ฮันเตอร์ไร้ระดับกับสมการการล้างบางระบบพังๆ•ตอนที่ 16

สายใยที่เหนียวแน่น

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งอวลอยู่ในโพรงจมูก จนแทบจะแยกไม่ออกว่ากลิ่นไหนมาจากซากอสูรระดับสูงที่นอนตายเกลื่อนกราด หรือมาจากแผลเหวอะหวะบนร่างของพวกเขาเอง เร็นทรุดกายพิงผนังหินเย็นเฉียบของดันเจี้ยนชั้นที่สิบสาม ลมหายใจของเขาติดขัดและหอบกระชั้น หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงของ "ระบบ" กระพริบเตือนสีแดงฉานฟ้องความเสียหายระดับวิกฤต ร่างกายท่อนบนโชกไปด้วยเลือดสดๆ แต่ดวงตาคมกริบภายใต้เรือนผมสีดำสนิทคู่นั้นยังคงทอประกายเยือกเย็นและดุดันไม่เปลี่ยน เบื้องหน้าของเขาคือเอลาร่า อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้เคยเย่อหยิ่งและถือตัว ตอนนี้ร่างระหงของเธอยืนค้ำยันด้วยดาบยาวที่หักครึ่ง เสื้อผ้าเครื่องแบบฉีกขาดจนเผยให้เห็นรอยแผลฟกช้ำดำเขียวและรอยเลือดซึมตามผิวเนื้อเนียนละเอียด ลมหายใจของเธorสั่นระริก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววแค้นเคืองและระแวดระวังภัยอยู่เสมอกำลังมองตรงมาที่เร็นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "ถ้าคุณยังฝืนใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์เถื่อนนั่นอีกสักวินาทีเดียว หัวใจของคุณจะระเบิดเป็นจุล... เร็น" เสียงของเอลาร่าแหบพร่าและสั่นเครือ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ขณะพยายามลากสังขารที่แทบไม่เหลือแรงก้าวเข้ามาหาเขา "แล้วถ้าผมไม่ทำแบบนั้น เราคงกลายเป็นอาหารมื้อค่ำของเจ้ามังกรเงาเมื่อกี้ไปแล้วล่ะครับ เอลาร่า" เร็นแย้มรอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากที่แห้งผาก น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่นุ่มนวลอย่างประหลาด ท่ามกลางความตายที่รายล้อมอยู่รอบตัว เอลาร่าไม่ได้ต่อปากต่อคำ เธอนั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขาอย่างไม่นึกisกลัวความสกปรก สองมือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแผลลึกบริเวณหน้าอกของเร็นที่กำลังทะลักด้วยเลือด ไอความร้อนจากร่างกายของเธอบ่งบอกถึงความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "ทำไม... ทำไมคุณถึงต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อฉันขนาดนี้ด้วย?" เอลาร่าเอמהถามเสียงเบาหวิว ดวงตาคู่สวยคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลริน "ฉันมันก็แค่... คนที่เคยคิดจะใช้ประโยชน์จากคุณตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือไง?" เร็นมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว เขาสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวและรอยแผลในใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าอะไร ปมในใจจากการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมในอดีตทำให้เขาสสาบانไว้ว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ใครต้องตายต่อหน้าเขาอีก โดยเฉพาะ... ผู้หญิงที่ยอมหันหลังให้ทุกสิ่งเพื่อยืนหยัดเคียงข้างเขาคนนี้ มือหนาที่มีรอยด้านจากการจับดาบและคีย์บอร์ดระบบ เอื้อมไปทาบลงบนมือเรียวที่กำลังสั่นเทาของเธอ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวสัมผัสทำให้เอลาร่าสะดุ้งเล็กน้อยแต่นางไม่ได้ชักมือกลับ "โลกใบนี้มันบิดเบี้ยว และระบบเฮงซวยนี่ก็พยายามจะพรากทุกอย่างไปจากเรา... แต่จำไว้สิครับ เอลาร่า" เร็นโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นและคราบเลือดของเธอด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมทาง "คุณไม่ใช่เครื่องมือ... และผมก็ไม่ได้ยอมเสี่ยงตายเพราะหน้าที่ แต่ผมทำเพราะผมเลือกที่จะปกป้องคุณ... ด้วยชีวิตของผมเอง" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของเอลาร่า เขื่อนกั้นความรู้สึกที่เธอพยายามอดกลั้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงในเสี้ยววินาที หยาดน้ำตาอุ่นร้อนรินไหลอาบแก้มที่เปื้อนเขม่าควัน ความหวาดกลัว ความโดดเดี่ยว และความแค้นที่สุมอก ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นอันล้ำลึกที่เธอไม่เคยได้รับจากที่ไหนอีกเลยนับตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป เอลาร่าโน้มตัวเข้าซบลงบนลาดไหล่กว้างของเร็นทันที แรงสะอื้นไห้เบาๆ ดังขึ้นแนบ5ทรวงอกของชายหนุ่ม เธอใช้สองแขนโอบกอดแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออก เร็นจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตาในความมืดมิดนี้ เร็นหลับตาลงชั่วขณะ แขนอีกข้างที่ยังพอมีแรงยกขึ้นโอบกอดร่างสั่นเทานั้นไว้แนบกาย เขาซบใบหน้าลงกับเรือนผมสีน้ำตาลที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ความเจ็บปวดจากบาดแผลภายนอกราวกับเลือนหายไปเมื่อแลกมาด้วยสายใยแห่งความไว้วางใจที่ถักทอขึ้นอย่างเหนียวแน่นท่ามกลางความเป็นความตาย แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมักสั้นเสมอในดันเจี้ยนแห่งนี้ *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตจากระบบดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นรอบตัวพวกเขาอีกครั้ง พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่สะท้านสะเทือนไปทั่วพื้นผนังหิน ดินฝุ่นร่วงกราวลงมาจากเพดาน เร็นลืมตาโพรงขึ้นในทันที ประกายตาสีดำสนิทกลับมาเฉียบคมและดุดันดั่งนักล่าอีกครั้ง เขาผลักเอลาร่าให้อยู่ด้านหลังอย่างปกป้อง พร้อมกับกระชับดาบในมือมั่น รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าพวกเขา แรงกดดันระดับภัยพิบัติแผ่ซ่านออกมาจากความว่างเปล่านั้น จนแม้แต่เอลาร่ายยังต้องหน้าถอดสี และก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตั้งตัว ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ปกปิดใบหน้าภายใต้หน้ากากโลหะลายกะโหลก ก็ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงปรบมือเยาะเย้ยที่ก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ฮันเตอร์ไร้ระดับผู้กบฏกับสุนัขรับใช้ที่ทรยศหอคอย" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยันใต้หน้ากาก "ไม่นึกเลยว่าพวกแกจะรอดมาถึงชั้นนี้ได้... แต่ก็นั่นแหละ น่าเสียดายที่การเดินทางของพวกแกมันต้องจบลงตรงนี้" เร็นหรี่ตาลงจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขารู้จักน้ำเสียงนั้นดี... มันคือเสียงของคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของเพื่อนร่วมทีมเขาเมื่อปีก่อน "แกมาช้าไปหน่อยนะ... ไอ้สวะ" เร็นกล่าวเสียงเย็น ขณะที่นิ้วมือข้างขวาแตะลงบนปุ่มคำสั่งลับของระบบที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง "เพราะฉันรอที่จะกระทืบหน้าแกมานานพอแล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้ระดับกับสมการการล้างบางระบบพังๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%