"เธอคิดว่าคนระดับผม จะมีความสามารถซ่อนไว้ได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือครับ อาจารย์เซร่า?"
ประโยคคำถามที่ฟังดูถ่อมตัวอย่างร้ายกาจถูกเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดภายในห้องฝึกซ้อมลับใต้ดินของอาคารเวทมนตร์เก่า กลิ่นอายของละอองเวทมนตร์ที่เพิ่งจางหายไปยังคงอบอวล เรย์ยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของวงจรเวทมนตร์ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทดสอบพลัง ทว่าดวงตาคมกริบของหญิงสาวตรงหน้ากลับไม่ยอมละไปจากใบหน้าของเขาแม้แต่วินาทีเดียว
เซร่าเดินวนรอบตัวเขาช้าๆ ส้นรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน ทุกจังหวะที่เธอก้าวเข้ามาใกล้ เรย์สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากมานาที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นี่ไม่ใช่การฝึกซ้อมธรรมดา แต่มันคือการเค้นสอบสวนในรูปแบบของการต่อสู้
"เรย์... แววตาของนักเรียนระดับกลางทั่วไป เวลาใช้มานาจะมีความสั่นไหวและไม่คงที่" เซร่าหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้าเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เรย์ได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกลิลลี่สีขาวที่แฝงด้วยความเย็นเยียบของน้ำแข็ง "แต่สิ่งที่ฉันเห็นเมื่อครู่นี้ คือความสมบูรณ์แบบที่ไร้รอยต่อ นายควบคุมมานาได้ละเอียดถึงระดับโมเลกุล ซึ่งแม้แต่นักเวทระดับสูงในสภาฯ ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ"
เรย์คลี่ยิ้มบางๆ อย่างคนทำตัวไม่ถูก เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ พยายามแสดงออกถึงความประหม่าที่สมจริงที่สุด
"อาจารย์ก็พูดเกินไปครับ ผมก็แค่... โชคดีที่มีสมาธิดีเป็นพิเศษจากการต้องรีบไปทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนเท่านั้นเอง"
"โชคดีงั้นหรือ?" เซร่าหรี่ตาลง มือเรียวบางเอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้ แสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายขึ้นที่ปลายนิ้วของเธอ มันคือเวทมนตร์ตรวจสอบชีพจรและกระแสมานาภายในร่างกาย หากปล่อยให้มันลึกไปกว่านี้ ความลับเรื่อง ‘ระบบสุ่มสกิล’ ที่ฝังตัวอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณเขาต้องถูกเปิดโปงแน่
วินาทีนั้น เรย์ตัดสินใจใช้สกิล ‘การปรับแต่งค่ามานาเสมือน’ (Virtual Mana Modulation) ทันที เขาจำลองกระแสมานาภายในร่างกายให้ไหลเวียนอย่างบิดเบี้ยวและสับสนเหมือนคนกำลังฝึกฝนผิดวิธี ซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานของมือใหม่ที่ไร้พรสวรรค์
เซร่าชะงักไป ดวงตาที่เคยเฉยชาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"ชีพจรมานาของนาย... ทำไมถึงปั่นป่วนขนาดนี้?" เธอพึมพำด้วยความสับสน
เรย์รีบดึงมือกลับ แสร้งทำเป็นหอบหายใจเล็กน้อย "อาจารย์ครับ... ถ้าอาจารย์สงสัยในตัวผมขนาดนั้น ทำไมไม่ลองให้ผมพิสูจน์ด้วยวิธีอื่นล่ะครับ? การรุกล้ำร่างกายกันแบบนี้ มันทำให้ผมเสียสมาธิ จนมานาในตัวมันตีรวนไปหมดแล้ว"
เซร่ามองใบหน้าที่ดูเหมือนคนสำนึกผิดของเรย์ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความสงสัยยังไม่จางหายไป แต่ทฤษฎีที่เธอตั้งไว้ในหัวเริ่มสั่นคลอน ‘หรือว่าฉันจะระแวงคนธรรมดามากเกินไปจนเสียสติ?’
"ก็ได้" เธอผละออกมา "งั้นเปลี่ยนเป็นการประลองจริง แบบจำลองสถานการณ์อันตราย ให้นายใช้พลังทั้งหมดที่มีแสดงให้ฉันเห็น ถ้าหากนายมีอะไรซ่อนไว้... การต่อสู้จะเป็นตัวเฉลยเอง"
ระบบในหัวของเรย์ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นทันที:
[ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจฉุกเฉินระดับ B: ‘การทดสอบแห่งความมืดมน’]
[เงื่อนไข: เอาชนะการประลองโดยไม่ให้เซร่าจับพิรุธสกิลที่แท้จริงได้]
[รางวัล: แต้มสุ่มสกิลระดับหายาก 500 แต้ม]
[คำเตือน: หากล้มเหลว ค่าความสงสัยของเซร่าจะพุ่งสู่ระดับสูงสุด!]
เรย์สูดหายใจเข้าลึกๆ แววตาที่เคยใสซื่อเปลี่ยนเป็นความสุขุมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเรียบ เขารู้ดีว่าเซร่าไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่ายๆ แต่ในเมื่อเธอต้องการเห็นพลัง เขาก็จะจัดให้... แต่ในรูปแบบที่เธอยังคงไม่มีทางเข้าใจ
"ถ้าอาจารย์ยืนยันเช่นนั้น ผมก็คงต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ"
เรย์หยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมา ทันใดนั้น บรรยากาศรอบห้องฝึกซ้อมก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา พื้นหินรอบตัวเขาเริ่มแตกร้าว มานาที่เข้มข้นดั่งทะเลคลั่งก่อตัวขึ้นรอบร่าง แต่ทว่า... มันกลับถูกบีบอัดจนเหลือเพียงจุดเล็กๆ ที่ดูไม่ออกว่าเป็นเวทมนตร์ชนิดใด
เซร่าเตรียมร่ายโล่เวทมนตร์ขั้นสูงสุด แต่ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น
ประตูห้องฝึกซ้อมถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับเสียงตะโกนของสภานักเรียน "อาจารย์เซร่าครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ดันเจี้ยนหน้าโรงเรียน บอสระดับราชาปรากฏตัวออกมาจากรอยแยกมิติครับ!"
เซร่าชะงัก เธอหันกลับไปมองทางประตูเพียงเสี้ยววินาทีเดียว แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เรย์หายไปจากสายตาของเธอ
เมื่อเธอกลับมามองที่จุดเดิม เรย์ยืนอยู่ที่เดิมท่าทางดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาที่กำลังยืนงงกับสถานการณ์ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเซร่ากระตุกวูบ คือเศษหินใต้เท้าของเรย์ที่แตกเป็นวงกลมสมมาตรราวกับถูกแกะสลักด้วยพลังมหาศาล
เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เห็นเพียงความว่างเปล่าที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ลึกลงไปนั้น... มันมีความมืดมิดที่ทรงพลังจนน่าขนลุกซ่อนอยู่
"ดูเหมือนภารกิจของอาจารย์จะสำคัญกว่าการประลองนะครับ" เรย์ยิ้มบางๆ แล้วโค้งตัวลงอย่างสุภาพ "ผมขอตัวไปที่หอพักก่อนนะครับ"
เรย์เดินผ่านหน้าเซร่าไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้หญิงสาวผู้เย็นชายืนนิ่งสนิทอยู่กลางห้องฝึกซ้อม เธอพยายามรวบรวมสติ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยไหม้ที่ผนังด้านหลังตำแหน่งที่เรย์เคยยืน มันเป็นรูปสัญลักษณ์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในตำราเวทมนตร์เล่มไหนในโลกใบนี้
ความลับของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้แค่ถูกซ่อนไว้... แต่มันกำลังรอเวลาที่จะกลืนกินโลกใบนี้
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการติดตามชะตากรรมของเรย์ในตอนต่อไปนะครับ
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ดันเจี้ยนหน้าโรงเรียนดันมีระบบสุ่มสกิลโกงแบบนี้ ผมเลยกลายเป็นตัวตึงไม่รู้ตัว•ตอนที่ 9
เมื่อความลับเกือบรั่วไหล
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเจี้ยนหน้าโรงเรียนดันมีระบบสุ่มสกิลโกงแบบนี้ ผมเลยกลายเป็นตัวตึงไม่รู้ตัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!