"ต่อให้เจ้าพยายามกวาดล้างร่องรอยแห่งมิติที่ฉีกขาดด้วยเวทมนตร์ชำระล้างระดับสูงแค่ไหน แต่กลิ่นอายของ 'เศษเสี้ยวความว่างเปล่า' มันก็ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของข้า... เรย์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเซร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักอาจารย์ส่วนตัว แสงสีนวลจากคريสตัลเวทมนตร์สะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะของเธอ ขณะที่เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบไม่ได้มองมาที่ตัวเรย์โดยตรง แต่จดจ้องไปยังเอกสารรายงานการบูรณะอาคารเรียนหลังที่สาม ซึ่งพังทลายลงจากการปะทะกับบอสลับเมื่อสามวันก่อน
เรย์ในชุดเครื่องแบบนักเรียนที่ได้รับการตัดเย็บใหม่เนี้ยบกริบ ยืนพิงกรอบหน้าต่างพลางทอดสายออกไปเบื้องล่าง ลานกว้างหน้าโรงเรียนเวลานี้ไม่ได้เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและเศษฝุ่นควันสีเทาอีกต่อไป หากแต่ถูกเนรมิตขึ้นใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมเวทมนตร์สีขาวสะอาดตา เสาหินอ่อนแกะสลักลวดลายรูนโบราณส่องแสงเรืองรองจางๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้าง เหล่านักเรียนรุ่นน้องและเพื่อนร่วมชั้นต่างเดินขบวนกันไปมาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เสียงหัวロาะและเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังแว่วมาตามสายลม ทำให้บรรยากาศความตึงเครียดจากหายนะเมื่อครั้งก่อนเลือนหายไปราวกับเป็นเพียงความฝัน
ทว่า... สำหรับเรย์แล้ว ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เรียกว่า "ความฝัน" หรอกครับ ทุกอย่างล้วนมีต้นทุนและตรรกะของมันรองรับเสมอ
"อาจารย์เซร่าก็ยังคงตาไวเหมือนเดิมนะครับ" เรย์หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก มือเรียวปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อเบาๆ "ผมแค่บังเอิญ... เอ่อ ใช้คำว่า 'โชคช่วย' ในจังหวะที่มิติเกิดความไม่เสถียรน่าจะเหมาะกว่าครับ"
"โชคช่วยอย่างนั้นหรือ?" เซร่าวางเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อดี เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรย์ทีละน้อยจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรเวทมนตร์ลอยแตะจมูก "เด็กหนุ่มที่สอบได้คะแนนรั้งท้ายในวิชาเวทมนตร์พื้นฐานเมื่อปีที่แล้ว กลับกลายเป็นผู้ปิดผนึกประตูมิติระดับภัยพิบัติด้วยการร่ายเว-ไร้-รูปแบบ... เจ้าคิดว่าคำว่าโชคจะตบตาคณะกรรมการสอบสวนจากสภาเวทมนตร์ได้จริงๆ หรือเรย์?"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดอากาศต่ำที่เซร่าจงใจแผ่ออกมาทดสอบ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เรย์สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ดวงตาสสีนิลของเขากลับประกายแสงระยิบระยับขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีผ่อนคลายตามแบบฉบับของเขา
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขารู้ดีว่าการแก้ตัวด้วยตรรกะลมๆ แล้งๆ มีแต่จะทำให้เซร่าสงสัยมากกว่าเดิม ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ต้องห้าม การอธิบายด้วยหลักการทางเวทมนตร์ที่ลึกซึ้งและเหนือความคาดหมายต่างหาก คือทางรอดที่ดีที่สุด
"บางครั้ง... อาจารย์ก็ไม่จำเป็นต้องมองหาเหตุผลในทุกๆ กฎเกณฑ์หรอกครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเซร่าเล็กน้อย ปลายนิ้วแตะลงบนขอบโต๊ะเบาๆ "โลกใบนี้มีกฎที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนธรรมดาเดินตาม แต่ก็มี 'ข้อยกเว้น' ที่เกิดขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่ากฎพวกนั้นมันยังไม่สมบูรณ์... เหมือนกับที่สภาเวทมนตร์คิดว่าดันเจี้ยนหน้าโรงเรียนเป็นแค่รอยแยกธรรมดา แต่พวกเขากลับมองไม่เห็น 'รากเหง้า' ที่เชื่อมต่อกับหอคอยโบราณใต้ดิน"
เซร่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำว่า *'หอคอยโบราณใต้ดิน'*
ข้อมูลนี้ถูกปิดตายโดยสภาเวทมนตร์ และมีเพียงระดับหัวกะทิหรือผู้มีอำนาจสูงสุดเท่านั้นที่ควรจะรู้ แต่เรย์กลับพูดมันออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
"เจ้า... รู้เรื่องนั้นได้อย่างไร?" เสียงของเซร่าเริ่มมีแววระแวดระวังปนความตกใจอย่างปิดไม่มิด
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากอธิบายอะไรเพิ่มเติม เสียงกริ่งเวทมนตร์ประกาศคาบเรียนแรกก็ดังขึ้นกังวานไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่วิ่งกรูเข้ามาใกล้ประตูห้องพักอาจารย์ ทันใดนั้น ประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"รุ่นพี่เรย์! อยู่ตรงนี้นี่เอง!"
เสียงตะโกนด้วยความดีใจจนเนื้อเต้นดังลั่นห้อง ร่างของเด็กหนุ่มปีหนึ่งผมสีเพลิง นามว่า 'เลโอนาร์ด' พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ ตามด้วยเสียงหอบแฮ่กของเพื่อนร่วมชั้นอีกหลายคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตู
เรย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกขัน พรางเหลือบมองเซร่าที่กำลังปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"มีอะไรรึ เลโอนาร์ด ทำไมถึงเสียงดังเอะอะโวยวายแบบนั้น ลืมกฎระเบียบของโรงเรียนไปแล้วหรือไง" เซร่าเอ่ยดุด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นตามวิสัยของอาจารย์ฝ่ายปกครอง แต่เด็กหนุ่มผมสีเพลิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"อาจารย์ครับ! ข้างนอก... ข้างนอกกำลังวุ่นวายกันใหญ่แล้วครับ!" เลโอนาร์ดละล่ำละลักพูดพลางชี้มือไปทางหน้าต่าง "คณะกรรมการจากสภาเวทมนตร์กลาง... พวกเขากำลังเดินทางมาที่นี่ครับ! และเป้าหมาย... ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือรุ่นพี่เรย์!"
คำว่า *'คณะกรรมการจากสภาเวทมนตร์กลาง'* ทำให้บรรยากาศในห้องกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตา เซร่าหันขวับกลับมามองหน้าเรย์ทันที ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
เรย์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า มือข้างหนึ่งจัดปกเสื้อของตัวเองให้เรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเดินผ่านกลุ่มรุ่นน้องที่ยืนขวางประตูออกไปช้าๆ
เมื่อเรย์ก้าวพ้นกรอบประตูและเดินลงมายังโถงทางเดินหลัก สายตานับร้อยคู่จากเหล่านักเรียนที่ยืนออกันอยู่ก็หันมาจับจ้องที่เขาเป็นตาเดียว ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ทุกคนต่างมองเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความศรัทธา ความหวาดกลัว และความสงสัยใคร่รู้
ไม่มีเสียงโห่ร้องหรือการเยาะเย้ยถากถางเหมือนในอดีตอีกต่อไป มีเพียงความเคารพยำเกรงจากวีรกรรมที่เขาได้สร้างไว้เมื่อสามวันก่อน
เรย์กวาดสายตามองฝูงชน ก่อนที่ฝีเท้าของเขาจะหยุดชะงักลงเมื่อเห็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีทองอร่ามปักลวดลายดาราจักร กำลังยืนรออยู่เบื้องหน้าบันไดทางขึ้น พร้อมกับผู้ติดตามอีกสี่คนที่แผ่ออร่าเวทมนตร์ระดับสูงออกมาอย่างปิดไม่มิด
*[ ติ๊ง! ตรวจพบผู้มีอำนาจจากสภาเวทมนตร์กลางระดับ 'มหาปราชญ์' เข้าสู่พื้นที่เขตอาคม ]*
*[ ระบบสุ่มสกิลโกง ทำการวิเคราะห์เป้าหมายเบื้องต้นเรียบร้อย ]*
*[ เงื่อนไขพิเศษปลดล็อก: เผชิญหน้ากับการไต่สวนลับจากสภาเวทมนตร์ ]*
*[ เลือกเส้นทางของคุณ: ]*
*[ 1. ยอมจำนนและเปิดเผยความลับบางส่วนของระบบเพื่อความปลอดภัย (ความเสี่ยงในการสูญเสียอิสรภาพ 45%) ]*
*[ 2. ใช้สกิล 'คำลวงแห่งมหาเทพ' เพื่อบิดเบือนความจริงและควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด (ความเสี่ยงในการถูกจับพิรุธ 10%) ]*
*[ 3. ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงและท้าทายอำนาจของสภาเวทมนตร์ต่อหน้าทุกคน (ความเสี่ยงระดับภัยพิบัติ 99%) ]*
หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเรย์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนอยู่ในหัว ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยแววตานิ่งสงบแต่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง
ชายชราในชุดคลุมสีทองก้าวเข้ามาใกล้เรย์หยุดยืนห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงกังวานที่ทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในบริเวณนั้น
"เจ้าสินะ... เรย์ ผู้ที่กำความลับของรอยต่อแห่งมิติไว้ในมือ..." ชายชราหรี่ตามองพิจารณาเรย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น "ทางเรามีเรื่องต้องพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว... หวังว่าเจ้าคงจะไม่ปฏิเสธคำเชิญจากสภาเวทมนตร์นะ เด็กน้อย"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับมหาปราชญ์ชราผู้นั้นโดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย มุมปากของเขาขยับยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน
"ด้วยความยินดีครับ... แต่ผมเกรงว่าท่านอาจจะผิดหวัง... เพราะความลับที่พวกท่านกำลังตามหานั้น มันไม่ได้อยู่ในมือของผมหรอกครับ... แต่มันอยู่ใน 'เงา' ของพวกท่านเองต่างหาก"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เงาดำทึบที่ทอดยาวตามผนังโถงทางเดินเริ่มบิดเบี้ยวและขยับเคลื่อนไหวได้เองราวกับมีชีวิต!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ดันเจี้ยนหน้าโรงเรียนดันมีระบบสุ่มสกิลโกงแบบนี้ ผมเลยกลายเป็นตัวตึงไม่รู้ตัว•ตอนที่ 28
เช้าวันใหม่ในโรงเรียนที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเจี้ยนหน้าโรงเรียนดันมีระบบสุ่มสกิลโกงแบบนี้ ผมเลยกลายเป็นตัวตึงไม่รู้ตัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!