"หากก้าวพ้นประตูเมืองเหลียงโจวไปแล้ว... ชีวิตของเจ้าและข้าจะมิใช่ของราชสำนักอีกต่อไป"
เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดเบียดกันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในรถม้าหลวงที่กำลังโยกโคลงเคลงตามจังหวะการควบทะยานของม้าศึกนับร้อย มู่หรงหลี่ในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายเงินเข้ม ปรายตามองร่างระหงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นฉายประกายความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์
ไป๋ลี่หลินมิได้สะท้านสะเทือนต่อคำขู่แกมเตือนนั้น นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงฝนแท่งหมึกสีชาดลงบนจานหินฝนหมึกเนื้อละเอียด กลิ่นหอมจางๆ ของชะมดเชียงและกฤษณาคละคลุ้งผสมผสานไปกับกลิ่นอายดินทรายแห้งแล้งที่เล็ดลอดผ่านรอยต่อของหน้าต่างรถม้าเข้ามา
"หม่อมฉันหาใช่คุณหนูในห้องหอที่ต้องให้ท่านอ๋องคอยปกป้องคุ้มภัยทุกฝีก้าวไม่เพคะ..." นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาที่แต้มอยู่บนเรียวปากสีชาดช่างเย้ายوانและท้าทายในคราเดียวกัน "อีกอย่าง... ตำราแพทย์สะท้านแผ่นดินเล่มนั้น หากตกไปอยู่ในมือของฮวาเฟยและกลุ่มอำนาจเก่าตระกูลหลี่ เกรงว่าทั่วทั้งแผ่นดินต้าเฉินคงนองเลือดด้วยพิษร้ายยิ่งกว่ายาสลายกระดูกเสียอีก ท่านอ๋อง... เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแย่งชิงมันกลับมาก่อนที่พระสนมเอกนางนั้นจะใช้มันต่อรองอำนาจในวังหลวง"
มู่หรงหลี่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจ เขาขยับกายเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็วจนไป๋ลี่หลินต้องเอนกายถอยหลังเล็กน้อย ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังรถม้าเสียแล้ว มือหนาเอื้อมไปคว้าคางมนของนางขึ้นมาเบาๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบไล้ผ่านผิวแก้มเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นแก้วตาดวงใจ ทว่าแววตากลับจริงจังดุจประกาศิต
"เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพันกับตำราโบราณเล่มเดียว... ลี่หลินจำไว้ เจ้าเป็นชายาของมู่หรงหลี่ผู้นี้ หากเจ้าเป็นอะไรไป ต่อให้แผ่นดินต้าเฉินนี้ลุกเป็นไฟ ข้าก็จะเผาทำลายมันให้สิ้นซากไม่ให้เหลือแม้แต่เศษธุลี"
หัวใจของยอดกุนซือสาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ แม้จะรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้เยียบเย็นและอำมหิตเพียงใดต่อศัตรู แต่ทุกครั้งที่เขาแสดงความคลั่งรักและหวงแหนออกมาอย่างไม่ปิดบัง นางก็มักจะพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะเหล็กนั้นเสมอ ทว่านางเลือกที่จะกลบเกลื่อนความไหวหวั่นนั้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของแพทย์หญิงผู้ผ่านโลกมาสองภพ
"ท่านอ๋องโปรดวางใจ... หม่อมฉันรักตัวกลัวตายยิ่งกว่าใคร ข้ายังอยากอยู่ดูวันที่ท่านกวาดล้างกาลีบ้านกาลีเมืองให้สิ้นซากอยู่นะครับ เอ๊ย... เพคะ" นางเกือบหลุดปากใช้สรรพนามบุรุษที่คุ้นเคยในอดีต มู่หรงหลี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกขันกับความผิดพลาดเล็กๆ นั้น ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มหายากที่ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
รถม้าหลวงชะลอความเร็วลงกะทันหันจนร่างทั้งสองเซเข้าหา ภายนอกหน้าต่าง เสียงลมพายุทะเลทรายคำรามราวกับอสูรกายกำลังกรีดร้อง เมืองชายแดนเหลียงโจว—ดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและกลิ่นอายของการนองเลือด ปรากฏอยู่เบื้องหน้าภายใต้แสงจันทร์สีเลือด
พวกเขาก้าวลงจากรถม้า ผ้าคลุมกันหนาวขนสัตว์สีเทาปลิวสะบัดตามแรงลม ไป๋ลี่หลินกวาดสายตามองไปรอบๆ โรงเตี๊ยมเก่าแก่กลางเมืองชายแดนที่ถูกทิ้งร้างครึ่งหนึ่ง ป้ายไม้ผุกร่อนสลักชื่อ "โรงเตี๊ยมร้อยศพ" ส่งกลิ่นอายอัปมงคลคละคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลม
"ตามข่าวกรองของหน่วยเงา... คนของฮวาเฟยที่ส่งมาแย่งชิงตำราแพทย์กำลังกบดานอยู่ที่ชั้นใต้ดินของที่นี่" มู่หรงหลี่กระซิบชิดริมหูของนาง ไออุ่นจากลมหายใจของเขารดต้นคอจนนางรู้สึกขนลุกชัน มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเรียวของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านความมั่นคงมาให้
"ดูเหมือนพวกมันจะรู้ตัวเร็วกว่าที่คิดนะเพคะ..." ไป๋ลี่หลินหรี่ตามองรอยเท้าบนพื้นทรายหน้าร้านที่มีร่องรอยการเหยียบย่ำใหม่ๆ สลับกับคราบของพิษแมงป่องทรายสีดำที่ถูกบดขยี้ทิ้งไว้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่ากับดักถูกวางรอไว้ต้อนรับพวกเขาแล้ว
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ความมืดภายในโรงเตี๊ยม กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสมุนไพรจีนบางชนิดเตะจมูกทันที ไป๋ลี่หลินแอบหยิบเข็มเงินอาบยาพิษสลายวิญญาณขึ้นมาซ่อนไว้ระหว่างปลายนิ้ว ขณะที่มู่หรงหลี่ชักกระบี่มังกรนิลออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันกังวานก้องไปทั่วห้องโถงร้าง
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ประตูไม้บานใหญ่เบื้องหน้าก็ค่อยๆ แง้มเปิดออกด้วยแรงลม เผยให้เห็นร่างเงาดำนับสิบชีวิตยืนล้อมรอบบุรุษผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากเงินลายอสูร ในมือของมันถือคัมภีร์หนังมนุษย์เก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งที่เรืองแสงสีเขียวจางๆ ยามต้องแสงจันทร์—ตำราแพทย์สะท้านแผ่นดินที่พวกเขาตามหา!
"ไม่นึกเลยว่าชินอ๋องผู้สูงศักดิ์จะยอมลดตัวมาถึงดินแดนกันดารเช่นนี้..." เสียงแหบพร่าลอดผ่านหน้ากากเงินออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "แต่เกรงว่า... ท่านคงมาเสียเที่ยว เพราะของสิ่งนี้ ได้ถูกส่งมอบให้กับ 'นายเหนือหัว' ของข้าเรียบร้อยแล้ว"
มู่หรงหลี่หรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "คิดว่าตบตาข้าได้งั้นรึ?"
ทันใดนั้นเอง ไป๋ลี่หลินที่ยืนเงียบอยู่ข้างกายเขากลับส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาสุกสกาวทอประกายรู้ทันเกม
"ถ้าตำรานั่นเป็นของจริง ป่านนี้มือของเจ้าคงเน่าเปื่อยกลายเป็นจุลไปแล้ว เพราะหน้าแรกของตำราแพทย์สะท้านแผ่นดินเคลือบไว้ด้วยพิษร้อยบุปผาสลายกระดูก... เจ้าสารเลวตัวปลอม!"
สิ้นคำพูดของนาง ร่างใต้หน้ากากเงินก็สะดุ้งเฮือก สีหน้าใต้หน้ากากเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตาเดียว
ก่อนที่คมกระบี่ของมู่หรงหลี่จะพุ่งทะลวงเข้าปลิดชีพอีฝ่ายเพื่อเค้นความจริง แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้บรรยากาศทั้งหมดหยุดชะงักลง
"ราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... ฮองเฮามีรับสั่งให้ปลดชินอ๋องและชายาออกจากฐานันดร พร้อมข้อหากบฏต่อแผ่นดิน!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 25
ตามล่าตำราแพทย์สะท้านแผ่นดิน
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!