เสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยที่ก้องสะท้อนมาจากความมืดเบื้องล่าง ไม่ได้ทำให้เร็นขยับเขยื้อนถอยหลังแม้แต่เพียงครึ่งก้าว
ตรงกันข้าม ชายหนุ่มกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนด้ามดาบสั้นที่สลักลวดลายวงจรเวทมนตร์สีครามเบาๆ ราวกับกำลังให้จังหวะบทเพลงแห่งความตายที่เขากำลังจะเป็นวาทยกรผู้ควบคุมด้วยตนเอง
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะครับ... เอลาร่า" เร็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสพลังกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เอลาร่าที่ยืนอยู่เคียงข้างในชุดเกราะเวทมนตร์เข้ารูปกระชับ ปรายตามองฝูงเงาดำที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากช่องลิฟต์ขน
เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก มือบางจับด้ามปืนไรเฟิลจู่โจมพลังงานสูงแน่นจนข้อต่องานสีขาวโพลน
ความแค้นที่สุมอกจากการสูญเสียครอบครัวไปต่อหน้าต่อตาเมื่อหลายปีก่อน หลอมรวมความกลัวทั้งหมดให้กลายเป็นเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันจัดการแนวหน้าเองค่ะ... เอ๊ย หมายถึง ฉันจัดการเองครับ" เอลาร่าปรับน้ำเสียงกระด้างของตนเองให้เข้ากับบุคลิกที่เร็นคุ้นเคย พร้อมกับเหนี่ยวไกส่งกระสุนพลังงานอัดแน่นเจาะทะลวงความมืดในทันที
*ตูมมม!*
แสงวาบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในอุโมงค์ใต้ดิน แรงระเบิดจากการโจมตีครั้งแรกกวาดร่างของมอนสเตอร์ระดับบอส "อสูรเงากลืนวิญญาณ" ล้มคว่ำระเนระนาด แต่ทว่า จำนวนของพวกมันกลับมีมากกว่าที่กระสุนนัดเดียวจะจัดการได้หมดสิ้น
เบื้องล่างนั้น คือกองทัพสมลูกสมุนที่ถูกควบคุมโดย "ระบบส่วนกลาง" ของหอคอย ระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้ฮันเตอร์ผู้ขัดขืนให้แหลกสลายคามือ
เร็นหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ด้วยสมองที่ทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์
หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีแดงฉานนับร้อยผุดขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวจนน่ารำคาญ
[คำเตือน! ผู้เล่น เร็น ฝ่าฝืนกฎของระบบขั้นรุนแรง]
[กำลังทำการลงทัณฑ์ระดับสูงสุด... บัญญัติข้อที่ 9: ลบตัวตน]
[ตรวจพบค่าพลังงานผิดปกติ... ระบบกำลังรีเซ็ตสิทธิ์การเข้าถึงของคุณ!]
เสียงสังเคราะห์ที่ไร้ชีวิตชีวาของระบบดังขึ้นในหัวของเร็น มันคือเสียงเดียวกันกับเสียงที่เคยสั่งประหารชีวิตเพื่อนร่วมทีมของเขาในดันเจี้ยนแห่งความตายเมื่ออดีต เสียงที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโส คิดว่ามนุษย์เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งในกระดาน
แต่เร็นในวันนี้... ไม่ใช่เร็นคนเดิมที่ไร้พลังอีกต่อไปแล้วครับ
"ระบบงี่เง่า... แกคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าจริงๆ งั้นสินะ"
เร็นพึมพำเบาๆ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้วไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในขีดจำกัดกำลังหาทางระเบิดออกมา
หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก เลือดในกายสูบฉีดด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นจนผิวหนังเริ่มปรากฏเส้นเลือดสีฟ้าเรืองแสง
"เร็น!" เอลาร่าตะโกนเรียกด้วยความตกใจ เมื่อเห็นคลื่นกระแทกสีดำสนิทแผ่ขยายออกมาจากร่างของชายหนุ่ม แรงกดดันทางจิตวิทยานี้รุนแรงเสียจนเธอต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อตั้งหลัก
นี่ไม่ใช่เลเวลอัปธรรมดา... แต่มันคือ "การวิวัฒนาการขั้นที่สอง" ที่แม้แต่ผู้สร้างระบบเองก็ยังไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามนุษย์จะสามารถไปถึงจุดนี้ได้!
เร็นก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พื้นคอนกรีตใต้รองเท้าบูทแตกละเอียดเป็นจุล แรงโน้มถ่วงรอบตัวเขารuนแรงขึ้นจนเศษหินลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ
ดวงตาสสีดำสนิทของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ลวดลายวงจรเวทมนตร์ประหลาดผุดขึ้นตามลำคอและลามขึ้นมาถึงใบชาด ราวกับเทวดาผู้ตกสวรรค์ที่กำลังปลดปล่อยผนึกพันธนาการ
[คำเตือน! เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรง!]
[ค่าพลังงานทะลุเพดานสูงสุดของระบบ... ไม่สามารถคำนวณได้!]
[ระบบกำลัง... แคร็ก... แคร็ก...]
เสียงสังเคราะห์ของระบบเริ่มติดขัด น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเย็นชา กลับมีความสั่นเครือเจือปนอยู่ ราวกับปัญญาประดิษฐ์กำลังหวาดกลัวต่อสิ่งมีชีวิตที่มันเคยเหยียบย่ำ
"แกพยายามจะลบฉันงั้นเหรอ?" เร็นยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจเหนือล้น "งั้นฉันจะแสดงให้ดู... ว่าสิ่งที่เรียกว่าการ 'รีเซ็ต' ที่แท้จริง มันหน้าตาเป็นอย่างไร"
ชายหนุ่มสะบัดมือขวาเบาๆ อากาศตรงหน้าฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำมืดมิด ดาบสั้นที่เขาถืออยู่แปรสภาพเป็นดาบยาวเล่มยักษ์ที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีครามทมิฬ
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีทองสายหนึ่งผ่าลงมาจากเพดานอุโมงค์ที่ปิดทึบทะลวงลงมาตรงที่เร็นยืนอยู่พอดี พลังงานสายฟ้าและเพลิงทมิฬหลอมรวมกันเป็นคลื่นกระแทกขนาดมหึมา พัดพาร่างของฝูงอสูรเงากลืนวิญญาณนับร้อยหายวับไปในพริบตาโดยไม่มีแม้แต่เศษซากให้หลงเหลือ
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมอุโมงค์ใต้ดินทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเอลาร่าและเสียงสะท้อนของละอองพลังงานที่ยังคงแตกตัวเป็นประกายระยิบระยับ
เร็นยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง หน้าต่างระบบสีแดงฉานที่เคยลอยเกลื่อนกลาด บัดนี้แตกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยวข้อมูลสีฟ้าที่ค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติและพลังทั้งหมดกลับเข้าสู่การควบคุม ร่างกายของเขาร้อนผ่าว แต่จิตใจกลับเยือกเย็นราวน้ำแข็ง
เอลาร่าก้าวเข้ามาใกล้ ชายตามองเศษซากของระบบที่ถูกทำลายด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโล่งใจ ตะลึงงัน และศรัทธาในเวลาเดียวกัน
"คุณ... ทำได้จริงๆ ด้วย" เธอกระซิบบอก เสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นครับ เอลาร่า" เร็นหันกลับมามองเธอ สายตาอ่อนโยนลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาคมกริบดังเดิมเมื่อมองไปยังปลายทางสุดอุโมงค์ที่ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นบนสุดของหอคอย "พวกเบื้องบนที่นั่งรอรับผลประโยชน์จากความตายของพวกเรา คงจะเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วล่ะในตอนนี้"
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อปิดบัญชีแค้น เสียงเตือนภัยระดับฉุกเฉินสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งผนังอุโมงค์
พร้อมกันนั้น พื้นดินเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะน้ำหนักหลายตันค่อยๆ ถูกยกขึ้นด้วยกลไกไฮดรอลิกจากบุคคลปริศนา
หมอกควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากห้องโถงลับเบื้องหน้า เผยให้เห็นเงาร่างของชายชราในชุดสูทหรูหราผู้หนึ่งกำลังก้าวออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่เร็นจำได้ไม่มีวันลืม—ชายผู้เป็นประธานบริหารสูงสุดของหอคอย และเป็นผู้กดปุ่มสั่งฆ่าทีมเก่าของเขาเมื่อสามปีก่อน
"ไม่นึกเลยว่า... ฮันเตอร์ไร้ระดับที่ฉันเคยเขี่ยทิ้ง จะไต่เต้าจนมาถึงห้องควบคุมนี้ได้ด้วยตัวเอง" เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังสะท้อนก้อง "น่าประทับใจจริงๆ... เร็น"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ! — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ฮันเตอร์ไร้ระดับกับสมการการล้างบางระบบพังๆ•ตอนที่ 11
วิวัฒนาการขั้นที่สอง
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้ระดับกับสมการการล้างบางระบบพังๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!