เสียงทุบประตูไม้สนหน้าบ้านพักนายทหารดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก แรงสั่นสะเทือนนั้นทำเอาเศษฝุ่นบนวงกบหล่นลงมาคล้ายหิมะโปรยปรายในฤดูร้อน
"ลี่อิน! อีลูกสะใภ้อเนจอนาศัย! ออกมาเดี๋ยวนี้! แกคิดจะอกตัญญูต่อตระกูลลู่ของพวกเราหรือไง ถึงได้ย้ายหนีออกมาเสวยสุขกันสองคนโดยไม่บอกไม่กล่าว! เปิดประตูนะเว้ย!"
เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกของนางหวง แม่สามีจอมเขี้ยวลากดินแผดเผาบรรยากาศยามบ่ายของค่ายทหารจนแทบไหม้เกรียม ด้านหลังของนางยังมีสะใภ้รองและญาติห่างๆ อีกสองสามคนยืนทำหน้าถมึงทึง เงาของพวกมันทาบทับอยู่บนหน้าต่างกระดาษสาจนเกิดภาพเงาที่น่าเกลียดน่าชัง
ลี่อินที่กำลังยืนงละמอเครื่องเทศผัดพริกหอมในกระทะเหล็กชะงักมือเล็กน้อย เธอกวาดสายตามองผ่านม่านหน้าต่างด้วยรอยเหยียดหยามที่มุมปาก รสชาติของพริกหอมและเนื้อหมูสามชั้นที่กำลังส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้องครัวช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความโสมมของคนที่ยืนส่งเสียงเห่าหอนอยู่หน้าบ้าน
ในตลาดหุ้น ยิ่งคนโลภมากเท่าไหร่ก็ยิ่งล่มจมเร็วเท่านั้น... ดูท่าว่าตระกูลลู่นี่คงลืมบทเรียนราคาแพงที่เธอสั่งสอนไปเมื่อคราวก่อนเสียแล้วกระมัง
ครืน!
ประตูไม้ไม่ได้ถูกเปิดออกด้วยความกลัว แต่มันถูกกระชากเปิดผางด้วยมือหนาของนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ ลู่เฉินก้าวเท้าออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองผู้เป็นแม่และบรรดาญาติโยมที่พยายามจะก้าวล้ำเข้ามาในเขตบ้านพักอย่างเยือกเย็น แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนและสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกไปจนคนกลุ่มนั้นถึงกับผงะถอยหลังไปคนละก้าว
"แม่มาทำอะไรที่นี่ เสียงดังรบกวนความสงบของค่ายทหาร รู้ตัวหรือเปล่าครับ" น้ำเสียงทุบต่ำของลู่เฉินเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังจนนางหวงที่กำลังอ้าปากเตรียมด่าทอถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
"ตาเฉิน! แก... แกกล้าพูดจาแบบนี้กับแม่หรอกเรอะ!" นางหวงชี้หน้าบุตรชายด้วยความโกรธจัด ดวงตาฝ้าฟู่เบิกกว้างจนแทบถลน "ดูเมียตัวดีของแกสิ! ย้ายออกจากบ้านใหญ่ไม่พอกล้าดียังไงถึงไม่เอาข้าวของเครื่องใช้และเงินเดือนส่วนหนึ่งส่งให้บ้านเรา? แกมันอกตัญญู! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!"
ลี่อินเดินเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้านก้าวออกมาสมทบ ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้จนฟันแทบหัก รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของ 'นักลงทุน' ที่กำลังมองดูแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
"คุณแม่พูดจาระวังปากหน่อยนะคะ" ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่น้ำหนักคำพูดเชือดเฉือนถึงกระดูก "บ้านหลังนี้ลู่เฉินเป็นคนยื่นเรื่องขอเบิกตามสิทธิ์นายทหารชั้นสัญญาบัตร และเงินเดือนของสามีฉัน ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายย่อมมีสิทธิ์จัดการแต่เพียงผู้เดียว ส่วนบ้านหลังเก่าของคุณแม่... โน่นค่ะ ไปไถ่ถามสะใภ้รองเอาเองเถอะว่าเงินที่ฉันเคยทิ้งไว้ให้ก่อนหน้านี้มันหายไปไหนหมด หรือว่าหมดไปกับการเล่นไพ่ของพี่สะใภ้รองกันแน่ล่ะคะ?"
คำพูดนี้ราวกับศาตราวุธอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าจุดตาย สะใภ้รองหน้าซีดเผือดทันที รีบละล่ำละลักปฏิเสธเสียงหลง "แก... อีลี่อิน อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!"
"ใส่ร้ายหรือคะ? บัญชีการใช้จ่ายฉันเก็บไว้หมดนะคะ จะให้ฉันไปฟ้องผู้กองฝ่ายวินัยให้มาตรวจสอบทรัพย์สินของครอบครัวทหารด้วยไหมล่ะคะว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร" ลี่อินลอยหน้าลอยตาพูดอย่างไม่เกรงกลัว
นางหวงโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ นางกรีดร้องลั่นด้วยความเหลืออด "อีสะใภ้สารเลว! วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกแทนลูกชายอกตัญญูคนนี้เอง!"
ว่าแล้วนางก็พุ่งเข้าหมายจะตบหน้าลี่อินให้หายแค้น ทว่า...
หมับ!
มือหนาใหญ่ราวคีมเหล็กของลู่เฉินคว้าข้อมือของนางหวงไว้กลางอากาศ แรงบีบนั้นทำให้นางหวงเจ็บแปลบจนต้องร้องโอดครวญ ลู่เฉินไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้เป็นแม่ แต่แรงกดดันและสายตาที่เย็นชาจนติดลบของเขานั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการถูกลงทัณฑ์
"พอได้แล้วครับแม่" ลู่เฉินกล่าวเสียงต่ำ น้ำเสียงกดดันจนอากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง "ที่นี่คือค่ายทหาร ไม่ใช่ตลาดสดในหมู่บ้าน ถ้าแม่ยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวายและกล่าวหาภรรยาผม ผมคงต้องให้สารวัตรทหารเชิญตัวแม่และทุกคนออกนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ เดี๋ยวนี้ครับ"
"ตา... ตาเฉิน! แกกล้าขู่แม่เรอะ แกจะเอาผู้หญิงคนนี้มากกว่าแม่รึไง!" นางหวงกรีดร้องโวยวายด้วยความไม่ยินยอม พร้อมกับแกล้งทำเป็นลมล้มพับลงไปนอนดิ้นกับพื้นดินหน้าบ้าน "โอ๊ย! อกตัญญู! ฉันเบ่งแกออกมาแทบตายสุดท้ายได้เมียแล้วลืมแม่! ฉันไม่ยอม! ฉันจะนอนตายตรงนี้แหละ!"
บรรดาญาติที่ตามมาพากันส่งเสียงเอะอะโวยวาย หวังจะใช้ความกดดันจากสายตาชาวบ้านและทหารรอบข้างมาบีพслоบให้คู่สามีภรรยาต้องยอมก้มหัวให้ แต่ทว่า... ไม่มีนายทหารคนไหนกล้าเข้ามาสอดมือยุ่ง เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าลู่เฉินคือทหารมือหนึ่งผู้สร้างผลงาน และบ้านพักหลังนี้คือกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎระเบียบทุกประการ
ลี่อินกอดอกมองร่างของแม่สามีที่นอนดิ้นเร่าๆ อยู่บนพื้นด้วยสายตาเรียเฉยราวกับกำลังดูละครลิง เธอย่อตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"คุณแม่ครับ/คะ... นอนตรงนี้พื้นมันแข็งและร้อนนะคะ แดดเปรี้ยงขนาดนี้เดี๋ยวจะเป็นลมแดดจริงๆ เอาเสียเปล่าๆ" ลี่อินแสร้งทำเป็นหวังดี ก่อนจะหันไปสบตากับลู่เฉินที่ยืนอยู่ข้างกาย
ลู่เฉินพยักหน้ารับรู้สัญญาณจากภรรยาอย่างรู้ใจ เขาหันไปตะโกนเรียกทหารเวรที่ยืนรักษาการณ์อยู่ไม่ไกล "ทหารเวร! เชิญญาติๆ ของผมพานายหญิงกลับไปพักผ่อนที่บ้านใหญ่โดยด่วน ถ้าขัดขืนให้ข้อหาบุกรุกและสร้างความวุ่นวายในค่ายทหาร!"
สิ้นคำสั่งเด็ดขาด ทหารร่างกำยำสองนายวิ่งกรูเข้ามาทันที ทำท่าจะหิ้วปีกบรรดาญาติและร่างที่แกล้งสลบของนางหวงขึ้นรถจี๊ปอย่างไม่ไว้หน้า
แต่นางหวงที่แกล้งทำเป็นสลบ พอเห็นทหารเข้ามาจริงๆ และได้ยินคำว่า 'ข้อหาบุกรุกค่ายทหาร' ซึ่งมีโทษหนักหนาถึงขั้นติดคุก ความกลัวก็แล่นริ้วเข้ามาในอกจนสติกระเจิง นางสะดุ้งเฮือกดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วแสง ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดจนไร้สีเลือด ก่อนจะหงายหลังตึงล้มลงไปสลบคาที่ของจริงด้วยความตกใจสุดขีด!
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลี่อินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก พลางหันไปกระซิบกระซาบกับสามีหนุ่มที่ยืนโอบไหล่เธอไว้หลวมๆ
กลิ่นหอมกรุ่นของผัดพริกหอมหมูสามชั้นสูตรเด็ดจากในครัวยังคงลอยฟุ้งออกมาทางหน้าต่าง ตัดกับภาพความวุ่นวายภายนอกได้อย่างน่าขัน และในวินาทีนั้นเอง ขณะที่ลู่เฉินกำลังจะสั่งให้คนหามร่างที่สลบไสลของแม่สามีออกไปให้พ้นตา เสียงฝีเท้าหนักแน่นของนายทหารยศสูงผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมถนน พร้อมกับเอกสารลับตราครุฑในมือที่ถูกส่งตรงมาถึงมือของลู่เฉินโดยไม่คาดฝัน...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" มา ณ ที่นี้นะครับ
คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร•ตอนที่ 29
ร่วมมือผัวเมียตบหน้าตระกูลเก่า
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!