“คุณกำลังเล่นกับไฟ เรย์... และไฟกองนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เด็กปีหนึ่งอย่างคุณจะรับมือไหว”
เสียงของอาจารย์เซร่าดังลอดผ่านม่านอาคมเก็บเสียงที่เธอเพิ่งร่ายขึ้นอย่างเร่งรีบ นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองแผ่นศิลาโบราณที่สลักตัวอักษรเวทมนตร์ภาษาเรลิคยุคบรรพกาล ซึ่งกำลังเรืองแสงสีม่วงเข้มราวกับดวงตาของอสูรกายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
ผมกำหมัดแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก นี่คือกับดักที่แท้จริง... ไม่ใช่เขาวงกตเวทมนตร์ แต่เป็นกับดักทางประวัติศาสตร์ที่ผมไม่อาจหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป ศิลาตรงหน้าคือต้นกำเนิดของมิติซ้อนทับที่กำลังจะกลืนกินพื้นที่โซนใต้ของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า หากไม่มีพลังระดับมหาเวทเพื่อปิดผนึกรอยแยก ประวัติศาสตร์ของสถาบันอคาเดมี่แห่งนี้คงต้องจารึกโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่
“ผมไม่ได้เล่นกับไฟหรอกครับอาจารย์เซร่า... แต่ผมแค่ไม่มีทางเลือกอื่นต่างหาก” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความสุขุมไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมก็ตาม
เซร่าขมวดคิ้วมุ่น แววตาฉายแววไม่พอใจปนความกังวลอย่างปิดไม่มิด เธอย่อมรู้ดีว่าการจะปิดรอยแยกมิติระดับประวัติศาสตร์นี้ได้ ต้องอาศัยเวทมนตร์บทบัญญัติโบราณที่แม้แต่อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิยังต้องใช้เวลาร่ายร่วมชั่วโมง แต่เรามีเวลาเหลือแค่หลักนาที
ในวินาทีที่วิกฤตกำลังบีบคั้นจนหายใจไม่ออก เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของผมอย่างเฉียบพลัน
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานการณ์วิกฤตระดับวิกฤตสูงสุด (Class-S Historical Rift)]
[เงื่อนไขการเอาตัวรอดผ่านเกณฑ์: ปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของ "สกิลคัดลอกสมบูรณ์ (Perfect Copy)"]
[ระบบกำลังทำการวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์โบราณ... 10%... 50%... 100%]
[ท่านได้รับสิทธิ์คัดลอกและยกระดับสกิลชั่วคราว: "มหาเวทเนตรสวรรค์พิฆาตมาร (Class-EX)" เป็นเวลา 180 วินาที]
พริบตาเดียว ความรู้และกระแสมานาอันมหาศาลก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองของผมราวกับเขื่อนแตก ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วเส้นประสาท แต่มันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกทรงพลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ร่างกายของผมเบาหวิวราวกับลอยอยู่ท่ามกลางห้วงอวกาศ ดวงตาข้างขวาอุ่นวาบก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายแสงสีทองอร่าม
เซร่าถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว เธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนริมฝีปากเผยอค้าง เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากมานาที่แผ่ออกมาจากตัวผม แรงกดดันระดับที่สามารถทำให้ผู้ใช้วเวทมนตร์สายต่อสู้คุกเข่าลงได้ในพริบตา
“นะ... นั่นมันพลังอะไรกัน เรย์?!” เสียงของอาจารย์สาวสั่นพร่าเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นเวทมนตร์รูปแบบนี้มาก่อนในตำราเล่มไหน แม้แต่ในห้องสมุดต้องห้ามของแผนกเวทมนตร์โบราณ
ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอ มือขวายกขึ้นช้าๆ วาดลวดลายกลางอากาศตามสัญชาตญาณที่ระบบเพิ่งป้อนเข้ามา ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบราวกับถูกฝึกฝนมานับพันปี วงแหวนเวทมนตร์ซับซ้อนสามชั้นปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สีทองเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดของห้องใต้ดินจนสว่างวาบ
นี่คือผลลัพธ์จากการพัฒนาของระบบเลเวลอัปที่ไม่ได้มีดีแค่การสุ่มสกิลกระจอกๆ อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ปุถุชน
“โปรดถอยไปข้างหลังด้วยครับอาจารย์” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง “ผมจะจัดการรอยแยกนี้เอง”
สิ้นคำพูดของผม บทสวดโบราณที่ไม่มีใครบนโลกใบนี้เคยได้ยินมาก่อนก็หลุดออกมาจากริมฝีปากของผม มันไม่ใช่เสียงพูดธรรมดา แต่เป็นคลื่นความถี่ที่สั่นสะเทือนไปถึงรากเหง้าของมิติ เวทมนตร์ระดับสูงถูกรีดเร้นออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก
แผ่นศิลาโบราณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมันกำลังหวาดกลัวพลังที่เหนือกว่า รอยแยกสีม่วงที่กำลังขยายตัวค่อยๆ หดแคบลงตามการเคลื่อนไหวของวงแหวนเวทมนตร์สีทอง
เซร่ายืนนิ่งค้าง เธอมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่นักเรียนทุนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ทว่าในยามนี้ เขากลับยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าภัยพิบัติด้วยท่าทีที่สง่างามและทรงพลังราวกับจอมราชันย์ผู้กลับชาติมาเกิด ความสงสัย ความหวาดระแวง และความทึ่งระคนปนเปกันอยู่ในแววตาของเธอ
เวลาในระบบนับถอยหลังลงเรื่อยๆ... 120 วินาที... 90 วินาที...
ทุกอย่างกำลังจะลุล่วงไปด้วยดี หากไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ไร้ซึ่งการปกปิดมาพร้อมกับจิตสังหารอันเย็นเยียบ ประตูเหล็กกล้าที่ลงอาคมป้องกันไว้สามชั้นถูกกระแทกเปิดออกด้วยพลังงานภายนอกอย่างไร้ความปรานี
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินผ่านกลุ่มควันจางๆ เข้ามา ชายในชุดคลุมสีดำสนิทสวมหน้ากากเงินลายจิ้งจอกยิ้มเยาะ มือข้างหนึ่งถือคถาหัวกะโหลกที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อย
“ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมเสียจริง... เจ้าหนูเรย์” เสียงแหบพร่าลอดออกมาจากหลังหน้ากาก “ไม่นึกเลยว่าเด็กปีหนึ่งจะสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของมหาเวทโบราณได้... แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่พลังนั้น กำลังจะตกเป็นของข้า!”
ผมหรี่ตาลงทันที เวลาของสกิลคัดลอกเหลืออีกเพียง 30 วินาทีเท่านั้น!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของเรย์ด้วยดีเสมอมานะครับ
ดันเจี้ยนหน้าโรงเรียนดันมีระบบสุ่มสกิลโกงแบบนี้ ผมเลยกลายเป็นตัวตึงไม่รู้ตัว•ตอนที่ 15
การพัฒนาของระบบเลเวลอัป
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเจี้ยนหน้าโรงเรียนดันมีระบบสุ่มสกิลโกงแบบนี้ ผมเลยกลายเป็นตัวตึงไม่รู้ตัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!