กลิ่นหอมกรุ่นของสุเหอเผิงอันล้ำค่าคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมบางเบาที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูก ท้องพระโรงใหญ่ประดับประดาด้วยโคมแก้วเจียระไนส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับเครื่องทรงปักดิ้นทองของเหล่าขุนนางนับร้อยที่นั่งเรียงรายกันอย่างเงียบเชียบ ทว่าบรรยากาศเบื้องล่างกลับเยียบเย็นราวกับยืนอยู่ริมปากเหวแห่งหุบเหวไร้ก้นบึ้ง สายตาตื่นตะลึงนับร้อยคู่ต่างจดจ้องไปยังร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายหงส์ทองที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง ราวกับทุกย่างก้าวคือจังหวะกลองศึกที่คอยบดขยี้ประสาทสัมผัสของทุกคนให้แหลกสลาย
"ใต้เท้าหลี่... น้ำจอกนี้ ช่างรสชาติบาดคอดีแท้ ท่านว่าจริงหรือไม่?"
เสียงหวานใสดังก้องกังวานทำลายความเงียบงัน ไป๋ลี่หลินแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่ทำเอาผู้พบเห็นต้องหนีบชายเสื้อด้วยความหวาดผวา นางยกจอกสุหยกขาวในมือขึ้นหมุนวนช้าๆ นัยน์ตาดอกท้อคู่คมกริบกวาดมองขุนนางรุ่นลายครามผู้มีเหงื่อกาฬไหลโทรมกายอย่างใจเย็น นางไม่ได้เร่งรีบ ทว่าความนิ่งงันของนางนี่แหละที่บีบคั้นหัวใจของเหยื่อให้เต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ใต้เท้าหลี่ ขุนนางฝ่ายคลังผู้กุมอำนาจลับเบื้องหลังเครือข่ายทุจริตเสบียงคลังหลวง กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือจอกสุราสั่นเทาจนของเหลวสีอำพันกระฉอกเปื้อนนิ้ว เขารู้ดีว่าหากเอ่ยปากปฏิเสธในตอนนี้ คือการเดินลงหลุมศพที่นางขุดรอไว้ แต่หากยอมปริปาก ความลับเรื่องการยักยอกเงินแผ่นดินที่เชื่อมโยงไปถึงขั้วอำนาจของพระสนมฮวาเฟยก็จะถูกกระชากลงสู่แสงสว่าง
"ฮองเฮา... กระหม่อม... กระหม่อมไม่เข้าใจที่พระองค์ตรัส..." ใต้เท้าหลี่ฝืนเค้นเสียงสั่นเครือ พยายามรักษาท่าทีที่ใกล้จะพังทลายเต็มที
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" ไป๋ลี่หลินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก นางก้าวเข้าไปใกล้ชายชราอีกก้าว กลิ่นอายกดดันระดับยอดกุนซือและแพทย์หญิงผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายแทบหยุดนิ่ง "เช่นนั้นให้เปิ่นกงช่วยรื้อฟื้นความจำท่านดีหรือไม่? บันทึกบัญชีลับของหอการค้าตระกูลเฉิน เมื่อสามปีก่อน... ยอดเงินสองแสนตำลึงทองที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ระหว่างการขนส่งเสบียงไปยังชายแดนทักษิณ ท่านบอกข้ารับใช้ซื่อสัตย์ของท่านว่าอย่างไรนะ? ... *'เก็บกวาดให้สะอาด อย่าให้เหลือแม้แต่เงา'* ประโยคนี้ คุ้นหูท่านบ้างไหม ใต้เท้าหลี่"
สิ้นเสียงหวานกังวาน ใบหน้าของใต้เท้าหลี่ก็ซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น ขุนนางรอบข้างต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เสียงกระซิบกระซาบดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกตื่น
ในมุมมืดของท้องพระโรง มู่หรงหลี่ ชินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้าย นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์อย่างเกียจคร้าน สายตาคมก్రిบดั่งพญาอินทรีทอดมองร่างระหงของชายาด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งรู้ ในแววตาคู่นั้นไม่มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความพึงพอใจและประกายแสงแห่งความคลั่งไคล้ที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เขารอคอย... รอคอยเวลาที่นางจะแสดงความสามารถอันงดงามนี้ให้โลกประจักษ์ และไม่มีผู้ใดในที่นี้กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อเห็นว่าท่านอ๋องผู้เป็นดั่งเทพแห่งสงครามกำลังทอดพระเนตรการกระทำของฮองเฮาด้วยรอยยิ้มระรื่นที่มุมพระโอษฐ์
"พระองค์... พระองค์ใส่ร้ายกระหม่อม! มีหลักฐานอันใดมายืนยัน!" ใต้เท้าหลี่ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ไป๋ลี่หลินหัวعเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวعเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน ทว่ากลับเย็นเยียบเข้ากระดูกดำ นางโบกมือขึ้นเพียงครั้งเดียว องครักษ์เงาในชุดดำสนิทก็นำหีบไม้แกะสลักลวดลายประณีตวางลงตรงหน้าชายชรา ฝาหีบถูกเปิดออกเผยให้เห็นบัญชีตัวเลขลายมือชื่อประทับตราประจำตัวของใต้เท้าหลี่อย่างชัดเจนไร้ข้อกังขา
"หลักฐานอยู่ที่นี่... และพยานปากเอกอีกสามคนที่ยอมคายความลับทุกอย่างในห้องทรมานใต้ดินของกรมราชนาวีแล้ว ท่านยังต้องการให้เปิ่นกงอ่านรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดคนต่อไปให้ฟังอีกหรือไม่?" ไป๋ลี่หลินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูชายชรา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน
ใต้เท้าหลี่ตัวสั่นเทาน้ำตานองหน้า เขารู้ตัวแล้วว่าวันนี้ไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือของหญิงสาวผู้นี้ไปได้ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของขันทีคนสนิทของพระสนมฮวาเฟยที่ยืนหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ขันทีผู้นั้นส่งสายตาดุดันและส่ายหน้าช้าๆ เป็นเชิงขู่บังคับให้ปิดปากตาย
ทว่า ในจังหวะที่ขุนนางชรากำลังจะอ้าปากยอมรับสารภาพตามคำสั่งของไป๋ลี่หลินนั้นเอง...
ปัง!
เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังท้องพระโรงแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของทหารยามนายหนึ่งที่กระเด็นเข้ามานอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่กลางห้อง ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ธนูอาชาโลหิตพุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักลงบนโต๊ะเสวยตรงหน้าไป๋ลี่หลินอย่างแม่นยำ ปลายลูกศรเสียบทะลุกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีรอยประทับตราหยกมังกรทองวาววับ
"พระราชโองการด่วนจากตำหนักใน... พระสนมฮวาเฟยทรงมีรับสั่งให้หยุดการไต่สวนทั้งหมด ณ บัดนี้!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของนางกำนัลคนสนิทแห่งตำหนักบูรพาผู้ถือราชโองการสีทองอร่ามในมือด้วยท่าทางองอาจ
ไป๋ลี่หลินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ก้มลงมองลูกศรที่ปักอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะคาดเดา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปกับ "นักเล่าประวัติศาสตร์" นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 17
จอกสุราแลกความจริง
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!