กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันและเศษซากโลหะผุพัง ลอยคละคลุ้งปะปนกับไอหมอกสีเทาจัดที่ปกคลุม "เขตสลัมชั้นเจ็ด" — ดินแดนเสื่อมโทรมที่ถูกลืมเลือนแห่งเมืองลับแลแห่งนี้ ไม่มีแสงอาทิตย์ส่องถึงพื้นเบื้องล่าง มีเพียงแสงเรืองรองสลัวจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมเก่าๆ ที่กะพริบติดๆ ดับๆ ราวกับลมหายใจรดต้นคอของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
รินกระชับปกเสื้อโค้ทกันหนาวขึ้นสูง นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังขัดผิวสัมผัสกับกรอบแว่นโลหะบนดั้งจมูกอย่างเผลอไผล ดวงตาภายใต้เลนส์ใสกำลังกวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวดระวังขั้นสุด ทักษะ ‘เนตรวิเคราะห์’ ของเขาถูกเปิดใช้งานเงียบๆ จนเกิดเป็นละอองแสงสีฟ้าจางๆ สะท้อนอยู่ในม่านตา ข้อมูลดิบจำนวนมหาศาลไหลทะลักผ่านหน้าต่างระบบเสมือนจริงที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด
[ ตรวจพบร่องรอยพลังงานเวทมนตร์ตกค้างระดับต่ำ: 14.2% ]
[ สภาพแวดล้อมเสี่ยงสูง: อัตราการเกิดอาชญากรรมในรัศมี 50 เมตร สูงกว่าค่าเฉลี่ย 320% ]
[ คำแนะนำจากระบบ: โปรดรักษาระยะห่างจากตรอกมืดด้านซ้าย และเตรียมพร้อมเรียกใช้สกิลสนับสนุน ]
"ระบบเตือนแม่นยำเสียจนน่าหงุดหงิดเลยนะครับว่าไหมครับ เซร่า" รินกระซิบเบาๆ ผ่านระบบสื่อสารภายในกลุ่ม ขณะก้าวเท้าหลบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งเสียงชิ้นส่วนเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าด
เซร่าที่เดินตามหลังมาในระยะกระชั้นชิดไม่ตอบคำถามทันที หญิงสาวในชุดโค้ทสีเทายาวลากพื้นหยุดยืนนิ่ง ดวงตาสีอัมพันกวาดมองตึกแถวคอนกรีตเสริมเหล็กที่ผุกร่อนจนเห็นโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิม เธอยกมือขึ้นแตะปริมณฑลเวทมนตร์รอบตัวเพื่อสร้างม่านพรางตาบางเบา ป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตหรือกล้องวงจรปิดแถวนี้สังเกตเห็นตัวตนของพวกเขา
"ความเงียบในเขตนี้ไม่ใช่ความสงบสุข ริน... แต่มมันคือความหวาดกลัวที่ถูกบังคับให้กลืนลงท้อง" เซร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงความห่วงใยลึกซึ้งที่เจ้าตัวมักซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม "พยานที่เรากำลังตามหา ‘ตาแก่กิล’ อดีตช่างซ่อมเครื่องกลแห่งสภาวิจัยเวทมนตร์ เขาไม่ได้ซ่อนตัวเพราะกลัวตำรวจ แต่เขากำลังหนีบางสิ่งที่แม้แต่เวทมนตร์โบราณยังต้องสั่นสะเทือน"
พวกเขาก้าวลึกเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่มีน้ำเน่าขังเป็นหย่อมๆ กลิ่นฉุนของสารเคมีผสมกับกลิ่นอับชื้นทำให้รินต้องขมวดคิ้วมุ่น คดีเมื่อสิบปีก่อนที่พรากครอบครัวไปจากเขายังคงทิ้งเงาปริศนาไว้ในใจ และทุกๆ เบาะแสที่เชื่อมโยงมายังเมืองลับแลแห่งนี้ ก็มักจะมีกลิ่นอายของพลังงานลึกลับที่อยู่นอกเหนือตรรกะของโลกมนุษย์ธรรมดาเสมอ
ตึกล้างเลขที่ 42 ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ประตูเหล็กขึ้นสนิมถูกง้างแง้มไว้เล็กน้อย มีเพียงความมืดสนิทที่รอต้อนรับผู้มาเยือน
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วมือขวาแตะที่ด้ามจับมีดสั้นพกพาซึ่งซ่อนไว้ใต้ร่มผ้า ขณะที่มือซ้ายเตรียมพร้อมสำหรับการประเมินสถานการณ์ผ่านเนตรวิเคราะห์ เขาผายมือให้เซร่าถอยหลังไปครึ่งก้าวในฐานะสุภาพบุรุษผู้ปกป้อง ก่อนจะใช้เท้าผลักประตูเหล็กบานนั้นให้เปิดออกอย่างระมัดระวัง
*เอี๊ยดดด—!*
เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่นในความเงียบ รินก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไป ทว่าทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นปูนด้านใน บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ความชื้นหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่เสียดแทงกระดูกดำ และกลิ่นอายของโลหะผสมเลือดที่เข้มข้นจนน่าสะอิดสะเอียน
"เซร่า ระวัง...!" รินอุทานเตือนเมื่อสัญชาตญาณนักสืบกรีดร้องลั่น
กลางห้องโถงกว้างที่ควรจะเป็นที่หลบซ่อนตัวของตาแก่กิล กลับปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมขาดวิ่น นั่งคุกเข่าพิงผนังปูน ร่างกายของเขษถูกตรึงไว้ด้วยลิ่มแสงสีแดงฉานที่ปักคาอยู่ตามข้อต่อและหน้าอก เลือดสีดำไหลนองพื้นจนกลายเป็นวงกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินสะดุดกึก ไม่ใช่สภาพอันน่าสลดของพยานรายนี้...
หากแต่เป็นตัวอักษรปริศนาที่ถูกเขียนขึ้นด้วยเลือดบนผนังเบื้องหลังศพ ซึ่งส่องแสงเรืองรองเป็นข้อความท้าทายที่พุ่งตรงมายังตัวเขาโดยเฉพาะ
[ ตรวจพบเงื่อนไขลับ: ผู้เล่น ‘ริน’ ได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่อาณาเขตพันธสัญญาเลือด ]
[ คำเตือนจากระบบ SSS: เป้าหมายที่คุณตามหาได้ถูกชิงตัดหน้าไปเมื่อ 3 นาทีที่แล้ว และ... ผู้ที่สังหารเขาย กำลังยืนอยู่ด้านหลังของคุณในขณะนี้ ]
รินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเย็นวาบแล่นพล่านจากท้ายทอยลามไปทั่วแผ่นหลัง ขณะที่เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังเขา...
จากใจ,
นักสืบแว่นขยาย
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 9
เขตแดนต้องห้าม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!