เสียงเหล็กดัดกระทบกันดังสนั่นพร้อมกับเศษกระจกที่ร่วงกราวลงมาบนพื้นปาร์เกต์ขัดเงา เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าการลอบสังหารไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่ในจดหมายสนเท่ห์อีกต่อไปแล้วค่ะ
รินทร์สะดุ้งสุดตัว ร่างระหงถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องแต่งตัวในสตูดิโอส่วนตัว ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด แม้ภายนอกเขาจะสร้างภาพลักษณ์ซูเปอร์สตาร์ผู้เย่อหยิ่งและควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มบนพรมแดงกลับถูกกระชากออกมาจนหมดสิ้น
ทว่า ยังไม่ทันที่ความหวาดกลัวจะกัดกินสติไปมากกว่านั้น ร่างสูงใหญ่ของครามก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับเสือชีตาห์ที่ได้กลิ่นเหยื่อ บอดี้การ์ดหนุ่มอดีตหน่วยรบพิเศษไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนสักแอะ สัญชาตญาณดิบเถื่อนและเฉียบคมทำงานเร็วกว่าความคิด มือหนากระชากแขนเรียวให้หลบพ้นแนววิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกเข้ามาฝังลงบนเบาะโซฟาอย่างเฉียดฉิว
"หมอบลง!" ครามคำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่า ดุดัน และทรงอำนาจจนรินทร์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ออกมาจากอกกว้างของอีกฝ่าย
"ปล่อยฉันนะ! นายทำบ้าอะไรเนี่ย เจ็บนะ!" รินทร์ตวาดกลับเสียงสั่นด้วยความโกรธปนตื่นกลัว เมื่อถูกเหวี่ยงลงไปหมอบราบกับพื้นพรมโดยมีร่างหนาของบอดี้การ์ดทาบทับลงมาเพื่อเป็นโล่กำบังกระสุนให้
การเคลื่อนไหวของครามดุดันและไร้ความปรานี เขาสอดมือข้างหนึ่งดึงอาวุธปืนพกสั้นเก็บเสียงออกจากซองสะพายใต้เสื้อสูทอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล สายตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องแสงของม่านมู่ลี่เพื่อประเมินสถานการณ์ภายนอก ในขณะที่มืออีกข้างกดไหล่บางของซูเปอร์สตาร์หนุ่มให้แนบติดพื้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
*ปัง! ปัง!*
เสียงเก็บเสียงดังขึ้นติดต่อกันสองครั้งจากด้านนอก ครามไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาถีบประตูห้องแต่งตัวให้เปิดผางออก ก่อนจะพุ่งออกไปเผชิญหน้ากับมือสังหารที่บุกรุกเข้ามาทางระเบียงชั้นสี่ ภาพการต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นเร็วและรุนแรงจนรินทร์ที่คลานตามออกมามองแทบไม่ทัน หมัดหนักหน่วง ศอกที่กระแทกเข้าจุดตาย และเสียงกระดูกหักดังกรอบ ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องแต่งตัวที่ไฟดับสนิท ครามในยามนี้ดูราวกับมัจจุราชไร้ความรู้สึก ความดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้สูทเนี๊ยบๆ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ความปรานี จนกระทั่งร่างของมือสังหารคนสุดท้ายหมดสติและนอนแน่นิ่งไปกับพื้น
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นควันปืนและกลิ่นอายเลือดที่คละคลุ้ง
รินทร์ยืนพิงขอบประตู หอบหายใจถี่กระชั้น อกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตาคู่สวยมองร่างหมดสติบนพื้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยขีดข่วนของบอดี้การ์ดส่วนตัว ความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจทันทีที่เห็นความรุนแรงตรงหน้า
"นาย... นายต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือไง!" รินทร์ก้าวเข้าไปหากระชากเสียงถาม ลมหายใจร้อนผ่าวด้วยความโมโห "เขาสลบไปแล้ว ทำไมต้องซ้อมเขาจนปางตายขนาดนั้นด้วยวะคราม! นี่มันสตูดิโอฉันนะ ไม่ใช่สนามรบ!"
ครามค่อยๆ เก็บปืนเข้าซองช้าๆ เขาหันกลับมามองนายจ้างตัวแสบด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น ความนิ่งขรึมของอีกฝ่ายยิ่งทำให้รินทร์หัวเสียจนแทบคลั่ง
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น คนที่จะนอนอยู่ตรงนี้แทนมันคือคุณครับ... คุณรินทร์" ครามตอบเสียงเรียบ เจือแววเย้ยหยันเล็กๆ ในน้ำเสียง "โลกที่คุณอยู่มันสวยหรูจนชินตา แต่โลกที่ผมปกป้องคุณอยู่ มันไม่มีที่ให้คนโลกสวยมานั่งใจอ่อนหรอกนะ"
"ฉันไม่ได้โลกสวย!" รินทร์ขึ้นเสียงใส่ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "แต่วิธีการเถื่อนๆ ของนายมันเกินไป! นายมันก็แค่... ไอ้พวกใช้แต่กำลัง ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร!"
ครามก้าวเข้าไปประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ซูเปอร์สตาร์หนุ่มต้องผงะถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างคาดคั้น บอดี้การ์ดหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินทร์เผลอกลั้นหายใจ
"ถ้าผมไม่ใช้กำลัง แล้วคุณคิดว่าไอ้คนที่ส่งจดหมายขู่ฆ่าพร้อมกระสุนนั่น มันจะเจรจากับคุณด้วยความละมุนละไมหรือไงครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นทั้งดุดันและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน "ตื่นจากความฝันได้แล้ว... คุณหนู"
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปและกลิ่นกายเฉพาะตัวของชายหนุ่มที่แผ่ซ่านความอันตรายออกมาจนเขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง แม้ปากจะอยากเถียงกลับ แต่ความจริงที่ว่าชีวิตของเขาเพิ่งถูกช่วยไว้ด้วยมือคู่นี้ ก็ทำให้เขาพูดไม่ออก
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดและเคมีฟุ้งกระจายจนเกือบจะหลอมรวมเป็นความเร่าร้อน ทันใดนั้นเอง...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องแต่งตัวที่พังเสียหายดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างสูงสง่าของ 'จอมทัพ' นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาทรงอำนาจกวาดมองสภาพห้องที่เละเทะก่อนจะมาหยุดที่ร่างของทั้งสองคนที่ยืนแนบชิดกันอย่างสนิทสนม
"โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการแสดงความรักในยามวิกฤตของพวกคุณสินะครับ... คุณรินทร์"
แบล็กเวลเวตขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับวินาทีบีบหัวใจนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะอันตราย: ร้ายนักรักนะคุณบอดี้การ์ด•ตอนที่ 5
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตราย: ร้ายนักรักนะคุณบอดี้การ์ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!