กลิ่นธูปไม้จันทน์หอมกรุ่นอบอวลจนเกือบเจือจางด้วยความอึมครึมของม่านไหมสีชาดที่ทิ้งตัวลงปิดกั้นแสงสว่างจากภายนอก ตำหนักฉางโส่วในยามนี้มิได้ต่างอันใดจากศาลพิพากษาไร้เสียง
“เจ้ากล้าดียังไงถึงเหยียบย่างเข้ามาในเขตพระฐานโดยไม่แม้แต่จะก้มศีษะคารวะเบื้องสูงอย่างสมเกียรติยศแห่งสะใภ้หลวง”
สุ้มเสียงทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและอำนาจอันล้นพ้นดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุก พระพันปีหลวงประทับนิ่งอยู่บนพระแท่นมังกร ทอดพระเนตรมองร่างเพรียวบางในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์ทองด้วยสายตาที่คมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ ทว่าไป๋ลี่หลินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแย้มสร้อยพระโอษฐ์น้อยๆ อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
ดวงหน้าหวานล้ำแต่ทว่าเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลักเงยขึ้นสบพระพักตร์ของสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในฝ่ายหลังอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่คมฉายแววเฉลียวฉลาดที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีแล้วทุกกระเบียดนิ้ว
“หม่อมฉันไป๋ลี่หลิน ถวายพระพรพระพันปีหลวงเพคะ... ทว่าที่หม่อมฉันมิได้ก้มศีษะจนติดพื้นตามธรรมเนียมโบราณ ก็เพราะเกรงว่าศักดิ์ศรีแห่งชายาในท่านอ๋องผู้พิทักษ์แผ่นดินจะแปดเปื้อน หากต้องก้มกราบผู้ที่แม้แต่ความจริงยังไม่ยอมรับฟังตั้งแต่แรกเริ่ม”
สิ้นคำกล่าวที่อาจหาญจนถึงขีดสุด ข้าราชบริพารและนางกำนัลรอบตำหนักต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจระคนหวาดผวา ไม่มีใครในวังหลังแห่งนี้กล้าต่อปากต่อคำกับพระพันปีหลวงเช่นนี้มานานนับทศวรรษแล้ว แต่ไป๋ลี่หลินกลับยืนหยัดอย่างสง่างามราวกับสนับหินผาที่คลื่นลมมิอาจสั่นคลอน
พระพันปีหลวงทรงแค้นพระโอษฐ์เบาๆ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศในห้องโถงให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าภายในพระHataกลับมีความระคนทึ่งลึกๆ ซ่อนอยู่ นางพญาผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาย่อมรู้ดีว่าสตรีตรงหน้าหาใช่หุ่นเชิดไร้ค่า ทว่าคือกุนซือหญิงผู้กุมชะตากรรมของราชสำนักผ่านเงื้อมมือของมู่หรงหลี่
“ปากกล้าสมคำร่ำลือ... เจ้าคิดว่าการมีท่านอ๋องหนุนหลังจะทำให้เจ้าเหยียบย่ามข้ามหัวข้าผู้เป็นแม่ของแผ่นดินได้กระนั้นหรือ” พระพันปีหลวงตรัสพร้อมกับโบกพระหัตถ์เรียกให้นางกำนัลคนสนิทนำหีบไม้แกะสลักลวดลายประณีตเข้ามาวางเบื้องหน้า “ในเมื่อเจ้ามั่นใจในสติปัญญาและคุณสมบัติของการเป็นสะใภ้หลวงนัก ข้าก็มีบททดสอบง่ายๆ ให้เจ้าพิสูจน์”
หีบไม้ถูกเปิดออก เผยให้เห็นขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์สามขวดที่วางเรียงรายอยู่ภายใน กลิ่นอายบางเบาที่ลอยออกมาจากปากขวดทำให้จรรยาแพทย์ในตัวของไป๋ลี่หลินกระตุกวูบทันที มันคือพิษโบราณที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างช้าๆ ไร้ร่องรอย ไร้สี และไร้กลิ่น
“ขวดทั้งสามนี้ บรรจุพิษสลายวิญญาณและยาถอนที่ปรุงขึ้นจากตำรับโบราณ” พระพันปีหลวงทอดพระเนตรมองปฏิกิริยาของนางเอกด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เพทุบาย “มีเพียงขวดเดียวที่เป็นยาถอนพิษ ส่วนอีกสองขวดคือความตาย หากเจ้าฉลาดเฉลียวสมคำร่ำลือ จงเลือกดื่มขวดที่ถูกต้องต่อหน้าข้าเสียภายในสามลมหายใจ มิฉะนั้น... อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเรื่องการรักษาเกียรติยศของสกุลไป๋”
นี่คือเกมวัดดวงที่โหดเหี้ยมและไร้ความปรานีอย่างแท้จริง พระพันปีหลวงทรงต้องการหักหลังและกำจัดเสี้ยนหนามตำตาตำใจโดยใช้กฎเกณฑ์ของวังหลังเป็นข้ออ้าง หากไป๋ลี่หลินปฏิเสธ นางจะกลายเป็นสตรีขี้ขลาดตาขาวที่ไม่คู่ควรกับตำแหน่งชายาชินอ๋อง แต่หากนางเลือกผิด ชีวิตของนางก็จะจบลงบนพื้นตำหนักแห่งนี้ทันที
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระทึก ไป๋ลี่หลินกวาดสายตามองขวดกระเบื้องทั้งสามใบด้วยความนิ่งสงบ สมองอันชาญฉลาดประมวลผลกลยุทธ์และวิชาแพทย์ที่ร่ำเรียนมาอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ นางมิได้หวาดกลัวความตาย แต่นางเกลียดชังการถูกบีบบังคับให้เล่นเกมที่ไร้ความยุติธรรมที่สุด
นางก้าวเข้าไปใกล้หีบไม้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ปลายชายผ้าไหมปักดิ้นทองลากผ่านพื้นหินอ่อนส่งเสียงเสียดสีเบาๆ ในความเงียบงัน ท่าทีที่เยือกเย็นและมั่นคงเกินกว่าสตรีทั่วไปทำให้นางกำนัลรอบข้างต่างพากันลอบกลืนน้ำลายด้วยความลุ้นระทึก
มือเรียวบางดั่งหยกขาวเอื้อมออกไปสัมผัสขวดกระเบื้องใบกลาง ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเยียบของเนื้อเซรามิกที่ส่งตรงเข้าสู่ผิวสัมผัส นางชะงักไปเล็กน้อย รำลึกถึงกลิ่นอายที่เจือจางในอากาศและลักษณะผลึกของยาที่ตกตะกอนอยู่ก้นขวด... นี่มิใช่การสุ่มเลือกด้วยดวงชะตา แต่มันคือการเดิมพันด้วยไหวพริบและสติปัญญาล้วนๆ
“ทรงตรัสว่านี่คือบททดสอบคุณสมบัติสะใภ้หลวงสินะเพคะ” ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย “แต่หม่อมฉันเกรงว่า... กฎกติกาที่พระพันปีหลวงทรงตั้งขึ้น อาจจะมองข้ามความจริงข้อหนึ่งไป”
พระพันปีหลวงเลิกพระSartขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “ความจริงข้อไหน เจ้าเด็กอวดดี”
ไป๋ลี่หลินแย้มสร้อยพระโอษฐ์ขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน “ความจริงที่ว่า... หม่อมฉันไม่เคยเล่นตามเกมที่ผู้อื่นเป็นคนกำหนด”
สิ้นคำกล่าวอันอาจหาญ นางมิได้เลือกหยิบขวดใดขวดหนึ่งตามที่ถูกบังคับ ทว่ากลับสะบัดแขนเสื้อซัดเข็มเงินเล่มบางเฉียบลงบนโต๊ะไม้จนจมมิดด้าม แรงสั่นสะเทือนทำให้ขวดกระเบื้องทั้งสามใบล้มคว่ำลงพร้อมกัน ของเหลวภายในไหลนองรวมกันบนจานรองเงินบริสุทธิ์ที่นางแอบวางเตรียมไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าตำหนัก
พระพันปีหลวงทรงผุดลุกขึ้นจากพระแท่นด้วยความกริ้วโกรธ “เจ้ากล้าดียังไงถึงทำลายหลักฐานเบื้องพระพักตร์!”
“หม่อมฉันมิได้ทำลายเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่... แก้ไขข้อสอบข้อนี้ด้วยวิธีของหม่อมฉันเอง” ไป๋ลี่หลินกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน นางใช้ปลายนิ้วแตะของเหลวที่ผสมกันบนจานเงินขึ้นมาดมกลิ่นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “พิษสลายวิญญาณอันล้ำค่าอันใดกัน นี่มันเป็นเพียงน้ำต้มรากไม้พิษฤทธิ์อ่อนที่ผสมยางบอนเพื่อหลอกตาต่างหากเล่าเพคะ ข้าหลวงในตำหนักของพระองค์คงใช้เวลาปรุงมันไม่ถึงหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ”
สีพระพักตร์ของพระพันปีหลวงเปลี่ยนสีในฉับพลัน ความตกใจและตื่นตะลึงฉายชัดขึ้นในแววตาชราภาพ นางไม่คาดคิดเลยว่าสตรีผู้นี้จะมีความรู้เรื่องพิษลึกซึ้งถึงเพียงนี้จนสามารถมองทะลุกลอุบายตื้นๆ เช่นนี้ได้ในพริบตาเดียว
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังดั่งพายุครามก็ดังสะท้อนก้องมาจากภายนอกตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของมหาเล็กที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหน้าถอดสี
“ท่านอ๋องมู่หรงหลี่ เสด็จ!!”
ม่านมุกถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดเกราะสีดำสนิทและผ้าคลุมขนสัตว์ปักลายพยัคฆ์ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองสถานการณ์เบื้องหน้า ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของชายาเอกที่ยืนอยู่อย่างสง่างามท่ามกลางวงล้อมของทหารองครักษ์
มู่หรงหลี่เดินตรงเข้ามาโอบเอวบางของไป๋ลี่หลินเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกคู่นั้นจ้องมองพระพันปีหลวงโดยมิได้ถวายพระพรแม้แต่ครึ่งคำ
“เสด็จแม่ทรงเล่นสนุกเกินไปแล้วกระมังครับ...” สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกจนน่ากลัวเอื้อnออกมาทีละคำ “ชายาของข้า... มีไว้ให้ข้าทะนุถนอม มิใช่ให้ใครหน้าไหนมาทดสอบความตายเล่น หากวันนี้ภรรยาของข้ามีรอยขีดข่วนแม้แต่ปลายเส้นผม... อย่าหาว่ากองกำลังพิทักษ์นครหลวงคนนี้ลืมความกตัญญูที่พึงมีต่อบัลลังก์!”
พระพันปีหลวงทรงพระสรุปด้วยความโกรธเกรี้ยวจนพระวรกายสั่นเทา “เจ้า... เจ้ากล้าขู่แม่ของแผ่นดินเพื่อผู้หญิงคนเดียวงั้นรึ มู่หรงหลี่!”
มู่หรงหลี่มิได้ตอบคำเขานาง เขาเพียงแค่ก้มลงกระซิบข้างใบหูของไป๋ลี่หลินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับแววตาดุดันที่เขากวาดมองไปรอบห้อง “เจ้าเหนื่อยแล้ว... กลับเรือนของเรากันเถอะ”
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ก้าวเท้าออกจากตำหนัก มหาเล็กอีกคนก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้า พร้อมกับชูราชโองการลับฉบับใหม่ที่ประทับตราหยกทองคำแท้ขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา
“ทูลท่านอ๋อง พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... มีคำสั่งให้ปลดและคุมขังท่านอ๋องทันทีในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏชายแดนเหนือ!”
ไป๋ลี่หลินชะงักกึก นัยน์ตาคู่คมหรี่ลงทันที นางตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่า... นี่ไม่ใช่เกมในวังหลังอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการหักหลังครั้งใหญ่ที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อถอนรากถอนโคนพวกเขาทั้งคู่ในคราวเดียว!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 21
ประกาศิตจากพระพันปีหลวง
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!