“เซ็นชื่อลงไปในเอกสารย้ายประจำการฉบับนี้เสีย ลู่เฉิน... นี่คือโอกาสที่นายทหารคนอื่นในกองพันนี้ต่างใฝ่ฝันหาตลอดชีวิต ไม่ใช่ทุกปีที่เมืองหลวงจะเปิดรับตำแหน่งระดับปฏิบัติการพิเศษจากส่วนภูมิภาคเข้าไปช่วยงานส่วนกลาง”
เสียงทุ้มต่ำของผู้บังคับบัญชาดังสะท้อนก้องภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันปืน ลู่เฉินยืนตัวตรง ร่างกายกำยำสงบนิ่งดั่งภูผา ทว่าในใจของเขากลับกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากเซียนหุ้นที่เห็นกราฟพุ่งทะยานผิดปกติ
“ผมขออนุญาตปรึกษาภรรยาก่อนได้ไหมครับ ผู้การ” ลู่เฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ผู้บังคับบัญชาหัวเราะหึในลำคอ “นายนี่มันเป็นพวกคลั่งเมียตัวจริงเลยนะลู่เฉิน แต่เอาเถอะ... หากภรรยาของนายเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเหมือนที่คนเขาลือกัน ผมเชื่อว่าเธอจะตอบตกลงโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดถึงห้านาทีด้วยซ้ำ”
ลู่เฉินก้าวเท้าออกมาจากกองบัญชาการด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ในมือถือเอกสารสีน้ำตาลที่อาจเปลี่ยนชีวิตครอบครัวของเขาไปตลอดกาล ทันทีที่เขาเดินเข้าบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งของพะโล้หมูสามชั้นที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มก็ลอยมาแตะจมูก ลี่อินกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟ เรือนผมสลวยมัดรวบไว้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางของเธอตอนจับตะหลิวดูสง่างามไม่ต่างจากการวางกลยุทธ์ในตลาดหุ้น
“กลับมาแล้วหรือคะ... เอ้ย กลับมาแล้วหรือครับลู่เฉิน” ลี่อินหันมายิ้มกว้าง เธอมักจะเผลอตัวใช้สำนวนติดปากจากโลกเก่า แต่รีบแก้คำลงท้ายให้เหมาะสมกับยุคสมัยทันทีเมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักของสามี
“ดูเหมือนเราจะได้รับข่าวดีชิ้นใหญ่ในรอบทศวรรษเลยล่ะ” ลู่เฉินวางเอกสารลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง กลิ่นไอความอบอุ่นของเธอยังคงเป็นจุดพักพิงที่มั่นคงที่สุดสำหรับเขา
ลี่อินอ่านเอกสารในมือ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประกายวิบวับแบบนักธุรกิจ เธอมองทะลุถึงโอกาสที่ซ่อนอยู่หลังตัวอักษรราชการเหล่านั้น เมืองหลวงคือแหล่งรวมคนมีกำลังซื้อสูง คือศูนย์กลางของระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะก้าวกระโดด และที่สำคัญที่สุด มันคือสถานที่ที่เธอจะขยายอาณาจักรอาหารแช่แข็งและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ผลิตจากมิติลับได้อย่างไม่มีขีดจำกัด
“เมืองหลวง... คือบ่อเงินบ่อทองที่เราต้องการครับลู่เฉิน หากเราย้ายไปที่นั่น ธุรกิจอาหารแปรรูปของเราจะไม่ใช่แค่ขายในตลาดมืด แต่มันจะกลายเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่ใครก็ห้ามไม่ได้” ลี่อินวางมือลงบนแผ่นอกแกร่งของสามี “เรื่องแม่สามีน่ะหรือครับ? ไม่ต้องห่วง ผมจัดการคนตระกูลนั้นมามากพอแล้ว ต่อให้เราย้ายไปไกลแค่ไหน ถ้าพวกเขายังกล้ามาสูบเลือดสูบเนื้อ ผมก็มีวิธีทำลายความโลภของพวกเขาให้ย่อยยับในพริบตาเดียว”
ลู่เฉินมองภรรยาด้วยความชื่นชม “ผมตัดสินใจแล้วว่าจะรับตำแหน่งนี้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมกังวล... หากเราไปอยู่ที่นั่น ชีวิตของลี่อินจะเหนื่อยกว่าเดิมไหม”
“ชีวิตที่ไร้ความท้าทายต่างหากที่เหนื่อยสำหรับผม” ลี่อินกระซิบข้างหูเขา พลางหยิบชิ้นหมูพะโล้ที่ต้มจนฉ่ำวาวขึ้นมาจ่อที่ปากสามี “ชิมสิครับ... นี่คือสูตรใหม่ที่ผมลองปรับแต่งจากเครื่องเทศในมิติ รสชาตินี้แหละจะเป็นไม้ตายในการเปิดตลาดที่เมืองหลวง”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังถกเถียงกันเรื่องแผนการย้ายถิ่นฐานอย่างออกรส เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ลี่อินขมวดคิ้วแน่น เธอจำเสียงเคาะแบบนี้ได้ดี... มันคือเสียงของแม่สามีตัวแสบที่เพิ่งได้รับข่าวลือเรื่องการย้ายงานของลู่เฉิน และคงเตรียมตัวมาถล่มทลายเพื่อขอส่วนแบ่งอย่างแน่นอน
“เอาล่ะครับลู่เฉิน ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมาถึงก่อนเวลาเสียแล้ว” ลี่อินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาด เธอเดินไปหยิบสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่บันทึกวีรกรรมการโกงของตระกูลลู่ออกมาวางบนโต๊ะเตรียมไว้
ประตูบ้านถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต แม่สามีในชุดผ้าไหมราคาแพงที่ดูขัดกับสภาพความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านเดินกระแทกเท้าเข้ามา ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนเต็มไปด้วยความโลภและความมั่นใจที่ผิดที่ผิดทาง
“ลู่เฉิน! ฉันได้ยินข่าวว่าแกจะย้ายไปเมืองหลวงงั้นรึ? ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น แกต้องส่งเงินมาให้ครอบครัวเรามากขึ้นเป็นเท่าตัว! แล้วนังลูกสะใภ้นี่ล่ะ จะทิ้งธุรกิจในหมู่บ้านไปเลยหรือไง? จะต้องยกกิจการทั้งหมดให้ครอบครัวฉันจัดการ!”
ลู่เฉินมองแม่ของตนด้วยสายตาที่เย็นชาจนอีกฝ่ายต้องชะงัก ลี่อินก้าวออกมาข้างหน้า รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเธอช่างดูน่าเกรงขามเหมือนนางพญาที่กำลังกำหราบศัตรู
“ท่านแม่ครับ...” ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก “ที่ท่านพูดมานั้น... ท่านลืมไปหรือเปล่าว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ผมหามาได้ ผมทำสัญญาจ้างงานไว้อย่างชัดเจน และที่สำคัญ... หลักฐานการยักยอกเงินทุนส่วนกลางของตระกูลลู่ที่ผมเก็บไว้ในตู้เซฟ หากผมย้ายไปเมืองหลวง ผมเกรงว่าหน่วยงานตรวจสอบจะได้รับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลทั้งหมดนี้ไปพร้อมกับเราด้วย”
แม่สามีหน้าถอดสี มือที่ถือตะกร้าสั่นเทา เธอไม่คิดว่าลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอจะกลายเป็นผู้คุมเกมที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
“แก... แกคิดจะแบล็กเมล์แม่ตัวเองงั้นหรือ!” หญิงวัยกลางคนแผดเสียง
ลี่อินเดินเข้าไปใกล้ กระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังใจหายวาบ “ไม่ได้เรียกว่าแบล็กเมล์ครับท่านแม่... แต่เขาเรียกว่าการจัดการพอร์ตโฟลิโอ เพื่อให้คนที่ไม่หวังดีออกไปจากชีวิตของพวกเรา... อย่างถาวร”
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดตั้งอยู่ในบ้านของลู่เฉินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบอันตึงเครียด เขาเดินไปรับสาย ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันทีเมื่อปลายสายแจ้งข่าวที่ไม่มีใครคาดคิด
“ผู้การครับ... เกิดเรื่องใหญ่ที่คลังสินค้าส่วนกลางแล้ว มีคนพยายามลักลอบนำสินค้าล็อตใหญ่ของบริษัทเราออกไปขายตัดราคาในตลาดมืด พร้อมกับหลักฐานที่ถูกบิดเบือนเพื่อใส่ร้ายลี่อิน!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" มา ณ ที่นี้นะครับ
คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร•ตอนที่ 31
โอกาสทองในการย้ายเข้าเมือง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!