กลิ่นอายของเกสรดอกไม้ป่าในหุบเขาหมันฮวานั้นไม่ได้หอมหวานชวนรื่นรมย์ หากแต่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความงามอันพิสุทธิ์ กลีบดอกไม้สีแดงฉานดั่งโลหิตโปรยปรายลงมาตามแรงลม ยามเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อของพงไพร มันกลับส่งเสียงฟู่คล้ายน้ำกรดที่กำลังกัดกร่อนเปลือกไม้จนดำเป็นตอตะโก
ไป๋ลี่หลินกวาดสายตาคมปลาบประดุจใบมีด มองสำรวจเบื้องหน้าด้วยสติที่จดจ่อถึงขีดสุด ปลายเท้าของนางเหยียดยืนอยู่บนแผ่นศิลาโบราณที่สลักลวดลายค่ายกลแปดทิศ ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีม่วงเข้ม เป็นพิษร้ายแรงชนิดที่สามารถละลายกระดูกของมนุษย์ให้กลายเป็นผุยผงได้ภายในสามลมหายใจ
"ก้าวเท้าซ้ายไปเจ็ดนิ้ว แล้วปัดชายอาภรณ์หลบกลไกศิลาที่ซ่อนอยู่ใต้รากไม้เบื้องขวาเสีย หลี่หลี่... เจ้าอย่าได้ก้าวพลาดแม้แต่เพียงเสี้ยวชุลมุน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของท่านอ๋องมู่หรงหลี่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน แม้ในยามวิกฤตที่ความตายรายล้อมอยู่รอบกาย ชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นมิได้ทอดมองไปยังค่ายกลเบื้องหน้า หากแต่จ้องมองร่างระหงของสตรีในดวงใจผู้ยืนอยู่เคียงข้างด้วยความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากอันเยือกเย็น
ไป๋ลี่หลินเหลือบสายตากลับมามองสสามี ชั่วพริบตานั้นรอยยิ้มบางเบาก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหาได้มีความหวาดกลัวไม่ กลับเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้ว หม่อมฉันเป็นถึงแพทย์หญิงผู้พลิกฟื้นชีวิตผู้คนจากประตูผี ไฉนเลยจะมาพ่ายแพ้ให้กับกลลวงของคนโบราณเช่นนี้เล่า... แต่อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ หากเราพ้นหุบเขาแห่งนี้ไปได้ ท่านต้องตามใจหม่อมฉันทุกอย่างเป็นเวลาสามเดือนเต็ม"
มู่หรงหลี่แค่นเสียงหึในลำคอ แววตาที่เคยมองคนอื่นดั่งผงธุลีกลับฉายแววอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทอดมองนาง "ต่อให้เจ้าจะขอแผ่นดินนี้ ข้าก็ย่อมหามาวางไว้แทบเท้าเจ้า ขอเพียงแค่เจ้ามีชีวิตรอดออกไปพร้อมกับข้าเท่านั้น"
สิ้นคำพูดอันหนักแน่นดั่งศิลา ชายหนุ่มก็ก้าวทะยานร่างเข้าสู่ใจกลางค่ายกลทันที ผ้าแพรสีดำสะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณอันกล้าแกร่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อคุ้มกันต้านทานลมพิษ ไป๋ลี่หลินไม่รอช้า นางดีดตัวตามติดไปอย่างรู้ใจ มือเรียวบางสะบัดเข็มเงินเคลือบโอสถสกัดพิษซัดออกไปปักเข้าใส่กลไกรูปสัตว์อสูรที่พุ่งทะยานออกมาจากผนังถ้ำได้อย่างแม่นยำราวนับหนึ่งถึงสาม
เสียงกลไกขนาดยักษ์บด The ground สะท้านสะเทือน กลิ่นอายของความตายพัดโชกเข้ามาปะทะใบหน้าจนชาหนึบ พิษร้ายในหมอกเริ่มซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังจนเสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของไป๋ลี่หลินเริ่มส่งควันสีดำจางๆ นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนสติแทบดับวูบ
"ลี่หลิน!"
มู่หรงหลี่ที่นำอยู่เบื้องหน้าตวัดสายตากลับมาเห็นพอดี ร่างสูงใหญ่พุ่งกลับมาราวกับสายฟ้าฟาด คว้าเอวบางเข้ามากอดแนบอกอย่างไม่กลัวเกรงต่อพิษร้ายที่กำลังแผดเผา ชายหนุ่มไม่ลังเลที่จะยกแขนเสื้อของตนเองขึ้นใช้มีดสั้นกรีดลงบนฝ่ามือให้เลือดสดๆ ไหลออกมา แล้วป้ายลงบนริมฝีปากและบาดแผลของนางทันที
"ท่านพี่... เลือดของท่าน..." ไป๋ลี่หลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ โลหิตของชินอ๋องผู้มีสายเลือดมังกรบริสุทธิ์และฝึกยุทธ์สายหยางขั้นสูงสุด คือยาต้านพิษที่ดีที่สุดในใต้หล้า แต่มันก็หมายถึงการที่เขาต้องสูญเสียพลังลมปราณและทำร้ายร่างกายตนเองอย่างใหญ่หลวง
"อย่าพูดมาก ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตายในที่อัปมงคลเช่นนี้" มู่หรงหลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแต่สั่นเครือเล็กน้อย สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความลุ่มลึกและหวงแหนอย่างถึงที่สุด เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับแผ่พุ่งลมปราณทั้งหมดที่มีทะลวงผ่านประตูสุดท้ายของค่ายกลหันฮวาออกไป
แสงสว่างจ้าสีขาวโพลนสาดส่องทะลุม่านหมอกพิษออกมา ทั้งสองร่างร่วงหล่นลงสู่พื้นหญ้าเขียวขจีเบื้องล่างนอกหุบเขา ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัว ท่ามกลางกลิ่นอายของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ไร้ซึ่งเงาของความตาย
ไป๋ลี่หลินนอนซบอยู่บนอกแกร่ง มือเรียวเอื้อมขึ้นสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยเปื้อนคราบเขม่าดินและเลือดของเขา นางหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตา "ท่านนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริง"
มู่หรงหลี่ก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน แววตาอ่อนโยนที่ปกติไม่เคยมีใครได้เห็นถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้การป้องกัน เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงไปประทับริมฝีปากบนหน้าผากมนของนางเพื่อแสดงความโล่งใจ
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความหวานล้ำอันมั่นคงดั่งศิลา เสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยก็ดังขึ้นล้อมรอบทิศทางจากพุ่มไม้หนาทึบ
"จับตาดูให้ดี... ฮองเฮาองค์ปัจจุบันมีรับสั่งว่า หากพบตัวท่านอ๋องกับนางหมอปีศาจผู้นี้ ให้ฆ่าทิ้งทันที ไม่เว้นแม้แต่ศพ!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความเหี้ยมเกรียมพร้อมกับเงาร่างของนักฆ่าชุดดำนับสิบชีวิตที่ถือธนูอาบยาพิษน้าวสายเล็งตรงมายังจุดที่ทั้งสองนอนอยู่ และผู้นำกลุ่มนักฆ่าที่ก้าวออกมาจากเงาไม้พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน กลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นองครักษ์คนสนิทที่ควรจะรอรับเสด็จพวกตนอยู่ภายในจวนอ๋อง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 26
ค่ายกลแห่งหุบเขาหมันฮวา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!