"ถ้าพวกป้ายังยืนขวางทางเข้าบ้านฉันอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าพวกป้ามาบุกรุกเคหสถาน และพรุ่งนี้เช้า ทางการนิคมอุตสาหกรรมทหารจะได้รับรายงานเรื่องการลักLอบปล่อยข่าวเท็จใส่ร้ายครอบครัวทหารแน่นอนครับ!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของลู่เฉินดังขึ้นก้องลานหน้าบ้าน ตรึงร่างของป้าสะใภ้ใหญ่และกลุ่มหญิงปากตลาดในหมู่บ้านให้อยู่กับที่ราวกับถูกตรึงด้วยตะปู
ลี่อินที่ยืนอยู่เบื้องหลังสามี ปรายตามองกลุ่มคนที่เมื่อวานยังร่วมหัวกันนินทาระbายสีใส่ร้ายเธอว่าเป็น "ผีเปรตสูบเลือด" แต่ในวันนี้ กลับถือตะกร้าใส่ไข่ไก่สดและผักกาดขาวปลอดสารพิษมาทำทีเป็น "มาเยี่ยมเยียนไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ" รอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่บนมุมปากอิ่มสวยของเธออย่างปิดไม่มิด
ในโลกของการเก็งกำไรหุ้น ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นที่ขับเคลื่อนโลก... และกฎข้อนี้ ก็ใช้ได้ดีเยี่ยมกับสังคมชาวชนบทจีนยุค 80 แห่งนี้เช่นกัน
นับตั้งแต่จดหมายจากแนวหน้าพร้อมธนาณัติก้อนโตส่งตรงถึงมือลู่เฉิน ประกอบกับข่าวลือหนาหูว่าสะใภ้รองตระกูลลู่สามารถเนรมิตเงินสดเข้าบ้านได้เป็นกอบเป็นกำจากการค้าขายลับๆ ในอำเภอ ท่าทีของคนทั้งหมู่บ้านก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที
"แหม... ผู้กองลู่ อย่าใจร้อนขนาดนั้นเลยจ้ะพวกเราก็แค่อิจฉา เอ๊ย! เป็นห่วงต่างหาก เห็นช่วงนี้ลี่อินงานยุ่ง เหนื่อยแย่ไม่ใช่หรือจ๊ะ พวกฉันกะว่าจะมาช่วยซักผ้าถูบ้านให้เสียหน่อย" ป้าสะใภ้ใหญ่ฝืนย่นยิ้มจนรอยตีนกาเหี่ยวย่นขยับตาม มือที่ถือตะกร้าไข่สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความเกรงกลัวอำนาจมืดของนายทหารหนุ่มผู้มีอนาคตไกล
"ไม่ต้องหรอกครับ ภรรยาผม ผมดูแลเองได้ดี ขอบใจในความหวังดี... เชิญกลับไปได้แล้วครับ" ลู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ ไร้เยื่อใย ไหล่กว้างในชุดเครื่องแบบทหารบดบังร่างภรรยาตัวน้อยมิดชิด ปกป้องเธอจากสายตาสนอกสนใจของคนนอกอย่างสมบูรณ์แบบ
ลี่อินขยับกายเล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเป็นเชิงบอกว่าเธอจัดการเองได้ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์แบบฉบับเซียนหุ้นมือทองฉายชัด เธอก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย กวาดสายตามองหน้าบรรดา "ญาติผู้ใหญ่จอมปลอม" ทีละคนด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"ในเมื่ออุตส่าห์มีน้ำใจหิ้วของมาเยี่ยม ฉันก็ไม่อยากใจร้ายไล่ส่งหรอกนะคะ..." ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไพเราะน่าฟัง แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "แต่ของพวกนี้ เก็บกลับไปกินบำรุงสมองของพวกป้าเองเถอะค่ะ ไข่ไก่พวกนี้เปลือกบาง ไข่แดงคงซีดเซียวเหมือนคนเอามานั่นแหละ บ้านฉันตอนนี้... ไม่ขาดแคลนอะไรทั้งนั้นค่ะ"
คำพูดแทงใจดำทำเอาป้าสะใภ้ใหญ่หน้าเจื่อนลงทันที แต่อาศัยความหน้าหนาขั้นสุด ฝืนหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน "โหมt... ลี่อินล่ะก็ พูดจาหยอกเย้าเก่งจริงๆ ว่าแต่... ที่ตลาดอำเภอช่วงนี้เขาว่าเธอจับ1 ของดีมาขายรึ? ได้กำไรดีไม่เบาเลยนี่ สะใภ้รอง... พอจะมีลู่ทางทำมาหากินเผื่อแผ่ญาติพี่น้องทางนี้บ้างไหมล่ะ?"
นั่นไง... หางโผล่เสียที
ลี่อินแค่นหัวเราะในลำคอ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ... แต่สำหรับพวกปลิงดูดเลือดเหล่านี้ การลงทุนกับพวกมันมีแต่ "ขาดทุนย่อยยับ" ไม่มีทางได้คืนทุนเด็ดขาด
"ลู่ทางทำมาหากินน่ะมีค่ะ..." ลี่อินจงใจลากเสียงยาว ทำท่าครุ่นคิด "แต่คนที่มือไม่พายเอาเท้ารานน้ำ หรือดีแต่เอาความเท็จไปเที่ยวประกาศประจานชาวบ้าน... ฉันเกรงว่าต่อให้เอาทองคำไปยัดใส่ปาก พวกเขาก็คงเคี้ยวกลืนไม่ลงหรอกค่ะ จริงไหมคะคุณป้า?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ กลุ่มชาวบ้านที่มามุงดูต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความละอายใจ เพราะพวกตนต่างก็เคยร่วมวงนินทาลี่อินมา1 ก่อนทั้งสิ้น ลู่เฉินยืนนิ่งเป็นเกราะกำบังที่มั่นคง สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนราวกับจะเชือดเฉือนให้ตายทั้งเป็น
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญกลับไปเถอะครับ ประตูบ้านผมไม่ต้อนรับคนหน้าไหว้หลังหลอก" ลู่เฉินเอ่ยตัดบทอย่างเด็ดขาด ก่อนจะหมุนตัวโอบเอวบางของภรรพากลับเข้าบ้าน ปิดประตูปังเสียงดังสนั่น ไล่ความน่ารำคาญออกไปจากอาณาเขตของตนทันที
ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ ลี่อินผ่อนลมหายใจยาวออกมา เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ ลูบไล้ขวดเครื่องปรุงในมิติลับที่ซ่อนอยู่ในจิตสำนึก รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"เหนื่อยไหมครับ?" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับแก้วน้ำอุ่นที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ลู่เฉินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ มือใหญ่วางลงบนตักเรียวอย่างทะนุถนอม สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลจนแทบจะล้นปรี่
ลี่อินส่ายหัวเบาๆ รับแก้วน้ำมาจิบ "ไม่เหนื่อยเลยค่ะคุณสามี การได้ตบหน้าคนหน้าด้านนี่มันสดชื่นยิ่งกว่าดื่มชาดอกไม้จีนเสียอีก... ว่าแต่คุณเถอะค่ะ กลับมาเหนื่อยๆ อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ? วันนี้ฉันกะว่าจะทำเมนูเด็ดจากมิติลับของเราเสียหน่อย"
ดวงตาของลู่เฉินเป็นประกายขึ้นมาทันที "ไม่ว่าภรรยาทำอะไร ผมก็ชอบทั้งนั้นครับ..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือเรียวขึ้นมาจູບเบาๆ ที่หลังมือ "แต่อย่าหักโหมนักนะครับ เงินทองหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สุขภาพของเธอ... สำคัญที่สุดสำหรับผม"
เคมีที่อบอุ่นและหวานชื่นอบอวลไปทั่วห้องครัว ตัดกับบรรยากาศภายนอกที่หนทบหนาวและเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาอย่างสิ้นเชิง ลี่อินอมยิ้มแก้มป่อง เธอหยิกแก้มสากของสามีเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
"ปากหวานเสียจริง นายทหารลู่... ระวังเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะขุนให้คุณอ้วนจนใส่เครื่องแบบไม่ได้เลย"
"ต่อให้อ้วนจนเดินไม่ไหว ผมก็ยังเป็นสามีที่ปกป้องคุณได้ครับ" ลู่เฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังและสายตาหวานเยิ้ม จนลี่อินต้องเป็นฝ่ายเสมองทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
ตกบ่าย... กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วดำสูตรโบราณ" ผสมผสานกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิด ก็ลอยฟุ้งกระจายข้ามรั้วบ้านตระกูลลู่ ออกไปอบอวลทั่วทั้งหมู่บ้าน
กลิ่นหอมที่เคี่ยวจนเนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำซุปเข้มข้นสีอำพันที่เคี่ยวจนงวดเข้าเนื้อ ลอยไปเตะจมูกชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาจนน้ำลายสอ หลายคนถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ท้องไส้ส่งเสียงร้องโครกครากด้วยความหิวโหย
พวกเขารู้ดีว่ากลิ่นนี้มาจากบ้านของลี่อินและลู่เฉิน... บ้านที่พวกเขากเพิ่งจะพากันไปรุมรังแกและดูถูกเมื่อช่วงเช้า!
ในขณะที่ชาวบ้านกำลังยืนกลืนน้ำลายอยู่หน้าบ้าน ลี่อินกำลังตักหมูสามชั้นตุ๋นร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างดี โรยด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยป่นหอมกรุ่น พร้อมกับหุงข้าวสวยร้อนๆ เม็ดเรียงสวยจากมิติลับ ความมั่งคั่งและชีวิตที่สุขสบายกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ทว่า... ในจังหวะที่ลี่อินกำลังจะยกชามอาหารขึ้นโต๊ะ เพื่อร่วมรับประทานมื้อเที่ยงสุดพิเศษกับสามีสุดที่รักนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็สดุดดังขึ้นรัวๆ ที่หน้าบ้าน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ไม่ใช่เสียงเคาะแบบเกรงใจของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นเสียงทุบประตูที่รุนแรงและเร่งรีบราวกับเกิดเหตุเพลิงไหม้
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบในมือลงทันที ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นชาขึ้นมาอีกครั้ง "เดี๋ยวผมไปดูเองครับ คุณรออยู่นี่นะ"
เขาก้าวเท้าเดินไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยฝีมือมั่นคง กระชากประตูเปิดออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลาส่วนตัว
ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้า กลับทำให้นายทหารผู้ผ่านศึกมาอย่างโชคโชนถึงกับชะงักง้าง ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนสีเทาดูมีฐานะ ทว่าเนื้อตัวมอมแมมและใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ กำลังยืนหอบหายใจโยนอยู่หน้าประตูกับชายฉกรรจ์อีกสองคนในชุดบอดี้การ์ดสากล
และคนที่ยืนอยู่ข้างหลังชายวัยกลางคนนั้น... คือชายชราผมขาวโพลนในชุดโบราณ ทว่าแววตาทรงอำนาจและเฉียบคมราดเหยี่ยว กำลังจ้องมองตรงเข้ามาในบ้าน ทะลุผ่านร่างของลู่เฉิน ไปหยุดอยู่ที่ร่างของลี่อินที่ยืนถือทัพพีตักข้าวอยู่หลังห้องครัว
"คุณ... คุณหนูลี่อินใช่ไหมครับ? ในที่สุด... ในที่สุดผมก็ตามหาคุณเจอเสียที!" ชายวัยกลางคนในชุดสูทร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า "ท่านประธาน... ท่านประธานใหญ่แห่งตระกูลหลี่ ส่งผมมารับคุณกลับบ้านรับมรดกมูลค่าหมื่นล้านแล้วครับ!"
ปัง!
ชามข้าวในมือของลี่อินร่วงหล่นลงกระทบพื้นแตกกระจาย เสียงข้าวสวยกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นห้อง แต่เธอกลับไม่ได้ยินมันเลยแม้แต่น้อย สมองของอดีตเซียนหุ้นมือทองขาวโพลนในชั่วพริบตา
มรดกหมื่นล้าน? ตระกูลหลี่ที่เธอตัดขาดไปตั้งแต่ทะลุมิติมา... ตามหาเธอเจอแล้วอย่างนั้นหรือ?!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความลับสุดสะเทือนขวัญที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะครับ!
คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร•ตอนที่ 17
ฉายาเศรษฐีินีน้อยแห่งยุค
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!