"เจ้าคิดว่างานฉลองคืนนี้จะเป็นเพียงแค่การรินสุราล้างคาวเลือดจริงหรือ ท่านอ๋อง?"
สุ้มเสียงของไป๋ลี่หลินแผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบของสายลมในฤดูใบไม้ร่วง ทว่านัยน์ตาของนางกลับสะท้อนภาพคมดาบที่พาดอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างไม่ไหวติง นางสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายเมฆา ดูสูงส่งทว่าเยือกเย็นราวกับเทพธิดาแห่งสงคราม
มู่หรงหลี่วางจอกสุราลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา เขามองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะแย้มยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย "งานฉลองที่ข้าจัดขึ้น... หากไม่มีงูพิษโผล่หัวออกมาให้ข้าเด็ดหัวทิ้งบ้าง ก็คงจะจืดชืดเกินไปมิใช่หรือลี่หลิน"
เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมอยู่ภายนอกห้องโถงใหญ่ จวนอ๋องถูกประดับประดาด้วยโคมไฟนับพันดวง แสงไฟวับวาวสะท้อนกับเครื่องเงินและสุราเลิศรสที่ถูกนำมาเลี้ยงฉลองความสำเร็จในการปราบกบฏชายแดน ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือชั้นในกลับเย็นเยียบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ลี่หลินหยิบพัดหยกขึ้นมาโบกเบาๆ พลางทอดสายตามองผ่านหน้าต่างที่แง้มไว้เล็กน้อย "พระสนมฮวาเฟยส่งคนมาแสดงความยินดีถึงสามครั้งในวันนี้ แต่ละครั้งล้วนมีของกำนัลที่ดูขัดตา... นางคงไม่เพียงแค่ต้องการมามอบคำอวยพรหรอกนะ"
"ให้นางส่งคนมาเถิด" มู่หรงหลี่ก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดที่ข้างขมับของนาง "ข้ากางข่ายดักไว้ทั่วจวนแล้ว ใครหน้าไหนที่กล้าก้าวข้ามเส้นเขตแดนเข้ามา... ข้าจะให้มันได้รู้จักความหมายของการสูญสิ้นลมหายใจก่อนที่สุราถ้วยต่อไปจะถึงริมฝีปาก"
ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนหมากรุกในใจอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเบาราวกับขนนกก็พัดผ่านหลังคาจวนไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของวิชาตัวเบาชั้นสูงที่ปะปนมากับสายลมทำให้ลี่หลินขมวดคิ้ว นางไม่ได้หันไปมองสบตากับมู่หรงหลี่ แต่กลับขยับตัวลุกขึ้นทันที
"มีคนเข้ามา"
เพียงคำเดียว มู่หรงหลี่ก็เปลี่ยนจากสามีผู้คลั่งรักกลับกลายเป็นแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดในพริบตา เขาคว้าดาบประจำกายแล้วพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองตามได้ทัน ลี่หลินเองก็ไม่รอช้า นางคว้าเข็มเงินที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแล้วรีบติดตามออกไป
ท่ามกลางเงามืดของระเบียงทางเดินคดเคี้ยว ร่างในชุดดำสนิทกำลังพุ่งทะยานตรงไปยังห้องเก็บตำราลับ ที่นั่นคือที่เก็บ 'ตำราแพทย์โบราณแห่งเทือกเขาคุนหลุน' มรดกที่ลี่หลินใช้เวลาชำระเรียบเรียงมานานแรมปี หากตำราเล่มนี้ตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว ความลับเรื่องยาสมุนไพรพิษที่กำลังแพร่ระบาดในวังหลวงก็จะถูกเปิดเผย
'โครม!'
เสียงแจกันกระเบื้องเคลือบแตกกระจายอยู่หน้าห้องเก็บตำรา มู่หรงหลี่ดักหน้าผู้บุกรุกไว้ได้ทันท่วงที เงาดำนั้นชะงักงันก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง ดาบในมือของมันอาบไปด้วยแสงสีเขียวจางๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามันเคลือบยาพิษร้ายแรงไว้
"คิดจะชิงของจากมือข้า เจ้ายังเร็วไม่พอ" มู่หรงหลี่สะบัดดาบเพียงครั้งเดียว เสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่วระเบียง ทว่าในจังหวะที่การต่อสู้กำลังดุเดือด เงาดำอีกร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลัง มันไม่ได้พุ่งเข้าหามู่หรงหลี่ แต่กลับพุ่งเป้าไปที่ประตูห้องเก็บตำราโดยตรง
ลี่หลินที่ตามมาทันเห็นเหตุการณ์นั้น นางไม่ลังเลที่จะปาเข็มเงินในมือออกไป เป้าหมายคือจุดสกัดของโจรชุดดำร่างที่สอง "อย่าหวัง!"
เข็มเงินปักฉึกเข้าที่ไหล่ของมันจนร่างนั้นเซไปปะทะกับบานประตู ทว่าโจรผู้นั้นกลับเหยียดยิ้มเย็นเยียบ มันคว้าห่อผ้าที่วางอยู่ใกล้กับโต๊ะข้างในออกมาได้สำเร็จ ก่อนจะระเบิดควันพรางตัวขึ้นมาท่ามกลางงานเฉลิมฉลองที่กำลังคึกคัก
"ตำรา!" ลี่หลินอุทานด้วยความตกใจ
มู่หรงหลี่ไล่ตามคนร้ายไปจนสุดเขตกำแพงจวน ทว่าเขากลับต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นทหารรักษาการณ์จำนวนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บนอนกองอยู่หน้าซุ้มประตูทางออก มันเป็นกลลวง! พวกมันไม่ได้มีเพียงแค่โจร แต่ใช้ทหารที่ถูกวางยาหรือลอบทำร้ายเป็นตัวเบี่ยงเบนความสนใจ
เมื่อเขากลับมาที่จุดเกิดเหตุ ลี่หลินกำลังยืนนิ่งสนิท มือของนางสั่นเทาเล็กน้อยขณะมองร่องรอยบนโต๊ะไม้ที่ว่างเปล่า
"มันไม่ใช่แค่ตำราการแพทย์ มู่หรงหลี่..." ลี่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกผิดปกติ "ในห่อผ้านั้น ข้าซ่อนแผนที่เส้นทางลับเข้าคลังแสงของกองทัพหลวงไว้ด้วย หากตำราเล่มนี้ไปถึงมือฮวาเฟย... นางจะไม่ได้แค่กำจัดข้า แต่นางจะกำจัดท่านให้สิ้นซาก"
มู่หรงหลี่เดินเข้ามาโอบไหล่นางไว้แน่น ความโกรธเคืองประทุอยู่ในอกดั่งลาวาที่รอวันระเบิด แต่เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะสติแตก
"ข้าจะตามไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้"
"ช้าก่อน" ลี่หลินรั้งแขนเขาไว้ นางหยิบเศษผ้าสีดำที่ขาดติดมือโจรออกมาจากพื้น มันเป็นผ้าไหมชั้นดีที่หาได้ยากยิ่งในตลาดมืด ทว่ามีตราประทับลางๆ เป็นรูปดอกกุหลาบพันปี... สัญลักษณ์ประจำตัวของ 'หน่วยสังหารลับแห่งวังหลวง' ที่ขึ้นตรงต่อพระสนมฮวาเฟยโดยเฉพาะ
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังตรวจสอบหลักฐานนั้นเอง เสียงฝีเท้าขององครักษ์คนสนิทก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ เขาคุกเข่าลงต่อหน้าท่านอ๋องด้วยท่าทางหวาดหวั่น
"ท่านอ๋อง! ขันทีจากวังหลวงเพิ่งนำราชโองการด่วนมาถึงพ่ะย่ะค่ะ... เนื้อความในราชโองการระบุว่า ให้ฝ่าบาทเสด็จเข้าวังหลวงเดี๋ยวนี้ เพื่อพิพากษาคดีความที่ไป๋ลี่หลินถูกกล่าวหาว่าขโมยตำราหลวงและสมคบคิดกับกบฏ... โดยมีพระสนมฮวาเฟยเป็นผู้กราบทูล!"
มู่หรงหลี่ชะงัก มือของเขาบีบดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ลี่หลินเงยหน้าขึ้น สบตากับเขานิ่ง แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะฟาดฟันกับพายุลูกใหญ่นี้ "หมากตานี้พวกมันวางแผนมาดีนัก... ท่านอ๋อง ท่านจะเลือกทางใด? จะส่งข้าเข้าคุกหลวง หรือจะฉีกราชโองการทิ้ง แล้วประกาศสงครามกับฮ่องเต้ในคืนนี้?"
ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น ดาบในมือของมู่หรงหลี่ถูกชักออกมาจนสุด เสียงเหล็กกระทบฝักดาบดังบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคนในที่นั้น
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดุจประกาศิตแห่งความตาย...
"หากพวกมันต้องการให้เราเล่นเกมนี้ ข้าก็จะจัดให้... แต่อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องภรรยาของข้าแม้แต่ปลายก้อย แม้คนผู้นั้นจะเป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์ก็ตาม!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 24
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองและเงาปริศนา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!