เสียงกระสุนเจาะทะะกระจกห้องแต่งตัววีไอพีดังสนั่น พร้อมกับเศษกระจกใสที่แตกกระจายราวกับฝนดาวตก รินทร์ยังไม่ทันได้อุทานด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งของซูเปอร์สตาร์หนุ่มก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนลอยหวือไปปะทะกับแผงอกแข็งแกร่งของใครบางคน กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเหงื่อและดินปืนลอยเข้าแตะจมูก
“หมอบลง!”
เสียงทุ้มต่ำตวัดกร้าวราวคำรามของเสือร้าย ร่างของครามโถมทับลงมาปกป้องเขาไว้มิดชิด ทั้งคู่กลิ้งหลบไปหลบหลังโซฟาตัวหนาในจังหวะที่กระสุนนัดที่สองเจาะฝังลงบนพนักพิงเบาะหนังอย่างเฉียดฉิว เศษโฟมและนุ่นปลิวว่อน ครามไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า มือหนาชักปืนพกสั้นเก็บเสียงออกจากซองสะพายข้างอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างที่แตกละเอียดเพื่อประเมินสถานการณ์ด้วยสัญชาตญาณของอดีตหน่วยรบพิเศษ
รินทร์หอบหายใจถี่กระชั้น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แม้เขาจะเป็นซูเปอร์สตาร์ผู้ผ่านเวทีใหญ่มานับไม่ถ้วน แต่ความเป็นความตายที่เฉียดฉิวไปเพียงคืบเดียวเมื่อครู่มันสั่นคลอนเส้นประสาททุกเส้นในร่างกาย
“คุณ... คุณบ้าหรือเปล่าเนี่ย! ปล่อยนะ!” รินทร์พยายามดิ้นรนขยับตัวเมื่อรู้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังแนบชิดกันในมุมอับสายตา ร่างกายของครามทาบทับอยู่เหนือเขาเกือบเต็มร้อย น้ำหนักตัวที่กดทับทำให้แผ่นหลังของรินทร์แนบสนิทไปกับพื้นพรมเย็นเฉียบ
“ถ้าไม่อยากสมองไหลเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่ตรงนี้ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ครับ... เอ๊ย... อยู่นิ่งๆ ค่ะ” ครามกัดฟันกรอด เผลอหลุดคำเดิมออกมาด้วยความคุ้นชินก่อนจะรีบแก้คำอย่างหงุดหงิด สายตายังคงจับจ้องไปที่ความมืดมิดของตึกฝั่งตรงข้ามที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร
รินทร์ชะงักไปนิดด้วยความหมั่นไส้ แม้ในสถานการณ์คับขันแบบนี้ คนปากเสียคนนี้ก็ยังหาจังหวะกวนประสาทเขาได้ “นี่คุณ! ถึงฉันจะดังจนคนอยากตามล่าขอลายเซ็นมากแค่ไหน แต่ไม่คิดว่าจะมีคนคลั่งไคล้ถึงขั้นส่งของขวัญเป็นกระสุนปืนร้อยนัดหรอกนะ!”
“เลิกมั่นใจในเสน่ห์บ้าๆ ของคุณสักทีเถอะน่า คุณรินทร์” ครามก้มลงมองคนใต้ร่างด้วยแววตาดุจัด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนจนรินทร์รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ “นี่ไม่ใช่แฟนคลับโรคจิตสติหลุด... แต่นี่คือมืออาชีพ”
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะประสานเป็นจังหวะเดียวกัน รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาบอดี้การ์ดหนุ่ม แววตาคมดุคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงความนิ่งสงบที่ฉาบอยู่บนความดุดัน ซึ่งมันกลับดึงดูดสายตาของเขาให้ละไปไม่ได้อย่างน่าประหลาด
ครามขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนมุมกระสุน ทำให้สะโพกสอบและช่วงขาของทั้งคู่เบียดชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง รินทร์สะดุ้งเฮือก รีบเบนสายตาหนีไปยังซอกคอแกร่งที่มีรอยแผลเป็นจางๆ
“มองอะไรครับ... หึงรอยแผลเป็นผมหรือไง” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู จนรินทร์ต้องรีบหันขวับกลับมาค้อนควับใส่
“หลงตัวเองที่สุด! ใครจะไปมองคุณกัน!” รินทร์สวนกลับเสียงเขียว แม้ใบหูจะขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ “ฉันแค่กำลังคิดต่างหาก ว่าเป้าหมายของไอ้พวกสวะนอกหน้าต่างนั่น... มันคือฉันจริงๆ หรือเปล่า”
คำพูดติดตลกกลายๆ ของรินทร์ทำให้แววตาของครามเปลี่ยนไป ความขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเคร่งเครียดที่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้งลงไปอีก
“คุณหมายความว่ายังไง” ครามถามเสียงต่ำ
“ตั้งแต่ฉันกลับมารับงานแสดงโปรเจกต์นี้ มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นสามครั้งแล้ว” รินทร์ขยับตัวเข้าหาบอดี้การ์ดหนุ่มมากขึ้นเพื่อลดระดับเสียงกระซิบ เบื้องหลังความเย่อหยิ่งและท่าทีถือดี มีความจริงจังและความระแวงฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวย “ครั้งแรก เบรกกองถ่ายเกือบพังเพราะน็อตล้อรถฉันคลายออกเอง ครั้งที่สอง... สตูดิโอเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจุดที่ฉันยืนอยู่พอดี และครั้งนี้... มันไม่ใช่แค่การขู่ขวัญให้กลัว แต่มันตั้งใจเอาชีวิต”
ครามฟังนิ่ง สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน สมองระดับอดีตหน่วยรบพิเศษประมวลผลอย่างรวดเร็ว อุบัติเหตุสามครั้งที่รินทร์พูดถึง... ถ้ามองผิวเผินมันอาจเป็นความซวยหรือความประมาท แต่ถ้าเอามาต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน มันคือ "แผนการลอบสังหารแบบค่อยเป็นค่อยไป" ต่างหาก
หากพวกมันต้องการแค่ฆ่ารินทร์ให้ตาย ทำไมไม่ทำตั้งแต่ครั้งแรก? ทำไมต้องสร้างสถานการณ์ให้เหมือนอุบัติเหตุ?
คำตอบเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวของครามทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่น... พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตของซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งคนนี้ แต่พวกมันกำลัง "เล่นสนุก" หรือต้องการบีบคั้นให้รินทร์หวาดกลัวจนสติแตกเสียก่อน
หรือบางที... เป้าหมายที่แท้จริง อาจไม่ใช่ตัวรินทร์ แต่เป็น "บางสิ่งที่รินทร์ถือครองอยู่" โดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“คุณซ่อนอะไรไว้รึเปล่า... คุณรินทร์” ครามก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม แววตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น “ของบางอย่างที่ทรงอิทธิพลมากพอจะทำให้ใครบางคนยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อความเงียบของคุณ”
รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—สั้นเสียจนถ้าครามไม่สังเกตดีๆ คงมองไม่เห็น—ก่อนที่รินทร์จะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและเชิดใส่ตามนิสัยเดิม
“พูดบ้าอะไรของ1คุณ ฉันเป็นแค่นักแสดง... สิ่งเดียวที่ฉันมีค่าและหวงแหนมากที่สุด ก็คือใบหน้าเพอร์เฟกต์ระดับชาติคนนี้ต่างหากเล่า!” รินทร์ย้อนเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ครามกลับไม่มีท่าทีจะขยับเขยื้อน ราวกับแผงอกของเขากลายเป็นกำแพงเหล็กที่ตรึงรินทร์ไว้กับที่
“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับ” ครามมุมปากกระตุกยิ้มหยันเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความหมั่นไส้และความเอ็นดูอย่างประหลาด “จำไว้ว่าตอนนี้คุณมีผมเป็นบอดี้การ์ด ต่อให้พวกมันส่งกองทัพมาทั้งกองทัพ คุณก็ไม่มีทางได้ตายก่อนจะจ่ายค่าจ้างให้ผมครบหรอก”
“นี่คุณเห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตฉันหรือไง!”
“แน่นอนครับ เงินในบัญชีผมสำคัญกว่าชีวิตซาตานปากจัดแถวนี้เยอะ”
ก่อนที่รินทร์จะได้อ้าปากเถียงกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องแต่งตัว พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของทีมงานด้านนอกที่ดังแทรกเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นข้างใน! คุณรินทร์ปลอดภัยไหมครับ!”
ครามส่งสัญญาณมือห้ามรินทร์ทันที นิ้วเรียวยาวจรดอยู่บนไกปืนพร้อมเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลา สายตาคมกริบจับจ้องไปที่บานประตูไม้เนื้อหนาที่กำลังถูกเคาะรัวด้วยความร้อนรน
แกร๊ก...
เสียงบานประตูห้องแต่งตัวถูกผลักเปิดออกช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าอึดอัด ร่างสูงโปรغمของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ท่ามกลางเศษกระจกที่เกลื่อนกลาดเต็มพื้น
รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เมื่อบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นไม่ใช่ทีมงานกองถ่ายอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึกโดยสิ้นเชิง
“โอ้... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย”
จอมทัพกวาดสายตามองภาพที่ครามกำลังคร่อมทับอยู่บนร่างของรินทร์บนพื้นพรมด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น ก่อนที่ดวงตาคมปลาบจะหันมาสบตากับครามโดยตรง รอยยิ้มมุมปากของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลถูกยกขึ้นสูงขึ้นอีกนิด พร้อมกับคำพูดที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในทันที
“ไม่เจอกันนานเลยนะ... สุนัขรับGจ้างฝีมือดี และ... เจ้าชายน้อยผู้ดื้อรั้นของผม”
แบล็กเวลเวตขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับวินาทีบีบหัวใจนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะอันตราย: ร้ายนักรักนะคุณบอดี้การ์ด•ตอนที่ 4
รอยร้าวในเงามืด
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตราย: ร้ายนักรักนะคุณบอดี้การ์ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!