"ถ้าพวกท่านก้าวเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องบนโต๊ะอาหารสั่นสะเทือน ลี่อินในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีที่เธอตัดเย็บเอง ยืนกอดอกมองกลุ่มญาติฝ่ายสามีหน้าหนาที่ถือวิสาสะผลักประตูรั้วเข้ามาอย่างถือดี นำทัพมาโดยป้าสะใภ้ใหญ่ผู้มีใบหน้าหยักยับไปด้วยความโลภ และแม่สามีจอมเขี้ยวที่คอยส่งสายตาสبخสมมาให้
ในโลกการเงินที่เธอเคยคร่ำหวอด การอ่านงบดุลจอมปลอมและการเจรจากับพวกฉ้อฉลคือเกมที่เธอชนะมานักต่อนัก แล้วนับประสาอะไรกับญาติเปรตกลุ่มนี้ที่หวังจะมาสูบเลือดสูบเนื้อจากบ้านของเธอและลู่เฉินในยุค 80 นี้เล่า
"ลี่อิน นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ผู้หลักผู้ใหญ่ห๊ะ!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้คนนี้ไม่ได้หัวอ่อนยอมให้โขกสับเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป "พวกฉันเป็นถึงญาติผู้ใหญ่ จะแวะมาเยี่ยมหลานชายและตรวจดูความเป็นอยู่มันผิดตรงไหน! แถมแกยังทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วหมู่บ้าน แต่กลับไม่ยอมยกไปให้ทางบ้านใหญ่ได้กินกันก่อน แบบนี้มันอกตัญญูชัดๆ!"
ลี่อินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นราวกับนักลงทุนที่กำลังมองดูหุ้นขยะที่กำลังจะดิ่งลงเหว
"ตรวจดูความเป็นอยู่? หึ... ถ้าจำไม่ผิด เมื่อเดือนก่อนตอนที่เราลำบากจนแทบไม่มีข้าวกรอกหม้อ พวกท่านเคยมาเยี่ยมเยียนสักครั้งไหมครับ... อ๊ะ ขออภัย ฉันหมายถึงพวกท่านเคยมาเหยียบเรือนหลังนี้เพื่อถามไถ่บ้างไหม มีแต่มาเพื่อกวาดเอาข้าวสารและไข่ไก่ชุดสุดท้ายติดมือกลับไปต่างหาก!" ลี่อินสวนกลับด้วยน้ำเสียงฉาดฉาน ทรงพลัง จนป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับหน้าเจื่อน ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่ชี้หน้าสั่นด้วยความแค้นเคือง "วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกแทนหลานชายเอง มานี่เลย!"
ทว่า ยังไม่ทันที่มือเหี่ยวย่นจะพุ่งเข้ามาคว้าแขนของลี่อิน เงาร่างสูงใหญ่ราวกับภูเขาผาของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างภรรยาและกลุ่มญาติจอมปล้นสะดมไว้เสียก่อน
ลู่เฉินไม่ได้เอ่ยคำรามเสียงดัง แต่รัศมีกดดันและความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างกายของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน กลับทำให้ทุกคนในรัศมีสามเมตรต้องผถวาถอยหลังไปคนละก้าว สันจมูกโด่งเป็นสันคม ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองญาติผู้ใหญ่เหล่านี้ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผง
"ใครอนุญาตให้เข้ามาในบ้านของผมครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับเงียบกริบไปทั่วบริเวณ ลู่เฉินกวาดสายตามองหน้าทีละคนอย่างเชือดเฉือน ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงในเสี้ยววินาที มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของลี่อินไว้เบาๆ เป็นเชิงปกป้องและให้เกียรติอย่างยิ่ง
"อาเฉิน! แกดูเมียแกสิ มันกล้าด่าทอพวกเราที่เป็นญาติผู้ใหญ่!" แม่สามีรีบฟ้องร้องลูกชายทันที หวังว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะเข้าข้างตนเหมือนเช่นอดีต
"แม่ครับ" ลู่เฉินเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำหนักคำพูดกลับหนักแน่นดั่งหินผา "ภรรยาของผมพูดถูกทุกประการ บ้านหลังนี้เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของผมกับเธอ เราสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกท่านอีก นับตั้งแต่วันที่เราแยกบ้านกันอยู่ ถ้าวันนี้พวกท่านยังไม่ยอมกลับไปดีๆ คงต้องให้ผมเชิญสารวัตรทหารมาช่วยพูดคุยกันที่กองร้อยแล้วกระมังครับ"
คำว่า 'สารวัตรทหาร' ทำเอาทุกคนหน้าซีดเผือดในพริบตา ยุคนี้ใครจะกล้ามีเรื่องกับทหารในเครื่องแบบ โดยเฉพาะลู่เฉินที่เป็นนายทหารอนาคตไกลและขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด
ป้าสะใภ้ใหญ่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ แต่เมื่อเห็นสายตาที่เอาจริงของลู่เฉิน นางจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีด้วยความโมโห "เออ! ปีกกล้าขาแข็งกันทั้งผัวทั้งเมียนะ! ระวังตัวไว้เถอะ สักวันพวกแกจะฉิบหายกันไม่เป็นท่า!" ว่าแล้วนางก็ลากแม่สามีและสมุนถอยร่นออกไปจากประตูบ้านอย่างหัวเสีย ทิ้งเสียงบ่นพึมพำด้วยความแค้นใจไว้เบื้องหลัง
เมื่อกลุ่มคนน่ารำคาญลับสายตาไป บรรยากาศรอบกายก็กลับคืนสู่ความสงบ ลี่อินพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
"ทำได้ดีมากครับสามี" ลี่อินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม พร้อมกับยื่นมือเรียวไปปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อให้เขาอย่างทะนุถนอม เคมีระหว่างทั้งคู่ในยามนี้อบอวลไปด้วยความเข้าใจและสายใยที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม
"เพื่อภรรยาและบ้านของเรา ผมทำได้มากกว่านี้อีกครับ" ลู่เฉินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้น ทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูอบอุ่นและมีเสน่ห์จนลี่อินยังต้องใจเต้นระส่ำ
แม้ภายนอกเขาจะเป็นนายทหารผู้ดุดันและน่าเกรงขามต่อหน้าศัตรูและญาติเปรต แต่เมื่ออยู่กับภรรยา ลู่เฉินกลับกล ายเป็นสามีสายเปย์ตัวจริงเสียงจริงที่คอยช่วยกวาดบ้าน ถูพื้น ล้างจาน และสนับสนุนทุกแผนการค้าขายของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือใหญ่ที่เคยถือปืนและจับดาบ ตอนนี้กลับกำลังงละมุนละไมกับการช่วยเธอนวดแป้งและเตรียมวัตถุดิบในครัวสำหรับทำเมนูเด็ดเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในวันนี้
กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นสูตรลับเฉพาะจากมิติลับเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ลี่อินกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซอสสูตรพิเศษที่จะนำไปใช้ทำบะหมี่เนื้อตุ๋นจักรพรรดิ สินค้าตัวใหม่ที่เธอตั้งใจจะนำไปวางขายในตลาดมืดเพื่อสร้างความมั่งคั่งรอบใหม่ ขณะที่ลู่เฉินยืนคอยส่งฟืนและช่วยบดธัญพืชให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ภาพของสามีภรรยาที่ช่วยกันทำมาหากินในแสงตะวันยามเย็นช่างเป็นภาพที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความสุข
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่นและกลิ่นหอมของอาหารกำลังยั่วยวนน้ำลาย เสียงเคาะประตูก็ห้วนกระด้างดังขึ้นอีกครั้งที่หน้าบ้าน...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ลู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ เขาวางท่อนฟืนในมือลง เตรียมจะเดินไปจัดการกับพวกที่ยังไม่เข็ดหลาบ แต่ลี่อินกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน ดวงตากลมโตฉายประกายความฉงนเมื่อเธอมองผ่านหน้าต่างออกไปเห็นเงาของใครบางคน
ไม่ใช่กลุ่มญาติเปรตเมื่อครู่... แต่เป็นเงาร่างของหญิงสาวในชุดโค้ทหรูหราผิดระเบียบยุค และชายแปลกหน้าสวมหมวกปีกกว้างที่ยืนรออยู่หน้าประตู พร้อมกับกระเป๋าหนังใบโตที่เต็มไปด้วยธนบัตรปึกหนา!
บุคคลปริศนาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มปริศนา และคำพูดที่ทำให้สองสามีภรรยาต้องชะงักค้างกลางอากาศ---
"สวัสดีครับคุณลี่อิน... ผมได้รับคำแนะนำจาก 'คนใน' ว่าคุณคือคนที่กุมความลับของสูตรอาหารที่แพงที่สุดในเมืองหลวงเวลานี้... ผมสนใจจะซื้อสิทธิ์ทั้งหมด... ด้วยราคาที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" มา ณ ที่นี้นะครับ
คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร•ตอนที่ 27
สามีสายเปย์ตัวจริงเสียงจริง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!