กลิ่นคาวเลือดเจือจางของชะมดเชียงและกำยานราคาแพงลอยอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันของตำหนักอวี้กุ้ย บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ตึงเครียดเสียจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังคล้ายจะบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายหงส์คาบแก้ว ร่างของสนมขั้นกุ้ยเหรินผู้หนึ่งกำลังดิ้นทุรนทุรายริมฝีปากเขียวชอุ่ม ฟองสีขาวอมชมพูเอ่อล้นทะลักออกจากมุมปาก นางกรีดร้องด้วยความทรมานก่อนจะแน่นิ่งไปท่ามกลางความตื่นตระหนกของนางกำนัลที่หมอบกราบกรานสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง
"เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ... สนมจ้าวเสวยรังนกตุ๋นที่พระสนมไป๋เป็นผู้ประทานให้... แล้วก็สิ้นใจลงในทันที!"
เสียงแหลมสูงของนางกำนัลคนสนิทแห่งตำหนักฮวาเฟยดังขึ้นทำลายความเงียบ นางก้าวออกมาจากมุมมืด ใบหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มสะใจที่ซ่อนไว้ภายใต้ความตื่นตระหนกจอมปลอม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังร่างไร้วิญญาณสลับกับสตรีชุดคลุมสีฟ้าครามปักลายเมฆาที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า
ไป๋ลี่หลินมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายหางตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่แตกกระจายบนพื้น น้ำแกงสีอำพันเจือด้วยคราบสีดำคล้ำส่งกลิ่นฉุนกึกเตะจมูก สมองอันเฉียบคมราวกับติดอาศัยอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมดในเสี้ยวพริบตา พิษชนิดนี้คือ "อัสนีกลืนวิญญาณ" เป็นพิษโบราณจากดินแดนทางเหนือ ออกฤทธิ์รวดเร็วและททำลายอวัยวะภายในภายในสามลมหายใจ แต่น่าเสียดาย... มันไม่ใช่พิษที่จะหาได้ทั่วไปในวังหลังแห่งนี้ และยิ่งไม่ใช่พิษที่นางจะเลือกใช้หากคิดจะสังหารใครสักคนอย่างโง่เขลา
"พระสนมไป๋... ท่านช่างใจคอโหดเหี้ยมนัก" พระสนมฮวาเฟยสาวเท้าก้าวเข้ามาด้วยกิริยาท่าทางที่เยื้องกรายงดงามดั่งนางพญา นางป้องปากอุทานด้วยความตกใจ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยชัยชนะที่กำชัยอยู่ในมือ "น้องจ้าวผู้นี้เพิ่งจะเอ่ยปากขัดแย้งกับท่านเรื่องส่วนแบ่งเครื่องทรงเมื่อวานนี้ วันนี้กลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยถ้วยยาพิษจากมือท่าน ช่างน่าอนถนัก... เรื่องนี้เห็นทีหม่อมฉันคงต้องกราบทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบด้วยพระองค์เองเสียแล้ว"
สิ้นคำกล่าว เหล่าองครักษ์และขันทีหลวงนับสิบชีวิตก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาปิดล้อมตำหนักไว้จนแน่นหนา บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าไป๋ลี่หลินกลับแย้มสรوسน้อยๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงาม ทว่าเย็นเยียบเสียจนฮวาเฟยต้องชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
"พระสนมฮวาเฟยร้อนใจเกินไปแล้วกระมังครับ" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านนอก ประตูบานสลักไม้จันทน์ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรห้ากรงเล็บก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น ไอสังหารจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวของท่านอ๋องมู่หรงหลี่ทำให้ทุกคนภายในตำหนักต้องรีบหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
มู่หรงหลี่มิได้ชายตานองผู้ใด สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองร่างไร้ลมหายใจของสนมจ้าวแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดลงที่ภรรยาคู่สมรส ร่องรอยความกังวลฉายชัดในแววตาคู่ดุร้ายนั้นชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อเขารู้ว่านางตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งอีกครั้ง
"ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ" ฮวาเฟยรีบเปลี่ยนท่าที ย่อกายลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเสแสร้ง "ท่านอ๋องต้องให้ความเป็นธรรมแก่สนมจ้าวด้วยนะเพคะ พระสนมไป๋ทรงกระทำเกินไปแล้ว ใช้พิษร้ายคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์กลางวังหลัง หลักฐานคาตาเช่นนี้..."
"หลักฐานอันใดหรือ พระสนมฮวาเฟย?" ไป๋ลี่หลินเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างของสนมผู้เคราะห์ร้าย ย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่ชีพจรบริเวณลำคอและคราบของเหลวที่มุมปากของศพ "ท่านบอกว่านี่คือพิษในถ้วยรังนกที่ข้าเป็นผู้ประทานให้กระนั้นหรือ?"
"ทุกคนต่างก็เห็นว่านางกำนัลรับถ้วยนี้มาจากตำหนักของท่าน!" ฮวาเฟยขึ้นเสียงด้วยความร้อนรน
"ถูกตัอง นางกำนัลรับมาจากตำหนักของข้า" ไป๋ลี่หลินพยักหน้ารับอย่างไม่สะทกสะท้าน นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปประสานสายตากับมู่หรงหลี่ที่ยืนนิ่งรอฟังอยู่เคียงข้าง ก่อนจะหันกลับมาสบตาฮวาเฟยด้วยแววตาดุจพญาเหยี่ยวที่มองเหยื่อในกรง "แต่ที่น่าขันคือ... สนมจ้าวแพ้ "เกสรดอกบัวหิมะ" อย่างรุนแรง หากนางเสวยอาหารที่มีส่วนผสมของเกสรนี้เข้าไป ผิวหนังจะผื่นขึ้นและหลอดลมจะตีบตันจนหายใจไม่ออก ซึ่งนั่นคืออาการที่นางเป็นเมื่อวานนี้... ทว่า ร่างที่นอนอยู่ตรงนี้ กลับไม่มีร่องรอยของการแพ้เกสรดอกบัวหิมะแม้แต่น้อย"
ฮวาเฟยหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ทว่ายังคงฝืนยิ้ม "ทะ... ท่านหมายความว่าอย่างไร เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับพิษ..."
"เกี่ยวสิครับ เกี่ยวอย่างมากทีเดียว" ไป๋ลี่หลินยกย่องพระพักตร์ขึ้นเล็กน้อย ดึงเข็มเงินเล่มยาวที่ซ่อนไว้ในอาภรณ์ออกมา จ้วงลงไปในถ้วยกระเบื้องที่แตกกระจายอย่างรวดเร็ว เมื่อนางดึงเข็มขึ้นมา ปลายเข็มกลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึก "นี่คือพิษ 'อัสนีกลืนวิญญาณ' พิษนี้จะทำปฏิกิริยากับธาตุไฟในร่างกายของผู้ตายทันที และที่สำคัญที่สุด... พิษชนิดนี้ ห้ามเก็บไว้ในภาชนะเคลือบเซรามิกเด็ดขาด เพราะเนื้อกระเบื้องจะดูดซับกลิ่นและทิ้งคราบผลึกสีครามไว้ที่ก้นถ้วย..."
นางเดินไปหยิบเศษกระเบื้องชิ้นหนึ่งขึ้นมาพลิกให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน ที่ก้นถ้วยมีคราบผลึกสีครามจางๆ ฝังอยู่จริงตามคำกล่าว
"แต่ถ้วยรังนกที่ข้าประทานให้นางเมื่อเช้า เป็นเครื่องกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์จากเตาหลวงจิ่งเต๋อ ซึ่งไม่มีทางเกิดคราบผลึกสีครามนี้ได้ต่อให้แช่ไว้สามวันสามคืน!" ไป๋ลี่หลินตวาดกร้าว น้ำเสียงทรงพลังกังวานไปทั่วตำหนัก จนทุกคนต่างกลั้นหายใจ "เว้นเสียแต่ว่า... ถ้วยใบนี้ จะถูกสับเปลี่ยนในภายหลัง... หลังจากที่นางสิ้นใจไปแล้ว!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ฮวาเฟยจนเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง นางก้าวถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ปากสั่นระริกเอ่ยปฏิเสธตะกุกตะกัก "เจ้า... เจ้าใส่ร้ายข้า! ข้าจะทำเช่นนั้นไปทำไม!"
"ท่านไม่ได้ทำเพื่อกำจัดนางหรอกครับ พระสนมฮวาเฟย" มู่หรงหลี่ที่ยืนเงียบมานาน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุจน้ำแข็งจากยอดเขาหมื่นปี เขาก้าวเข้าไปใกล้ฮวาเฟยทีละก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนนางแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "แต่ท่านทำเพื่อโยนความผิดให้ชายาของเปิ่นหวาง... และคิดจะใช้ศพของสนมจ้าวเป็นบันไดไต่เต้าสู่อำนาจตำหนักกลาง"
"ทะ... ท่านอ๋อง หม่อมฉันถูกปรักปรำนะเพคะ! ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงโปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วย!" ฮวาเฟยกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นสายตาคมกริบของท่านอ๋องที่มองมาดั่งจะฉีกร่างนางเป็นชิ้นๆ
ไป๋ลี่หลินมองภาพนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย นางเก็บเข็มเงินเข้าที่อย่างใจเย็น หันไปประสานสายตากับสามีผู้พร้อมจะเผาทำลายทุกสิ่งที่กล้ามาแตะต้องนาง บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจและการเอาคืนที่งดงามไร้ที่ติ
ทว่า ในขณะที่เกมการเมืองในตำหนักกำลังจะปิดฉากลงด้วยชัยชนะอันเด็ดขาดของนางนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีผู้ดูแลพระราชสำนักก็ดังแทรกเข้ามาจากนอกตำหนัก ตามด้วยประกาศก้องกังวานที่ทำให้ทุกคนถึงกับหน้าถอดสี
"พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ...มีรับสั่งให้ปลดพระสนมไป๋ลี่หลินจากการเป็นชายาชินอ๋องเป็นการชั่วคราว และให้คุมตัวไปสอบสวนที่คุกหลวงทันที ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏแคว้นต้าหลี่!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 22
หมากกระดานที่สี่: พิษกลืนวิญญาณ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!