กลิ่นอายจางๆ ของเกสรดอกท้อที่ร่วงหล่นคล้ายประหนึ่งหิมะโปรยปรายในฤดูใบไม้ผลิ มิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในสวนท้อหลังตำหนักบูรพาน่ารื่นรมย์ขึ้นแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ปลายดาบคมกริบที่สะท้อนแสงจันทร์นวลตาจนเกิดเป็นประกายสีเงินยวดยิ่งขับเน้นให้ความตายใกล้เข้ามาเยือนทุกขณะ
"ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าล้ำเส้นเข้ามา"
สุ้มเสียงของไป๋ลี่หลินราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมไหว นางมิได้ถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เพลิงด้วยดิ้นทองขยับไหวตามจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ ในมือเรียวระหงของนางไม่ได้กุมศาสตราวุธใดๆ นอกจากถุงผ้าแพรต่วนสีเขียวเข้มที่บรรจุสมุนไพรบดละเอียดเอาไว้
เงาร่างมหึมาสามร่างในชุดกลืนไปกับความมืดพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันอย่างไร้ซุ่มเสียง พวกมันคือมือสังหารเดนตายที่พระสนมฮวาเฟยทุ่มทุนจ้างมาจากแดนประจิม ความเร็วและท่วงท่าการสังหารเฉียบคมราคมมีดโกน เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว... คือการปลิดชีพสตรีผู้กุมกลยุทธ์สำคัญที่คอยค้ำจุนอำนาจของชินอ๋องมู่หรงหลี่
เปรี้ยง!
กิ่งท้อขนาดเท่าต้นขาหักสะบั้นลงด้วยแรงกระแทกจากกระบี่ ไป๋ลี่หลินเบี่ยงกายหลบอย่างงดงามราวกับภูตพราย ร่างบางหมุนตัวพลิ้วไหว ปลายนิ้วเรียวดีดผงสีเทาอ่อนในถุงผ้าเข้าใส่ใบหน้าของมือสังหารคนแรกที่พุ่งเข้ามาประชิดตัว
"อัก...!"
มือสังหารผู้นั้นชะงักกึก ดวงเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อสูดผงยานั้นเข้าไปเพียงชั่วลมหายใจ ร่างกายของมันแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเหล็ก ริมฝีปากม่วงคล้ำและดวงตาแดงก่ำบ่งบอกถึงพิษร้ายที่แล่นพล่านเข้าสู่กระแสโลหิตอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดิ้นทุรนทุรายเพียงครู่เดียวก็สงบนิ่ง
"พิษสลายโลหิต... นังสารเลว!" หัวหน้ามือสังหารคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว มันตระหนักแล้วว่าสตรีตรงหน้าหาใช่คุณหนูในห้องหอที่อ่อนแอไม่ แต่นางคือหมอเทวดาผู้ซ่อนพิษร้ายไว้ทุกอณูขุมขน
"ช้าไปหน่อยสำหรับความเข้าใจนะ1ครับ" ไป๋ลี่หลินแย้มสร้อยยิ้มบางเบา ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายแววเยືือกเย็นและท้าทาย "คนที่ก้าวเข้ามาในสวนท้อแห่งนี้... ย่อมต้องรู้ว่าดอกไม้ทุกดอกที่นี่อาบไว้ด้วยหยาดน้ำค้างชนิดใด"
สวนท้อแห่งนี้มิได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความงาม แต่มันคือค่ายกลพิษธรรมชาติที่นางบรรจงวางรากฐานไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเท้าเข้าสู่วังหลวง กลิ่นหอมหวานของเกสรดอกท้อยามผสมผสานเข้ากับควันกำยานที่นางเผาไว้ล่วงหน้า จะเร่งปฏิกิริยาของพิษในถุงผ้าให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังและทางเดินหายใจได้เร็วยิ่งขึ้นเป็นร้อยเท่า
มือสังหารอีกสองนายที่เหลือเริ่มลังเล ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ความตายที่เพื่อนร่วมชะตากรรมได้รับช่างน่าสยดสยองจนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่นายเหนือหัวของพวกมันย่อมโหดเหี้ยมยิ่งกว่าหากทำงานไม่สำเร็จ พวกมันจึงกัดฟันกรอด พุ่งทะยานเข้ามาอีกครั้งพร้อมกันด้วยกระบวนท่าสังหารหมายปลิดชีพในดาบเดียว
ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลงเล็กน้อย นางมิได้ตื่นตระหนก ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่จ่อชิดลำคอระหง เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พาดผ่านราวกับสายฟ้าแลบ
ฉับ!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งสวนท้อจนอากาศแทบหยุดนิ่ง ร่างของมือสังหารทั้งสองกระเด็นกระดอนออกไปคนละFทาง ก่อนที่เลือดสดๆ จะพุ่งทะลักออกจากลำคอ ร่างไร้วิญญาณล้มลงจมกองเลือดโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าผู้ที่ลงมือด้วยซ้ำ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมหวานของดอกท้อ มู่หรงหลี่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของนาง ปลายกระบี่ในมือยังมีหยดเลือดสีแดงฉานไหลหยดลงสู่พื้นดินทีละหยด... ทีละหยด...
ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ กวาดมองซากศพรอบกายก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ไป๋ลี่หลิน สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากพระวรกายของท่านอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม
"เจ้าบาดเจ็บหรือไม่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม แม้จะพยายามควบคุมให้ราบเรียบเพียงใด แต่สั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้ายด้วยความร้อนรนที่ซ่อนอยู่ภายใน
ไป๋ลี่หลินส่ายหัวช้าๆ เก็บถุงผ้าแพรต่วนเข้าสาบเสื้ออย่างใจเย็น "หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ... ท่านอ๋องมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้นะครับ"
"หากข้ามาช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว เจ้าคิดจะเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพันกับสุนัขรับใช้พวกนี้หรืออย่างไร" มู่หรงหลี่ก้าวเข้าไปประชิด รวบเอวบางเข้าหาพระวรกายแน่นราวกับต้องการหลอมรวมนางให้เป็นส่วนหนึ่งของตน ความเย็นชาที่เคยมีมลายหาย
หลงเหลือเพียงความหวาดหวั่นลึกๆ ที่พระองค์ไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็น
ไป๋ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตา ลูบไล้ฝ่ามือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยของพระองค์เบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้แบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงใด และหัวใจที่ด้านชาของเขาได้มอบให้นางจนหมดสิ้นแล้ว
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศอันลึกซึ้งจะทันได้ถักทอ เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลังกำแพงสวน
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ชินอ๋องผู้เกรียงไกรกับยอดกุนซือผู้ปราดเปรื่อง ช่างสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก..."
ร่างระหงในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงก้าวออกมาจากเงามืด พระสนมฮวาเฟยแย้มพระสรวลเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองศพมือสังหารด้วยความเรียเฉยไร้ความรู้สึกผิดบาป "น่าเสียดายนัก... ที่ดอกท้อในสวนนี้ งามได้อีกเพียงไม่นานหรอก"
มู่หรงหลี่ตวัดสายตาดุดั่งคมมีดไปมองผู้มาใหม่ พร้อมกับที่ทหารองครักษ์นับร้อยนายพากันกรูเข้ามาปิดล้อมสวนท้อแห่งนี้ไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา ทว่า บนกำแพงสูงกลับปรากฏเงาร่างของนักธนูจำนวนนับไม่ถ้วน น้าวคันศรเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
และในวินาทีนั้นเอง ที่ขันทีสนิทคนหนึ่งรีบร้อนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของมู่หรงหลี่ พร้อมกับชูราชโองการลับฉบับหนึ่งขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา
"ท... ท่านอ๋อง! มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... สั่งให้ปลดและกักบริเวณพระชายาไป๋ลี่หลินในข้อหาวางยาพิษขุนนางขั้นสามทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 15
กับดักในสวนท้อ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!