"ถอยไป... อย่าเข้ามาใกล้เด็กคนนั้น!"
เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องทะลุบานไม้สักเก่าคร่ำคร่า แรงกดดันมหาศาลจากไอความมืดระดับ S-Rank แผ่ซ่านจนเศษฝุ่นละอองในอากาศสั่นระริก รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือขวาที่สวมถุงมือหนังกระชับด้ามแว่นขยายโลหะเวทมนตร์แน่น 'เนตรวิเคราะห์' ส่งเสียงเตือนถี่รัวเป็นจังหวะหัวใจที่เต้นระส่ำ แสงสีฟ้าจางๆ สะท้อนในดวงตาของเขา เผยให้เห็นโครงสร้างพลังงานสีดำทมิฬที่กำลังบิดเบี้ยวอยู่เบื้องหน้า—ไม่ใช่ปีศาจจากต่างมิติ แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังจิตที่ถูกกักเก็บและสะสมความโกรธแค้นมานานนับทศวรรษ
เซร่าก้าวเท้าเข้ามาขนาบข้างอย่างเงียบเชียบ โค้ทสีเทายาวสะบัดตามแรงลมรอบตัวที่ผิดธรรมชาติ ดวงตาสีอำพันภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบกวาดมองม่านพลังงานนั้นด้วยความสุขุม มือเรียวบางสะบัดเบาๆ วงแหวนเวทสีครามรูปทรงเรขาคณิตก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของริน
[ติ๊ง! ตรวจพบเขตแดนความทรงจำระดับลึก: 'เศษเสี้ยวแห่งอดีตที่ถูกลืม']
[เงื่อนไขการปลดล็อก: เข้าสู่ห้วงสำนึกผ่านบันทึกที่ถูกผนึก]
[คำเตือน: จิตวิญญาณของผู้ใช้สกิลอาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากความทรงจำอันเจ็บปวด โปรดเตรียมพร้อมรับมือ]
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปมองอาจารย์สาวที่ยังคงนิ่งสงบ แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ แววตาของเซร่าไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความอาลัยอาวรณ์ลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา
"บันทึกเล่มนั้น... อยู่กับเธอสินะ เซร่า" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น ท่ามกลางเสียงคำรามของไอความมืดที่ยังคงพยายามกัดเซาะแนวป้องกัน
เซร่าไม่ตอบในทันที เธอยื่นมืออีกข้างที่ถือสมุดปกหนังสีดำเข้มเก่าคร่ำคร่า เล่มที่เธอเก็บรักษาไว้ราวกับเป็นชีวิตจิตใจมาตลอดหลายปี ให้แก่ชายหนุ่ม "ถึงเวลาแล้วล่ะริน นายต้องรู้ความจริงทั้งหมด... ความจริงเบื้องหลังคดีปริศนาเมื่อสิบปีก่อน และเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องเลือกเดินบนเส้นทางสายนี้ร่วมกับนาย"
นิ้วเรียวของรินรับสมุดบันทึกเล่มนั้นมาสัมผัส ผิวสัมผัสเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับปกหนัง แสงสีฟ้าจากเนตรวิเคราะห์ก็พุ่งวาบเข้าสู่สมุดเล่มนั้นอย่างรุนแรง ภาพรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว เสียงรอบข้างเงียบงัด ราวกับโลกทั้งใบถูกดึงเข้าสู่มิติเวลาอีกมิติหนึ่ง
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องทำงานขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยกองหนังสือและเอกสารคดีเก่า กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ลอยอบอวล เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมห้อง โดยมีร่างไร้ลมหายใจของชายวัยกลางคนนอนอยู่ไม่ไกล—ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้น... คืนที่รินสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
"นั่น... ตัวฉันเอง?" รินพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ หัวใจกระตุกวูบ ความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กาลเวลาถูกกระชากขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
แต่ภาพเหตุการณ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น มิติความทรงจำเคลื่อนตัวต่อไป เซร่าในวัยเด็กที่สวมชุดโค้ทคล้ายคลึงกัน ปรากฏตัวขึ้นจากเงาสลัว เธอไม่ได้เข้ามาปลอบโยนเด็กชายในตอนนั้นโดยตรง หากแต่กำลังก้มลงเก็บสมุดบันทึกเล่มที่รินถืออยู่ขึ้นมาจากพื้น พร้อมกับกระซิบพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไม่แพ้กัน
"ฉันปกป้องเขาไม่ได้ในวันนั้นริน... เพราะพลังของฉันยังอ่อนด้อยเกินไป แต่บันทึกเล่มนี้ คือพันธสัญญา ว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมด เพื่อพา นายก้าวข้ามผ่านเงาอดีตนี้ไปให้ได้"
เสียงของเซร่าในความทรงจำซ้อนทับกับเสียงของเซร่าที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในปัจจุบัน รินเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหญิงสาวข้างกาย ความสงสัย ความสับสน และความผูกพันหลอมรวมกันอยู่ในอกจนแน่นขนัด
"เธอ... อยู่ในเหตุการณ์นั้นตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอ เซร่า?" รินเค้นเสียงถาม ความตึงเครียดฉายชัดบนใบหน้าคมคาย "ทำไมเธอถึงไม่เคยบอกฉัน? ทำไมต้องปล่อยให้ฉันจมอยู่กับความแค้นและการสืบสวนอย่างไร้จุดหมายลำพังถึงสิบปี?"
เซร่าหลุบตาลงเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่รินได้เห็นร่องรอยความเปราะบางบนใบหน้าของอาจารย์สาวผู้เยือกเย็น เธอถอนหายใจแผ่วเบา ไอความเย็นจากลมหายใจระเหยกลายเป็นละอองสีขาวในอากาศที่ลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว
"เพราะความจริงชิ้นนี้... มันไม่ได้มีแค่เรื่องของการสูญเสียริน" เซร่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานั้นจริงจังและเด็ดเดี่ยว "แต่บันทึกเล่มที่นายถืออยู่ บันทึกที่พ่อของนายเขียนไว้ในหน้าสุดท้าย... มันระบุชื่อของผู้ที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมดไว้อย่างชัดเจน และคนผู้นั้น..."
*ครืนนนมม!*
ยังไม่ทันที่เซร่าจะเอ่ยชื่อนั้น เสียงคำรามสะท้านฟ้าก็ดังขึ้นผ่ากลางบรรยากาศ ม่านพลังงานสีดำทมิฬที่เคยกักขังอยู่หน้าประตู พลุ่งพล่านระเบิดออกเป็นเสาเพลิงสีนิลพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของรินและเซร่าจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว สมุดบันทึกในมือของรินสั่นสะท้านอย่างรุนแรง หน้ากระดาษด้านหลังเปิดพลิกด้วยตัวเองราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังเร่งรีบเปิดอ่านมัน
รินก้มลงมองหน้ากระดาษสุดท้ายที่ถูกเปิดออกโดยแรงลมประหลาด ตัวอักษรลายมือหวัดๆ แต่คุ้นตา ปรากฏเด่นชัดขึ้นภายใต้แสงสว่างวาบของเนตรวิเคราะห์
ดวงตาของนักสืบหนุ่มเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายนั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ความจริงอันน่าตกตะลึงจะสะท้อนก้องอยู่ในหัวสมองของเขา—ชื่อที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น... ไม่ใช่ใครอื่นไกลเลย
รินหันขวับกลับไปมองเซร่าด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย แต่ทว่า ร่างของหญิงสาวในชุดโค้ทสีเทากลับกำลังเลือนรางกลายเป็นกลุ่มก้อนละอองแสงสีคราม พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอเป็นครั้งแรก
"ลาก่อนนะริน... ต่อจากนี้ นายต้องตัดสินใจเองแล้วล่ะ ว่าจะเลือกความจริง หรือจะเลือกภาพลวงตาที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องนาย"
"เดี๋ยวก่อน เซร่า! หมายความว่ายังไง!" รินพุ่งตัวเข้าไปคว้ามือเธอ แต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า
[ติ๊ง! เตือนภัยระดับวิกฤต: ผู้ช่วยเซร่าออฟไลน์จากระบบชั่วคราว]
[ภารกิจหลักอัปเดต: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของเซร่า และเผชิญหน้ากับ 'ผู้ต้องสงสัย' ที่ยืนอยู่เบื้องหลังคุณในขณะนี้]
รินชะงักกึก ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดต้นคอด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นชิดใบหู ด้วยน้ำเสียงที่เขาคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าใคร...
"เก่งมาก... ที่ตามหาบันทึกเล่มนั้นจนเจอ ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 19
เส้นขนานที่ตัดกัน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!