ เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งในอากาศ และภาพของหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้ง หน้าตาบึ้งตึงกำลังยืนท้าวสะเอว ใช้สายตารังเกียจเดียดฉันท์มองลงมา ราวกับนางเป็นสวะชิ้นหนึ่ง
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางหลั่งไหลทะลักเข้ามาในสมองดั่งเขื่อนแตก... ยุค 1978 ประเทศจีนกำลังก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบาก ร่างที่นางสวมอยู่นี้มีชื่อแซ่เดียวกัน นามว่า 'หลินเฟยอวี่' หญิงสาวอ่อนแอ ถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้รองตระกูลเฉินเพื่อหวังเงินค่าสินสอดสี่สิบหยวนไปใช้หนี้พนันให้ลูกชายคนโต ทว่าคล้อยหลังพิธีแต่งงานไม่ถึงเดือน สามีของนางนามว่า 'โจวหยาง' (ที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนมาใช้แซ่เฉินตามมารดาเลี้ยง) กลับประสบอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหินจนขาหักใช้งานไม่ได้ กลายเป็นภาระก้อนโต
นับแต่นั้นมา บ้านหลังนี้จึงปฏิบัติต่อร่างนี้ประหนึ่งทาสรับใช้ หยาดเหงื่อทุกหยดถูกสูบฉีดเพื่อเลี้ยงดูคนทั้งบ้าน ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือการทุบตี คำด่าทอ และในวันนี้... เมื่อพวกเขารู้ว่าโจวหยางหมดสภาพและกำลังจะถูกไล่ออกจากกองแรงงานเหมือง สตรีใจอำมหิตเหล่านี้จึงรีบเขี่ย "ภาระ" อย่างนางทิ้งทันที เพื่อไม่ให้ต้องแบกปากท้องเพิ่มอีกหนึ่งคน
"มองหน้าฉันทำไม? นังสารเลว! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วหรือไง!" เฉินผิ่นฮวาเห็นลูกสะใภ้นอนนิ่งไม่ไหวติง นึกว่านางหวาดกลัวจนสติหลุด จึงยื่นมือเหี่ยวย่นหมายจะเข้าไปจิกเปียผมแล้วลากตัวออกจากประตู
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะทันได้แตะโดนเส้นผมของหลินเฟยอวี่ มือเรียวผอมที่ดูราวกับไร้เรี่ยวแรงเมื่อครู่ กลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของแม่สามีอย่างแม่นยำและรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!
"โอ๊ย! นัง... นังเด็กนี่! กล้าดียังไงมาจับฉัน ปล่อยนะ!" เฉินผิ่นฮวาหวีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อแรงบีบที่ข้อมือนั้นให้ความรู้สึกราวกับถูกคีมเหล็กกล้าบดขยี้ กระดูกข้อมือของนางแทบจะร้าวราน
หลินเฟยอวี่ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างนี้จะขาดสารอาหารจนผอมโซ แต่นัยน์ตาคู่สวยที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบดั่งกระบี่ไร้พ่ายที่เพิ่งได้รับการลับคม กลิ่นอายกดดันอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบาง จนเฉินผิ่นฮวาถึงกับผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว
"ปากบอกว่าฉันเป็นกาลกิณี เป็นภาระ แล้วเงินสินสอดสี่สิบหยวนที่บ้านเดิมของฉันมอบให้ล่ะ?" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ทุกลำดับคำชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย "หรือว่ามันถูกพวกท่านผลาญเล่นจนหมดเกลี้ยงในบ่อนการพนันของพี่ใหญ่เฉินไปหมดแล้ว?"
"เจ้า... เจ้ากล้าพูดจาแบบนี้กับแม่สามีได้อย่างไร!" สะใภ้ใหญ่ที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ร้องแว้ดขึ้นมาด้วยความร้อนตัว นางหน้าถอดสีเมื่อถูกจี้ใจดำเรื่องเงินสินสอด "นั่นเป็นเงินทดแทนค่าข้าวปลาอาหารที่กินล้างกินผลาญในบ้านเราต่างหาก!"
"ค่าข้าวปลาอาหาร?" หลินเฟยอวี่แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลเฉินมาสามเดือน ข้าวในชามของฉันมีแต่วิญญาณข้าวสาร น้ำต้มผักป่าเหลวๆ และงานหนักตั้งแต่ตะวันออกจนตะวันตกดิน ถ้าจะพูดถึงเรื่องการกินล้างกินผลาญ เกรงว่าสุนัขในลานบ้านยังกินดีกว่าฉันเสียอีก!"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบ ชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์ส่งเสียงซุบซิบกันเซ็งแซ่ สายตาทิ่มแทงมองมาที่ตระกูลเฉินเป็นตาเดียว
เฉินผิ่นฮวาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอาย นางตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่แล้วแผดเสียงโหยหวนเรียกร้องความน่าสงสาร "ฟ้าดินเอ๋ย! ดูเอาเถอะ! ลูกสะใภ้อกตัญญูคิดจะปีนขึ้นมาเหยียบหัวแม่สามีแล้ว! บ้านเราเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี แต่มันกลับเนรคุณ! ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าอยู่รกหูรกตาอีกต่อไป!"
พร้อมกับเสียงตะโกน โยนห่อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ที่บรรจุเสื้อผ้าปะชุนสองชุดออกมานอกประตู ฟางข้าวและฝุ่นดินปลิวฟุ้งกระจาย
หลินเฟยอวี่ก้มมองห่อผ้าที่พื้น แววตาฉายประกายลึกล้ำ นางไม่ได้รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ในห้วงมิติวิญญาณของนาง พลังปราณสวรรค์และพื้นที่ฟาร์มศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตามข้ามภพมาด้วยกำลังสั่น뢰เบาๆ ราวกับจะบอกว่า การตัดขาดจากตระกูลปลิงดูดเลือดเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างเนื้อสร้างตัวที่แท้จริง
หลินเฟยอวี่ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของแม่สามีและสะใภ้ใหญ่ออกไปอย่างสง่างาม ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ ทิ้งให้คนตระกูลเฉินยืนอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง
ทว่า... เมื่อนางเดินพ้นรั้วไม้ไผ่เข้าสู่ทางเดินแคบๆ ระหว่างหมู่บ้าน ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของนางต้องชะงักงัน
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าซีดจางที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควันและฝุ่นถ่านหินกำลังนั่งอยู่บนรถเข็นไม้เก่าๆ แผ่นหนาและกว้างนั้นดูคุ้นตา แม้ขาข้างหนึ่งจะถูกพันด้วยผ้าพันแผลเปื้อนเลือดและเฝือกไม้ไผ่ แต่วลีใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ และกรามที่ขบเข้าหากันแน่นด้วยความอดกลั้น กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและดุดัน
นั่นคือ 'โจวหยาง' สามีในนามผู้เงียบขรึม ที่เพิ่งถูกคนงานในเหมืองหามกลับมาส่งบ้านในสภาพเกือบพิการ
สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของชายหนุ่มเงยขึ้นสบตากับหลินเฟยอวี่พอดี ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนแอ หรือความสมเพชเวทนา มีเพียงประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกล้ำและหนักแน่นราวกับขุนเขา
โจวหยางมองห่อผ้าในมือของนาง สลับกับใบซีดเซียวแต่แววตาดื้อรั้นคู่นั้น ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการขุดเหมืองกำขอบรถเข็นแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ตามฉันมา"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนกรวดบดกันในลำคอดังขึ้น แฝงความเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ โจวหยางใช้มือที่ทรงพลังหมุนล้อรถเข็นหันหลังกลับ พร้อมเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้หัวใจของเซียนสาวผู้เย็นชาถึงกับกระตุกวูบ
"ในเมื่อพวกมันไล่เราออก..." ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาคมปลาบฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด "ฉันจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้เธอเอง... เมียรัก"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ
เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นในกองฟาง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักขุดเหมืองผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!