ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 7

กลิ่นอายอำนาจที่เริ่มเปลี่ยนทิศ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงถูกกวาดกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ดังสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักชั้นในของเรือนรอง กลีบดอกเบญจมาศสีทองที่บรรจงปักอย่างประณีตบนฉากกั้นห้องไหมแท้ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นด้วยปลายนิ้วที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวแหลม "พวกบ่าวไพร่ตาถั่ว! ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าให้หมด!" เสียงหวีดแหลมบาดแก้วหูของอนุภรรยาอวี้เหม่ยเหรินดังขึ้นระคนเสียงสะอื้นไห้ด้วยความคับแค้นใจ นางเคยเป็นสตรีที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเรือนหลังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านล้วนมีบ่าวไพร่ก้มศีรษะจนชิดพื้น ทุกถ้วยชาที่รินล้วนผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อเอาใจนาง แต่ทว่า ในยามนี้... แม้แต่สาวใช้คนสนิทที่เคยคอยพินพิจเอาอกเอาใจ ยังก้าวถอยหลังไปจนชิดผนังด้วยความหวาดกลัว ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุม แทนที่จะเป็นเสียงปรนนิบัติพัดวี นับตั้งแต่ไป๋ลี่หลินก้าวเข้ามาในจวนชินอ๋องแห่งนี้ในฐานะพระชายารอง รากฐานอำนาจที่อวี้เหม่ยเหรินเพียรสร้างและกัดเซาะสะสมมานานนับปีก็พังทลายลงราวกับปราสาททรายถูกคลื่นซัด ไม่ใช่ด้วยกำลังทหาร ไม่ใช่ด้วยการใช้อำนาจบาทใหญ่โต แต่เป็น "ความนิ่งงัน" และ "สติปัญญา" ที่เฉียบคมราคมมีดโกนของสตรีผู้นั้น ที่ค่อยๆ 拔 (ถอน) รากถอนโคนอิทธิพลของนางออกทีละน้อยอย่างเลือดเย็น ณ เรือนเหมันต์อันสงบเงียบ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดี ไป๋ลี่หลินในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีฟ้าอ่อนนั่งอยู่เบื้องโต๊ะไม้จันทน์หอม มือเรียวขาวราวหยกกำลังตวัดพู่กันเขียนบันทึกตำรับยาด้วยความประณีตบรรจง แสงเทียนสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่งดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีน ความสงบนิ่งและเยือกเย็นของนางในยามนี้ ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความเหนือชั้นที่ไร้ซึ่งการแข่งขันโดยปริยาย "เรียนพระชายารอง... บ่าวได้รับรายงานจากห้องคลังหลวง ว่าเบี้ยหวัดและผ้าแพรต่วนปักลายหงส์ที่ควรจะถูกส่งไป ؤ (จัดสรร) ยังเรือนทิศประจักษ์ของอวี้เหม่ยเหริน ถูกระงับตามคำสั่งของท่านอ๋องเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ" พ่อบ้านหลิวค้อมตัวลงรายงานด้วยความนصف (นอบน้อม) อย่างถึงที่สุด ดวงตาของเขาฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ไป๋ลี่หลินชะลอปลายพู่กันลงเล็กน้อย นางมิได้เงยหน้าขึ้นทันที หากแต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับสายลมพัดผ่านผิวน้ำที่สงบนิ่ง "ท่านอ๋องทรงงานหนักเพื่อราชสำนัก ข้าไหนเลยจะกล้าให้เรื่องไร้สาระในเรือนหลังไปรบกวนพระsati (สติ) ของพระองค์... แต่ในเมื่อของเหล่านั้นถูกส่งมาถึงมือข้าแล้ว เจ้าก็จعل (จัด) แบ่งปันให้เหล่าบ่าวไพร่ที่ทำงานหนักตลอดฤดูหนาวนี้เสียเถอะ ถือเป็นการสร้างบุญกุศล" "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ พระชายารองทรงมีเมตตายิ่ง" พ่อบ้านหลิวลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความทึ่ง สตรีผู้นี้มิเพียงแต่ชนะโดยไม่ต้องออกแรงรบราศาลฟัน หากแต่ยังใช้ความใจกว้างซื้อใจผู้คนทั้งจวนได้อย่างแนบเนียน ชื่อเสียงของพระชายารองขจรขจายไปไกลถึงนอกกำแพงจวน จนแม้แต่เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักต่างก็เริ่มส่งของขวัญมาคารวะนางอย่างลับๆ ในขณะที่อำนาจของอนุอวี้ร่วงหล่นลงดุจใบไม้แห้งร่วงกราว ชื่อเสียงของไป๋ลี่หลินกลับรุ่งโรจน์ดุจดวงตะวันยามเที่ยงวัน ทว่า ความเงียบสงบในยามวิกาลมักซ่อนคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกราก ร่างสูงใหญ่ของชินอ๋องมู่หรงหลี่ก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับพยัคฆ์ย่างก้าว กลิ่นอายความเยือกเย็นและกลิ่นอายสงครามที่ติดตัวมาจางๆ ทำให้บรรยากาศรอบกายดูทรงพลังขึ้นอย่างฉับพลัน พระองค์ทรงถอดเสื้อคลุมกันหนาวออก ส่งให้บ่าวรับใช้ถอยออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเขากับนางตามลำพัง มู่หรงหลี่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง มือหนาเอื้อมไปหยิบตำรับยาที่นางเพิ่งเขียนเสร็จขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ สายตาที่เคยคมปลาบและดุร้ายยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกอย่างที่ไม่มีใครในแผ่นดินนี้เคยได้เห็น "เจ้าใช้สมองเล่นงานสตรีผู้นั้นจนแทบจะกระอักเลือดตายอยู่รอมร่อแล้ว... ยังจะมีใจมานั่งคัดตำรับยาให้พวกบ่าวไพร่อีกหรือ ลี่หลิน?" สสุเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูของนางอย่างสนิทสนม ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินปอยผมของนาง ไป๋ลี่หลินวางพู่กันลงในแท่นวาง เอี้ยวตัวหันกลับมาสบตากับพระองค์อย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มบางเบาอย่างรู้ทัน "หม่อมฉันเพียงแต่วางหมากตามกระดานที่ควรจะเป็นเพ่ะค่ะท่านอ๋อง... หรือว่าท่านอ๋องทรงนึกสงสารอนุอวี้ผู้เลอโฉมเข้าแล้ว จึงเสด็จมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้นาง?" มู่หรงหลี่แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของภรรยาอย่างพิจารณา ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปเชยคางมนของนางขึ้นเบาๆ สัมผัสที่ทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะบอบช้ำ แต่แฝงไว้ด้วยความครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ "ในสายตาของเปิ่นหวาง... สตรีทั่วหล้าล้วนเป็นเพียงธุลีดิน มีเพียงเจ้าคนเดียวที่เปรียบดั่งศิลาหยกที่เปี่ยมค่า หาใช่เพราะข้าสงสารนางไม่ หากแต่ข้าเพียงแต่รอเวลา... ว่าเมื่อไหร่เจ้าถึงจะยอมเรียกข้าว่า 'สสามี' ด้วยความเต็มใจเสียที" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอบอวลด้วยความเร่าร้อนและลุ่มลึก เคมีที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างแม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือผู้ปราดเปรื่อง ทำให้ห้องทั้งห้องราวกับถูกแช่แข็งในห้วงเวลาอันแสนหวานและอันตราย ทว่า ในวินาทีที่มู่หรงหลี่กำลังจะโน้มใบหน้าลงประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มของนาง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายความเงียบงันลงทันที "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์เงาคนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก น้ำเสียงสั่นเครือจนผิดวิสัยนักรบผู้เจนจัด "ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ให้ท่านอ๋องนำทัพ5 หมื่นนายเดินทางสู่ชายแดนตะวันตกในคืนนี้ และ..." องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งคู่ต้องสะดุด "...และมีพระราชโองการลับอีกฉบับ สั่งให้ควบคุมตัวพระชายารองไปพำนักที่ 'ตำหนักเย็น' เป็นการชั่วคราว!" ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลงคมกริบ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที ขณะที่มู่หรงหลี่หันขวับไปทางประตูด้วยแววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์คลั่ง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมารอบกายจนอากาศแทบจะแข็งตัว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%