เสียงกระดาษแผ่นบางถูกพลิกสลับด้วยน้ำหนักที่หนักหน่วง เป็นเพียงสรรพเสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ภายใต้หลังคาตำหนักไที่ยวนในยามวิกาล
แสงจากเปลวเทียนสีชาดวับแวมทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างขององค์ฮ่องเต้ ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ ณ ที่แห่งนี้ไม่ใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความเงียบก่อนที่พายุใหญ่จะพัดพาเอาทุกสิ่งทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง บัญชีลับสามเล่มที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พื้นศิลาของจวนมหาเสนาบดีมานานแรมปี บัดนี้ได้นอนนิ่งสนิทอยู่เบื้องพระพักตร์แล้ว
ทุกตัวอักษร ทุกยอดตัวเลข และทุกรายชื่อขุนนางที่รับสินบน ล้วนถูกบันทึกด้วยลายมืออันคุ้นตาของคนที่พระองค์ทรงไว้พระทัยมากที่สุด
"ดี... ดีจริงๆ"
พระสุระเสียงแหบพร่าตรัสลอดไรพระโอษฐ์ที่สั่นระริก ดวงเนตรคมกริบฉายแวววโรทัยที่ถูกความมืดมิดกลืนกินจนดำสนิท พระหัตถ์ที่กำม้วนกระดาษแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนสั่นเทาด้วยความกริ้วโกรธ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงสดับตรับฟังคำทูลถวายรายงานอันสวยหรูจากตระกูลอัครเสนาบดีมาโดยตลอด คิดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหลังรอยยิ้มอันนอบน้อมและท่าทีจงรักภักดี จะเป็นการกัดกินรากฐานของแผ่นดินอย่างเลือดเย็นเช่นนี้
"ทูลฝ่าบาท..." ขันทีมือขวาหมอบกราบลงแนบพื้นแทบไม่กล้าหายใจ "ราชองครักษ์เสื้อแพรและกองกำลังทหารม้าเหล็กของท่านอ๋อง... เข้าปิดล้อมจวนตระกูลอัครเสนาบดีเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ในเวลาเดียวกันนั้น ห่างจากเขตพระราชฐานชั้นในออกไป ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดงฉานจากคบเพลิงนับพันดวง
มู่หรงหลี่ประทับอยู่บนหลังอาชาสีดำสนิท ร่างสูงสง่าในชุดเกราะประดับลวดลายวิจิตรสะท้อนแสงไฟในยามค่ำคืน ใบหน้าคมคายดุจหินสลักเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ดวงเนตรหงส์หรี่ลงเล็กน้อยมองดูประตูจวนไม้สักทองบานใหญ่ที่สลักเสลาอย่างประณีต ซึ่งบัดนี้ถูกกระแทกเปิดออกด้วยกำลังพลนับร้อยของกองทัพพิทักษ์แผ่นดิน
"ท่านอ๋อง! นี่มันเรื่องอันใดกัน! พวกท่านกล้าดียังไงมาปิดล้อมจวนอัครเสนาบดี!"
เสียงตะโกนด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวของบุตรชายคนโตตระกูลอัครเสนาบดีดังขึ้น พร้อมกับการก้าวออกมาเผชิญหน้า ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับไม่ใช่คำอธิบาย หากแต่เป็นปลายกระบี่คมกริบที่จ่อเข้าที่ลำคออย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน
"บังอาจ" มู่หรงหลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงราวกับต้องลมหนาว "ผู้ใดสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... จับกุมให้หมด"
เสียงกรีดร้อง ความโกลาหล และเสียงโลหะกระทบกันดังระงมไปทั่วบริเวณ ข้าราชบริพารและบ่าวรับใช้ต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ทว่าไม่มีผู้ใดรอดพ้นจากตาข่ายเหล็กที่ท่านอ๋องทรงวางแผนไว้อย่างรัดกุมได้เลย หญิงสาวและเด็กๆ ในตระกูลถูกต้อนให้ออกมารวมกันที่ลานกว้าง ท่ามกลางสายตาเยียบเย็นของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพ
ไป๋ลี่หลินก้าวลงจากรถม้าคันเรียบที่จอดอยู่ไม่ไกล นางสวมชุดคลุมกันหนาวสีนวล เรียบร้อยแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพความล่มสลายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่สงบนิ่ง นางไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับคนเหล่านี้ แต่ในหมากกระดานการเมืองนี้ หากฝ่ายหนึ่งไม่ยอมล้ม อีกฝ่ายย่อมต้องดับสูญ นี่คือสัจธรรม
"พระชายา..." เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาหา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับพระสวามี ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดและควันไฟจากคบเพลิง
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีเพคะท่านอ๋อง" นางเอ่ยเสียงเบา พลางจัดสาบเสื้อเกราะให้เขาอย่างทะนุถนอม "บัญชีลับถึงมือฝ่าบาทแล้ว พระองค์ย่อมทรงตระหนักได้เองว่าผู้ใดสมควรได้รับการอภัย และผู้ใดสมควรถูกลบชื่อออกจากแผ่นดินนี้"
มู่หรงหลี่คว้ามือเรียวบางของนางมาซ่อนไว้ในอุ้งมืออุ่นจัดของตนเอง สัมผัสที่อบอุ่นท่ามกลางค่ำคืนอันเหน็บหนาวนี้คือเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่าพายุการเมืองจะโหมกระหน่ำรุนแรงเพียงใด มือคู่นี้ก็จะยังคงกุมกันไว้เช่นเดิม
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบเริ่มกลับคืนสู่จวนตระกูลใหญ่ที่บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังทางจิตวิญญาณ ขันทีเฒ่าจากตำหนักในคนสนิทของฮองเฮาก็วิ่งกระหựดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"ท่านอ๋อง! พระชายา!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่ตำหนักเย็นแล้ว!"
มู่หรงหลี่ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงเนตรคมกริบฉายแววอันตราย "เกิดอันใดขึ้น?"
"พระสนมฮวาเฟย... ทรงแอบลอบปลิดชีพพระองค์เองด้วยยาพิษในยามวิกาล แต่ก่อนสิ้นลม นางได้ทิ้ง... พระราชโองการลับฉบับสุดท้ายที่อ้างว่าเป็นลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้เมื่อสัปดาห์ก่อนไว้บนพระแท่น!"
ไป๋ลี่หลินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นางรู้ดีว่าสนมเอกผู้นี้ไม่มีทางยอมจำนนโดยง่าย แต่การตายพร้อมกับทิ้งระเบิดเวลาชิ้นนี้ไว้... หมายความว่าอย่างไร?
มือเรียวที่กุมกันอยู่กับท่านอ๋องบีบแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เมื่อขันทีเฒ่าคุกเข่าลงและกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยเสียงอันสั่นเครือ
"ในพระราชโองการฉบับนั้น... มีรับสั่งให้ประหารชีวิตพระชายาไป๋ลี่หลินทันที หากตระกูลอัครเสนาบดีล่มสลายลง!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 23
การล่มสลายของตระกูลขุนนางใหญ่
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!