กลิ่นอายของสนิมเหล็กและฝุ่นผงโบราณที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินของสถานีตำรวจกลางเมืองลับแลไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหวเท่ากับรอยสลักรูปงูกินหางที่ปรากฏอยู่บนลำคอของร่างไร้ลมหายใจเบื้องหน้า
"ริน... นายมั่นใจแค่ไหนกับตัวเลขสถิติที่ระบบเพิ่งประเมินไปเมื่อครู่?"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเซร่าดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอยืนกอดอกพิงชั้นแฟ้มคดีเก่าๆ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าต่างโฮโลแกรมของระบบที่เปิดค้างไว้ หน้าจอโปร่งแสงนั้นกำลังกระพริบเตือนด้วยอักษรสีแดงฉาน ระดับอันตรายพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนน่าใจหาย
ผมค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำ ใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางแตะเบาๆ ที่ขอบรอยสลักนั้น 'เนตรวิเคราะห์' ทักษะติดตัวที่ได้รับการอัปเกรดจากระบบเลเวลอัปทำงานทันที โครงสร้างทางกายภาพของรอยแผลถูกถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขและข้อมูลสามมิติในหัวของผมอย่างรวดเร็ว ความลึกของรอยมีด ความเฉียบคมของคมดาบ และที่สำคัญที่สุด—มุมองศาในการลงน้ำหนัก
มันไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรทั่วไปอย่างแน่นอนครับ
"ความแม่นยำอยู่ที่เก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ครับ เซร่า" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วขึ้น "รอยสลักแบบนี้... รูปแบบการลงมือแบบนี้... ผมไม่มีวันลืมมันได้หรอกครับ มันคือ ลายเซ็น เดียวกันกับคดี 'เงามายา' เมื่อสิบปีก่อน คดีที่พรากครอบครัวของผมไป"
เซร่าขยับตัวเล็กน้อย เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างๆ ผม มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือสีดำสนิทเอื้อมไปดึงปกเสื้อของศพลงอีกนิดเพื่อให้เห็นรอยแผลทั้งหมดชัดเจนขึ้น แสงไฟฉายส่องกระทบกับผิวหนังที่ซีดเซียว เผยให้เห็นอักขระโบราณที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า อักขระตัวเดียวกับที่เคยปรากฏในแฟ้มคดีลับที่ถูกปิดตาย
"ผ่านไปสิบปี คนร้ายกลุ่มนั้นไม่เพียงแต่ยังลอยนวลอยู่เท่านั้น..." เซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความกังวลลึกๆ "แต่พวกมันกำลังส่ง 'สาร' บางอย่างถึงนาย ริน พวกมันรู้ว่านายกำลังเข้าใกล้ความจริงเกินไปแล้ว และนี่คือคำท้าทาย"
ผมเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์สาวคู่คิด แววตาของเธอไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความมุ่งมั่นและสติปัญญาอันเฉียบคมที่คอยประคับประคองจิตใจอันว้าวุ่นของผมให้อยู่กับร่องกับรอย ความสัมพันธ์ของเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการไขปริศนาและการเอาชีวิตรอดในโลกที่ผสมผสานระหว่างตรรกะดิบเถื่อนและพลังเวทมนตร์ลึกลับแห่งนี้ จากเด็กหนุ่มผู้สูญเสียในวันนั้น วันนี้ผมมีทั้งระบบเลเวลอัป มีวิชาความรู้ และมีเธอคอยเคียงข้าง
"ถ้ามันคือคำท้าทาย ผมก็ยินดีจะรับคำนั้นครับ" ผมพูดพลਾਂลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตากวาดมองไปรอบห้องใต้ดินที่อับชื้นเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม "สิบปีก่อนผมไม่มีพลังพอที่จะปกป้องใคร แต่ตอนนี้... 'เนตรวิเคราะห์' ของผมได้เลื่อนระดับขึ้นมาถึงขั้นที่สามารถมองทะลุแม้กระทั่งร่องรอยของเวทมนตร์โบราณที่หลงเหลืออยู่แล้ว"
ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะใช้สมาธิเพื่อแกะรอยคลื่นพลังงานที่ยังคงหลงเหลือรอบๆ ศพนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยจากระบบก็ดังขึ้นในโสตประสาท เสียงติ๊ดแหลมสูงที่ดังติดต่อกันสามครั้งมักจะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่รัศมี 50 เมตร]
[คำเตือน: เป้าหมายไม่ได้มีแค่หนึ่ง แหล่งกำเนิดพลังงานกำลังปิดล้อมเส้นทางออกทั้งหมด]
[ภารกิจฉุกเฉินถูกกระตุ้น: "ทางรอดแห่งความตาย" - จงหาทางออกจากสถานีตำรวจใต้ดินแห่งนี้ภายใน 3 นาที ก่อนที่ระบบความปลอดภัยอัตโนมัติจะทำงานและกักขังท่านไว้ตลอดกาล]
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม บรรยากาศภายในห้องใต้ดินที่เงียบงันพลันแปรเปลี่ยนเป็นความกดอากาศต่ำที่กดทับลงบนบ่าจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังดังขึ้นจากบันไดวนเบื้องบน—มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของตำรวจทั่วไป แต่มันคือเสียงฝีเท้าของบางสิ่งที่ถูกควบคุมด้วยกลไกเวทมนตร์โบราณ
เซร่าหันขวับไปทางประตูทางเข้า ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความมืดที่แผ่ซ่านเข้ามา "ริน... ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้แค่ส่งสารมาเตือนเราหรอกนะ" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับสะบัดมือเรียกคถาเวทรูปทรงแปลกตาที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีนาโนและอักขระโบราณออกมาถือไว้มั่น "พวกมันตั้งใจจะฝังพวกเราไว้ที่นี่พร้อมกับศพนี้ตั้งแต่แรกแล้ว"
ผมสูดหายใจเข้าลึก ตั้งสติรับมือกับสถานการณ์วิกฤตตรงหน้า มือซ้ายกระชับแว่นตาขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชิน ขณะที่มือขวากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว 'เนตรวิเคราะห์' ถูกเร่งพลังจนถึงขีดสุด มองทะลุกำแพงปูนหนาออกไปเบื้องบน และสิ่งที่ผมเห็นผ่านการมองเห็นระดับสูงนั้น... ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที
เงาสูงใหญ่สวมชุดคลุมสีดำสนิทนับสิบกำลังยืนเรียงรายปิดกั้นทางออก และตรงกลางกลุ่มเงานั้น คือร่างของบุคคลที่ผมคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน—บุคคลที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผมทุกประการ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาถึงผมผ่านความมืดมิด
จากใจ,
นักสืบแว่นขยาย
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 8
ปฐมบทของคดีใหญ่
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!