กลิ่นธูปหอมหมื่นลี้เจือจางอยู่ในความเงียบงัดยามวิกาล เปลวเทียนสีชาดบนเชิงทองเหลืองแกะสลักรูปหงส์คู่กำลังไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลายวิจิตร ไป๋ลี่หลินมิได้หลับใหล นางนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง เบื้องหน้าคือกองตำราพิชัยสงครามและบันทึกการแพทย์ที่เปิดค้างไว้ แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าด้านข้างของนางให้ดูคมคายราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายความเฉียบคมดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก
มู่หรงหลี่ผู้เป็นสวามีและชินอ๋องผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน ยืนอยู่เบื้องหลังนางอย่างเงียบเชเชียบ มือหนาเอื้อมมาคลุมไหล่บางด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ ไอร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า บรรเทาความหนาวเหน็บของฤดูเหมันต์ที่คืบคลานเข้ามา
"เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ ลี่หลิน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงระฆังสำริดดังขึ้นแผ่วเบา แฝงความอ่อนโยนที่มีเพียงสตรีผู้นี้เท่านั้นคู่ควรจะได้ยิน
"หม่อมฉันกำลังรอแขกผู้ไม่ได้รับเชิญต่างหากเล่าเพคะ ท่านอ๋อง" นางตอบโดยไม่ละสายตาจากตัวอักษรบนกระดาษสา มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันเล็กน้อย "ดูเหมือนว่าในวังหลวงยามนี้ จะมีคนร้อนรนจนนั่งไม่ติดเสียแล้ว"
สิ้นคำพูดของนาง เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วง
"ทูลท่านอ๋อง พระชายา... มีข่าวเร่งด่วนจากตำหนักในพ่ะย่ะค่ะ" เสียงแหบห้าวของขันทีสนิทดังลอดเข้ามา
มู่หรงหลี่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง เขาพยักหน้าให้องครักษ์เปิดประตู
ร่างของขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักฝ่ายในก้าวเข้ามาด้วยอาการสั่นเทา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า แม้1อากาศจะหนาวเย็นเพียงใดก็ตาม ในมือของเขาประคองกล่องไม้สนหอมประดับหยกมรกตด้วยความระมัดระวังสูงสุด ราวกับสิ่งที่อยู่ข้างในคืออัคคีที่พร้อมจะแผดเผาตระกูลของตนให้เป็นจุล
"ถวายบังคมท่านอ๋อง ถวายบังคมพระชายา... บ่าวบังอาจมารบกวนยามวิกาล แต่... แต่มีพระราชโองการลับส่งตรงจากองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีผู้นั้นหมอบกราบลงจนหน้าผากแนบพื้น ศรีษะสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
ไป๋ลี่หลินวางพู่กันในมือลงอย่างช้าๆ เสียงกระทบกับแท่นฝนหมึกดังสะท้อนก้องในห้องบรรทม นางเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับมู่หรงหลี่ ทั้งสองคนต่างอ่านความหมายในแววตาของกันและกันได้ทันที
ภัยคุกคามครั้งใหม่มิได้มาจากสนมฮวาเฟยผู้มักใหญ่ใฝ่สูงในตำหนักในอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นหมากตานใหญ่ที่ถูกเดินโดยองค์รัชทายาทผู้กุมความชอบธรรมแห่งบัลลังก์มังกร
มู่หรงหลี่ก้าวเข้าไปรับกล่องไม้หยกนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่ารัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่กลับทำให้ขันทีเฒ่าแทบหยุดหายใจ นิ้วแกร่งเปิดฝากล่องออก หยิบม้วนพระราชโองการผ้าแพรสีเหลืองทองอร่ามประทับตราหยกแท้ขึ้นมาคลี่ออกอ่าน
สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ขององค์รัชทายาทอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ไป๋ลี่หลินขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้าง กลิ่นกายหอมละมุนของนางผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงจางๆ ช่วยดึงสติความเดือดดาลในใจของชินอ๋องให้สงบลง
ข้อความในพระราชโองการลับระบุชัดเจน... องค์รัชทายาทกล่าวหาว่าชินอ๋องมู่หรงหลี่ซ่องสุมกำลังพลนอกเหนือคำสั่ง และมีพฤติกรรมเป็นกบฏต่อแผ่นดิน พร้อมกันนั้น ยังมีคำสั่งลับให้ปลดและประหารชีวิตไป๋ลี่หลินทันทีในข้อหาวางยาพิษสนมเอกและใช้วิชามารครอบงำจิตใจท่านอ๋อง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สตรีทั่วหล้า
บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างของมู่หรงหลี่จนเทียนไขเกือบดับวูบ
"ช่างบังaniนัก..." มู่หรงหลี่แค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว "คิดจะใช้ข้อหาสมคบคิดกบฏมาบีบข้า และใช้ข้อหาฆาตกรรมเพื่อกำจัดเจ้าอย่างนั้นหรือ องค์รัชทายาทผู้นี้ช่างใจกล้าเสียจริง"
ไป๋ลี่หลินมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาดอกท้อทอประกายระยิบระยับด้วยสติปัญญา ลากนิ้วเรียวยาวสัมผัสขอบกระดาษแพรเบาๆ
"ท่านอ๋องทรงกริ้วไปก็ไร้ประโยชน์เพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง "นี่มิใช่พระราชโองการจากฝ่าบาท... แต่เป็น 'ตราประทับปลอม' ที่องค์รัชทายาทแอบใช้พระราชลัญจกรในท้องพระโรงยามดึกต่างหากเล่า"
มู่หรงหลี่หันมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มทอประกายชื่นชม "เจ้ามองออกตั้งแต่แรกแล้ว?"
"หม่อมฉันเพียงแต่คาดการณ์ไว้ไม่ผิด" ไป๋ลี่หลินหันไปมองขันทีที่ยังคงหมอบกราบอยู่ "ลุกขึ้นเถิดกงกง... ท่านอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตนำข่าวนี้มาส่งให้พวกเราถึงที่ ย่อมไม่ใช่เพราะจงรักภักดีต่อองค์รัชทายาทกระมัง?"
ขันทีเฒ่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวระคนแค้นเคือง เขาน้ำตาคลอเบ้าโขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้ง "พระชายาทรงปรีชาญาณ... บ่าวรับใช้ในตำหนักบูรพามานาน บ่าวเห็นองค์รัชทายาททรงสั่งประหารนางกำนัลผู้บริสุทธิ์นับสิบเพียงเพราะไม่พอใจพระทัย บ่าว... บ่าวไม่อยากเป็นเหยื่อรายต่อไป จึงแอบขโมยพระราชโองการลับฉบับนี้มาสวามิภักดิ์ต่อท่านอ๋องและพระชายาพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หรงหลี่หรี่ตามองขันทีผู้นั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์นำถุงเงินรางวัลไปมอบให้
"ในเมื่อเจ้ารู้จักเลือกทางเดิน ชีวิตของเจ้าก็สมควรได้รับการละเว้น" มู่หรงหลี่กล่าวเสียงเรียบ "ออกไปรอข้างนอก หากมีใครถาม จงบอกว่าพวกเรากำลังพักผ่อน"
"พ่ะย่ะค่ะ! ขอบพระทัยท่านอ๋อง ขอบพระทัยพระชายา!" ขันทีเฒ่ารีบถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ปิดประตูห้องลงอย่างสนิท
ภายในห้องเหลือเพียงคนทั้งสองอีกครั้ง ไป๋ลี่หลินเดินไปหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นมาจิบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแผนการ
"องค์รัชทายาททรงเร่งร้อนเกินไป... การส่งพระราชโองการลับมากลางดึกเช่นนี้ หมายความว่าพวกมันเตรียมจะลงมือในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้วเพคะ หากเราไม่ชิงลงมือตัดหัวงูพิษเสียก่อน เกรงว่าแผ่นดินนี้คงต้องนองเลือดครั้งใหญ่"
มู่หรงหลี่ก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบาง เอื้อมมือโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ก้มลงกระซิบข้างใบหูขาวสะอาดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเปี่ยมด้วยความคลั่งไคล้
"ลี่หลิน... ไม่ว่าเจ้าต้องการจะเดินหมากกระดานใด ต่อให้ต้องคว่ำแผ่นดินนี้ลง ข้าก็จะเป็นผู้ถือดาบเบิกทางให้เจ้าเอง"
นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "เช่นนั้น... คืนนี้พวกเราคงต้องส่ง 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' กลับไปให้องค์รัชทายาทได้ตื่นบรรทมเสียหน่อยแล้วเพคะ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยความลึกล้ำและแผนการอันแยบยล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าตำหนัก เสียงเกราะกระทบกันดังกรุ้งกริ้งท่ามกลางความเงียบสงัด
*ปึง!*
ประตูห้องถูกถีบเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต!
ร่างของหัวหน้าองครักษ์ประจำราชสำนักก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับทหารองครักษ์หลวงที่ถือคบเพลิงสว่างไสวเต็มลานเรือน
"ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หลวงคุกเข่าลงหอบหายใจถี่กระชั้น "กองกำลังรักษาพระองค์ขององค์รัชทายาท นำโดยแม่ทัพหลี่... ได้นำกำลังพลสามพันนายปิดล้อมตำหนักชินอ๋องไว้ทุกด้านแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกมันอ้างพระราชโองการด่วน กล่าวหาว่าท่านอ๋องและพระชายากำลังสะสมกำลังพลเตรียมก่อกบฏ มีรับสั่งให้ควบคุมตัวพวกท่านเข้าคุกหลวงทันที!"
ไป๋ลี่หลินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากยังคงค้างอยู่ ทว่าดวงตากลับหรี่ลงเป็นเส้นตรง
มู่หรงหลี่แค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น แววตาดุร้ายดั่งพญาอินทรีย์กางกงเล็บปรากฏขึ้น เขาตวัดสายตามองไปยังประตูที่ถูกปิดล้อม พร้อมกับกระชับมือเรียวของภรรยาแน่นขึ้นโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ที่นี้นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 9
ราชโองการลับกลางดึก
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!