ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 8

รอยแผลเป็นในอดีตและโอสถทิพย์

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนตระกูลตังกุยและโสมเขาหวางลอยอวลคละคลุ้งไปทั่วเรือนปีกขวา ความเงียบงันภายในห้องโถงถูกขับเน้นให้เด่นชัดขึ้นด้วยเสียงเดือดปร่าของน้ำในกาต้มยาเคลือบกระเบื้องสีมุก ไป๋ลี่หลินก้มลงมองเด็กรับชายวัยราวสิบขวบผู้หนึ่งที่กำลังนั่งคุดคู้สั่นเทาอยู่บนตั่งไม้ แผ่นหลังผอมบางของเด็กน้อยปรากฏรอยเรียวหวายสีม่วงช้ำสลับกับรอยแผลเป็นเก่าที่เกิดจากการถูกเฆี่ยนตีอย่างไร้ความปรานีจากตำหนักของพระสนมฮวาเฟย "อดทนหน่อยนะเด็กน้อย ยานี้อาจจะแส้างสสักหน่อย แต่ข้าสัญญาว่ามันจะช่วยดึงพิษไข้และสมานรอยแผลเป็นในเนื้อของเจ้าให้จางลงได้" น้ำเสียงของนางอ่อนโยนและนุ่มนวล ราวกับสายลมวสันต์ที่พัดผ่านผืนแผ่นดินอันแห้งแล้ง ปลายนิ้วเรียวสวยที่เปื้อนคราบตัวยาเขียวข้นบรรจงแต้มลงบนแผลฉีกขาดอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวของนางเปี่ยมไปด้วยความประณีตดั่งจิตรกรกำลังแต่งแต้มผลงานชิ้นเอกบนผ้าแพรผืนงาม ทว่าแววตากลับฉายประกายความเด็ดเดี่ยวและคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก ในสายตาของคนนอก นางคืออดีตฮองเฮาผู้ถูกถอดถอนและถูกส่งมาคุมขังในเรือนร้างท้ายจวนชินอ๋อง แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ร่มเงาอันมืดมิดนี้ นางกำลังเดินหมากตาน้อยๆ เพื่อสั่งสมกำลังใจและบั่นทอนอำนาจมืดในวังหลังทีละน้อย การรักษาเด็กรับใช้ผู้ต่ำต้อยคนนี้ไม่ใช่เพียงเพราะความเวทนา แต่เป็นกลยุทธ์ขั้นพื้นฐานในการซื้อใจผู้คนและการสร้างสายตาหูในดินแดนที่เต็มไปด้วยงูพิษ "เหตุใด... ฮองเฮา... ถึงทรงทำดีกับบ่าวไพร่ไร้ค่าเช่นนี้เล่าพ่ะย่ะค่ะ" เด็กน้อยสะท้านเฮือกด้วยความเจ็บปวด แต่ยังฝืนเงยหน้าขึ้นถามด้วยดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ไป๋ลี่หลินชะงักมือเล็กน้อย นางคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามจนทำให้แสงเทียนในห้องดูหมองลงไปถนัดตา "ในโลกนี้ไม่มีผู้ใดไร้ค่าหรอกนะเด็กน้อย มีเพียงผู้ที่ยังไม่พบที่ทางของตนเองเท่านั้น... เช่นเดียวกับเจ้า และเช่นเดียวกับข้า" ทันใดนั้น ประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลวดลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น กลิ่นอายความกดดันอันทรงอำนาจแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องทันที ท่านอ๋องมู่หรงหลี่หยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเงาสลัว พระเนตรคู่คมกริบดั่งพญานอินทร์มองภาพสตรีสูงศักดิ์กำลังก้มลงเช็ดแผลให้เด็กรับใช้ด้วยความใส่ใจ โดยไม่มีรังเกียจเดียดฉันท์แม้แต่น้อย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มู่หรงหลี่ไม่เคยคาดคิดว่าสตรีผู้ถูกบังคับให้อภิเษกเข้ามาเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง จะมีจิตใจที่ลึกซึ้งและเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้ ในสายตาของขุนนางและสนมเอก นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่รอวันถูกกำจัด ทว่ายามนี้นางกลับแสดงให้เห็นถึงความเมตตาที่แฝงไว้ด้วยปัญญาอันล้ำลึก "เจ้าช่างว่างงานเสียจริง ถึงได้มาใส่ใจกับเศษสวะที่คนอื่นเขี่ยทิ้ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าแววตาที่ทอดมองนางกลับปรากฏร่องรอยความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง ไป๋ลี่หลินไม่ได้สะดุ้งตกใจ นางค่อยๆ วางผ้าซับแผลลงอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วย่อกายคารวะตามธรรมเนียมอย่างสง่างาม ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจที่แผ่ออกมาจากบุรุษเบื้องหน้า "หม่อมฉันเป็นแพทย์ ย่อมรักษาผู้เจ็บป่วย หาใช่เลือกปฏิบัติเพราะฐานะสูงต่ำเพคะ... หรือว่าท่านอ๋องทรงคิดว่า บ่าวไพร่เหล่านี้ไม่มีชีวิตจิตใจ สมควรถูกปล่อยให้เน่าตายในมุมมืดของจวนเช่นนั้นหรือ" นางสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ มู่หรงหลี่แค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายบุรุษอันคุ้นเคยและกลิ่นอายอันตรายล้อมรอบตัวนางไว้ "เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับเรามากขึ้นทุกวันแล้วนะ ไป๋ลี่หลิน... ไม่กลัวว่าความใจบุญของเจ้าในวันนี้ จะนำภัยมาสู่ตัวในวันหน้าหรืออย่างไร" "ภัยหรือเพคะ?" นางเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นสุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด "หม่อมฉันสูญเสียทุกสิ่งแม้กระทั่งตำแหน่งฮองเฮามาแล้ว ยังจะมีสิ่งใดให้ต้องหวาดกลัวอีกเล่าเพคะ ท่านอ๋องทรงระแวดระวังผู้คนนับหมื่นในราชสำนัก แต่กลับทรงลืมมองไปว่า บางครั้งศัตรูที่แท้จริง อาจไม่ใช่ผู้ที่ถือดาบอยู่เบื้องหน้า แต่อาจเป็นผู้ที่ถือถ้วยยาพิษอยู่เบื้องหลังต่างหาก" คำพูดนั้นสะท้านเข้าไปในจิตใจของชินอ๋องผู้เยือกเย็นอย่างจัง มู่หรงหลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาพิจารณาร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สตรีผู้นี้ไม่ได้อ่อนแอและรอความช่วยเหลือเหมือนดอกไม้ในห้องหอ นางคือพยัคฆ์สาวที่ซ่อนเล็บ และบัดนี้ นางกำลังกางกรงเล็บนั้นเพื่อปกป้องตนเองและผู้คนที่อยู่รอบข้าง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ชวนให้ใจระทึก เคมีที่ตัดกันระหว่างความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งของชินอ๋องและความฉลาดเฉลียวดั่งไฟป่าของยอดกุนซือหญิง หลอมรวมกันจนเกิดเป็นความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน ในจังหวะที่มู่หรงหลี่โน้มใบหน้าลงมาใกล้เพื่อจะเอ่ยสิ่งใดบางอย่าง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วกلاتขัดจังหวะ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงองครักษ์ประจำตัวดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระสนมฮวาเฟยทูลฟ้องว่า พระชายาไป๋ลี่หลินทรงใช้มนต์ดำและวางยาพิษทำร้ายบ่าวไพร่เพื่อสาปแช่งเบื้องสูง บัดนี้ราชองครักษ์หลวงกำลังนำกำลังมาปิดล้อมจวนเพื่อจับกุมตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงหลี่ชะงัก พระเนตรวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกريโธรทันที ทว่าก่อนที่เขาจะได้ออกคำสั่งใด ไป๋ลี่หลินกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น นางหันไปมองถ้วยโอสถทิพย์ที่ยังคงส่งควันกรุ่นบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาสบตากับท่านอ๋องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแผนการอันล้ำลึก "ดูท่า... หมากกระดานนี้ สนมเอกผู้นั้นคงร้อนใจจนเดินตาพลาดเสียแล้วกระมังเพคะ ท่านอ๋อง" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าท้าทาย ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%