เสียงปรบมือช้าๆ สองครั้งดังขึ้นในห้องทำงานที่โอ่อ่าและอบอวลไปด้วยกลิ่นใบชาชั้นดี เป็นเสียงที่จงใจขับเน้นความเย่อหยิ่งของผู้มีอำนาจ มากกว่าจะเป็นการแสดงความชื่นชมอย่างแท้จริง
"เธอช่างกล้าหาญมาก... หรือไม่ก็โง่เขลาเบาปัญญาเสียจนไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร, คุณคิรอส"
ดุ๊กวาลต์ตอร์น วางแฟ้มเอกสารปกหนังแท้ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหนาเตอะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะราคาแพงจ้องมองชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวของขุนนางผู้ทรงอิทธิพลคนนี้อย่างไม่ปิดบัง ทว่าคิรอสกลับไม่มีท่าทีสะทกสะทะแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังยืนชมงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ มากกว่าการเผชิญหน้ากับผู้ทรงอำนาจที่สามารถบันดาลให้คนหายสาบสูญไปจากเมืองนี้ได้ภายในข้ามคืน
"ความกล้าหาญกับความจริงมักจะมาคู่กันเสมอนะครับ ท่านดุ๊ก" คิรอสตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น รอยยิ้มสุภาพถูกประดับไว้บนใบหน้าอย่างพอเหมาะพอเจาะ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อความจริงนั้นถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ และไม่มีช่องโหว่ให้บิดเบือนได้เหมือนกับสำนวนคดีที่ท่านพยายามจะสั่งให้ทำลายทิ้ง"
มุมปากของดุ๊กวาลต์ตอร์นกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความกดดันในห้องเพิ่มสูงขึ้นจนแทบจะควานหาออกซิเจนไม่เจอ หากเป็นคนทั่วไปคงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ถูกกดดันด้วยจิตวิทยาขั้นสูงของขุนนางใหญ่ แต่คิรอสผ่านโลกแห่งการเขียนโค้ดและการวิเคราะห์จิตใจอาชญากรที่ซับซ้อนกว่านี้มานักต่อนักแล้ว
"เธอกำลังพูดถึงอะไร ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ" ดุ๊กวาลต์ตอร์นเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับนูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "หลักฐานการตายของเอ็ดเวิร์ด เพื่อนร่วมชั้นของลูกชายฉัน... ทางกองปราบปรามและสถานีตำรวจสรุปสำนวนไปชัดเจนแล้วว่าเป็นอุบัติเหตุจากการเมาสุราและพลัดตกจากตึกร้าง"
"อุบัติเหตุที่แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเป็นศูนย์ และมีร่องรอยการใช้เวทมนตร์สายความมืดกดทับเส้นประสาทบริเวณต้นคอ ช่างเป็นอุบัติเหตุที่ออกแบบมาได้อย่างประณีตบรรจงจริงๆ ครับ" คิรอสขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดลงที่หน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กที่เขาแอบซิงค์ข้อมูลไว้กับระบบภายในเสื้อสูท "น่าเสียดายที่ระบบจำลองคำให้การและร่องรอยพลังงานเวทมนตร์ของผม มันดันบันทึกภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นเอาไว้แบบเรียลไทม์... รวมถึงเสียงสนทนาที่ท่านสั่งให้ลูกชายของท่าน 'เก็บกวาด' พยานปากเอกคนสุดท้ายด้วยนะครับ"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะเยาะเย้ยความตึงเครียดที่กำลังก่อตัว ดุ๊กวาลต์ตอร์นชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เคยราบเรียบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้เข้าจุดตาย ทว่าในขณะเดียวกัน ความตระหนกก็ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้นด้วย
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต สารวัตรลินินก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ชุดเครื่องแบบของกองปราบปรามเวทมนตร์เข้าชุดกับเสื้อโค้ดสีเข้มปลิวตามแรงเคลื่อนไหว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องด้วยความเฉียบขาด ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่คิรอสแวบหนึ่งแล้วหันไปสบตากับดุ๊กวาลต์ตอร์นตรงๆ
"ท่านดุ๊กครับ ทางกองปราบปรามได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบคดีทุจริตและการใช้อำนาจมิชอบในเขตพื้นที่นี้เพิ่มเติมพอดี และดูเหมือนว่าเราเพิ่งจะได้ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ที่จะนำไปสู่การออกหมายจับผู้มีอิทธิพลที่พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ทรงพลังพอที่จะทำให้ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับหน้าถอดสี
"สารวัตรลินิน! คุณกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ! คุณคิดว่าคุณกำลังคุยอยู่กับใคร!" ดุ๊กวาลต์ตอร์นตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันระดับสูงถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวของขุนนางเฒ่าเพื่อข่มขวัญผู้มาเยือน
ทว่า ลินินกลับก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคิรอสอย่างเป็นธรรมชาติ ไหล่ของเธอชนกับไหล่ของชายหนุ่มเล็กน้อย ส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ เคมีระหว่างสารวัตรสาวผู้เข้มงวดกับอดีตโปรแกรมเมอร์ผู้ฉลาดรอบคอบหลอมรวมกันเป็นเกราะคุ้ม
"พวกเราไม่ได้ล้ำเส้นหรอกครับท่านดุ๊ก" คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสุภาพเช่นเคย แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "พวกเราแค่กำลังเดินตามรอยเท้าของความยุติธรรม... ที่ท่านพยายามจะกลบฝังมันมาตลอดต่างหากล่ะครับ"
นิ้วมือเรียวยาวของคิรอสแตะเบาๆ ที่ปุ่มคำสั่งบนข้อมือ เสียงแจ้งเตือนจากระบบภายในหัวของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายระดับขุนนางตกอยู่ภายใต้แรงกดดันสูงสุด เงื่อนไขการปลดล็อกหลักฐานมัดตัวขั้นเด็ดขาดเสร็จสิ้น 100%]
[ระบบได้ทำการส่งสำนวนคดีและภาพบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไปยังเซิร์ฟเวอร์หลักของกองปราบปรามและสำนักนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วภายใน 3, 2, 1...]
ดุ๊กวาลต์ตอร์นเบิกตากว้างเมื่อโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของตนส่งเสียงแจ้งเตือนรัวระรัวราวกับห่าฝน หน้าจอแสดงข้อความจากส่วนกลางที่ระบุถึงคำสั่งพักงานและหมายจับฉุกเฉินในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมและใช้อำนาจมิชอบ
ขุนนางใหญ่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง สีหน้าซีดเผือดราวกับคนไร้เลือด รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อผลลัพธ์ที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้น
ลินินมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ซับซ้อน ก่อนจะหันมามองคิรอสที่ยังคงยืนยิ้มแย้มได้อย่างหน้าตาเฉย เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอกปนกับความทึ่งในความเจ้าเล่ห์แกมโกงของชายหนุ่มข้างกายผู้นี้
"คุณนี่มัน... อันตรายกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ คิรอส" ลินินกระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ชมเกินไปแล้วครับสารวัตร... ผมก็แค่ทำหน้าที่ของพลเมืองดีที่ไม่อยากเห็นความอยุติธรรมลอยนวลก็เท่านั้นเอง" คิรอสตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้เธอ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงหลังจากการเผชิญหน้าอันดุเดือด เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ—เสียงเตือนภัยระดับสูงสุดที่คิรอสไม่เคยได้ยินมาก่อน
[คำเตือน! ตรวจพบสัญญาณชีพปริศนาในรัศมี 10 เมตร... พลังงานเวทมนตร์โบราณกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากใต้พื้นอาคารแห่งนี้]
[เป้าหมาย: บอสลับแห่งองค์กรเงา 'โครนอส' ได้ล็อกเป้าหมายมาที่ตัวผู้เล่นแล้ว!]
รอยยิ้มบนใบหน้าของคิรอสแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที ขณะที่พื้นห้องทำงานใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากفتเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับรอยแตกสีดำทมิฬที่ค่อยๆ ปริแยกออกมาจากพื้นไม้โอ๊กทีละน้อย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ร่วมกันนะครับ!
คุณสารวัตรครับ อย่าจับผมแต่งงานเลย•ตอนที่ 18
การเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพล
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณสารวัตรครับ อย่าจับผมแต่งงานเลย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!