ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 14

รอยยิ้มอาบยาพิษของท่านอ๋อง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยวนอบอวลอยู่ภายใต้หลังคาตำหนักบูรพา ทว่ากลิ่นหอมละมุนนั้นมิอาจกลบกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่โชยมาจากปลอกดาบเงินยวงซึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดงได้ ไป๋ลี่หลินป้องปลายนิ้วเรียว, บรรจงคีบเข็มเงินเล่มบางลงบนเปลวไฟตะเกียงน้ำมัน ก่อนจะปักมันลงไปในแผ่นสมุนไพรบดละเอียดเพื่อตรวจสอบพิษร้ายที่แฝงมากับเครื่องสักการะจากตำหนักใน "เจ้าทำเช่นนี้มาสามรอบแล้วนะ, จินเฉิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งห้วงธารน้ำแข็งยามค่ำคืนดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง มู่หรงหลี่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นผ้าโปร่ง แววตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าที่กำลังขะมักเขม้นกับการปรุงยาแก้พิษ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังนางโดยเว้นระยะห่างไว้อย่างให้เกียรติ แต่ไอร้อนจากแผงอกแกร่งกลับแผ่ซ่านจนไป๋ลี่หลินรู้สึกได้ถึงความกดดันที่คุ้นเคย ไป๋ลี่หลินมิได้เงยหน้าขึ้นมอง เข็มเงินในมือถูกวางลงบนถาดกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันในที "หม่อมฉันเพียงแต่ระวังตัว เพคะ... ในวังหลังแห่งนี้ หากไม่ระวังแม้แต่ลมหายใจเข้าออก เกรงว่าหัวบนบ่าคงหลุดร่วงก่อนจะได้เห็นฤดูใบไม้ผลิหน้าเป็นแน่" มู่หรงหลี่มิได้โกรธเคือง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ทำให้เหล่าสนมกำนัลต่างพากันอกสั่นขวัญแขวนยามที่มันปรากฏบนใบหน้าของชินอ๋องผู้เยือกเย็น แต่วันนี้ รอยยิ้มนั้นกลับอาบไล้ไปด้วยความรู้สึกบางเบาที่ยากจะหยั่งถึง เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการผ่านศึกสงครามมาเนิ่นนานแตะลงบนเส้นผมสีดำขลับที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียคลออยู่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบa การกระทำนั้นรวดเร็วและเป็นธรรมชาติเสียจนไป๋ลี่หลินชะงักไปชั่วขณะ นางเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ พร้อมกับส่งสายตาดุๆ ไปให้ "ท่านอ๋อง โปรดสำรวมด้วย หม่อมฉันเป็นเพียงภรรยาในนาม และเรามีข้อตกลงกันไว้แล้ว" "ข้อตกลง?" มู่หรงหลี่ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขานุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ข้อตกลงที่ว่าเราจะเป็นเพียงพันธมิตรทางการเมืองเพื่อโค่นล้มอำนาจของตระกูลฮวาอย่างนั้นหรือ? ลี่หลิน... เจ้าฉลาดเป็นกรดในเรื่องการเดินหมากบนกระดานราชสำนัก แต่ไฉนจึงโง่เขลานักกับหัวใจของตนเอง" คำพูดนั้นหนักหน่วงราวนjค้อนเหล็กทุบลงกลางใจ ไป๋ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นางหันเผชิญหน้ากับบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของแคว้น ดวงตากลมโตคู่นั้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ความรักเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่สตรีผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏเช่นหม่อมฉันจะแบกรับไว้ได้ ท่านอ๋องโปรดเก็บความรู้สึกเหล่านี้ไว้ใช้กับบัลลังก์มังกรจะดีกว่า หม่อมฉันร่วมมือกับท่าน เพราะท่านมีกำลังพล ส่วนท่านร่วมมือกับหม่อมฉัน เพราะท่านต้องการมันสมองของเรา—มีเพียงผลประโยชน์ ไม่มีเรื่องส่วนตัว" มู่หรงหลี่จ้องมองดวงหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่ง รักที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นมาเนิ่นนาน เขาก้าวเข้าไปประชิดร่างบางจนสะโพกของนางชนเข้ากับขอบโต๊ะสมุนไพร ไม่มีทางให้ถอยหนี "เจ้าคิดว่าข้าต้องการแค่มันสมองของเจ้าจริงหรือ?" มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปโอบเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก อีกข้างหนึ่งเชยคางมนขึ้นบังคับให้นางสบตา "ถ้าข้าบอกว่า... ต่อให้บัลลังก์นั้นสลายกลายเป็นผุยผง หากแลกมาด้วยการได้กักขังเจ้าไว้ข้างกายเช่นนี้ไปชั่วชีวิต ข้าก็ยินดีจะเผาเมืองหลวงทั้งเมืองทิ้งเสีย" น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แววตานั้นจริงจังจนไป๋ลี่หลินรู้สึกหนาบที่สันหลังวาบ นางรู้ดีว่ามู่หรงหลี่ไม่ใช่คนพูดเล่น บุรุษผู้นี้กล้าทำทุกอย่างตามที่พูดจริงๆ นี่คือความน่ากลัวของชินอ๋องผู้คลั่งรัก—ความรักที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อปกป้องสตรีในดวงใจ แม้แต่ตัวของนางเองก็ยังรู้สึกว่ากำแพงน้ำแข็งในใจกำลังถูกความร้อนรุ่มนี้กัดเซาะทีละน้อย "ท่านมัน... คนบ้า..." ไป๋ลี่หลินเค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่ตัดกันระหว่างความเยือกเย็นชาของเขากับความระมัดระวังตัวของนาง กำลังหลอมละลายลงในบรรยากาศที่ตึงเครียดและเร่าร้อนจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่ไป๋ลี่หลินจะได้เอื้อnวาจาใดโต้แย้งกลับไป เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังรัวจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบงันลง ขันทีสนิทของตำหนักวิ่งกระหựดกระหอบเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "ท... ทูลท่านอ๋อง! พระสนมฮวาเฟย... พระสนมฮวาเฟยทรงทูลขอพระราชโองการสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท โดยอ้างว่าทรงพบหลักฐานว่าพระชายาไป๋ซ่อนตัวตนที่แท้จริง และ... และตอนนี้ราชองครักษ์หลวงกำลังเคลื่อนกำลังมาล้อมตำหนักบูรพาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงหลี่หรี่ตาลงทัน1ี รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด มือหนาที่โอบเอวไป๋ลี่หลินอยู่กลับมิได้คลายออก ตรงกันข้าม เขากลับรั้งร่างนางเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม ก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงพร่าระรัวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้น "ดูเหมือนว่าแมลงเม่าจะบินเข้ากองไฟเร็วกว่าที่คิด... อยู่เฉยๆ เสียลี่หลิน แล้วรอดูว่าข้าจะถอนรากถอนโคนพวกมันอย่างไร" พูดจบ มู่หรงหลี่ก็เอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่เพิ่งต้มเสร็จขึ้นมาจิบคำหนึ่ง ท่ามกลางเสียงฝีเท้าเกราะเหล็กที่กำลังบุกประชิดเข้ามายังประตูหน้าตำหนัก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%