กลิ่นอายความชื้นของท่อระบายน้ำใต้ดินเขตสามผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กและสารเคมีเจือจาง จนทำให้รินต้องยกมือขึ้นมาขยี้จมูกเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าเรืองแสงสลัวสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววเคร่งเครียด ตัวอักษรสีแดงฉานยังคงกระพริบเตือนรัวอยู่ที่มุมซ้ายบนของลานสายตา
*[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจหลักเปลี่ยนสถานะเป็น "ทรยศหรือถูกทรยศ"]*
*[ตรวจพบเจตจำนงการปลุกพลังขั้นที่ 3: "เนตรแห่งความจริงแท้" กำลังเริ่มต้นกระบวนการบังคับใช้...]*
*[คำเตือนจากระบบ: หากคุณรอดชีวิตไปได้ ความจริงที่คุณจะได้เห็น จะเปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล...]*
ความเจ็บแปลบราถูกเข็มเล่มเล็กนับพันทิ่มแทงแล่นพล่านจากขั้วประสาทตาขึ้นสู่สมองส่วนหน้า รินกัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาพยายามควบคุมการหายใจเข้าออกตามจังหวะที่เซร่าเคยสอนไว้ มือข้างหนึ่งกุมขมับในขณะที่อีกข้างยังคงถือเทอร์มินัลเข้ารหัสข้อมูลเก่าคร่ำครึ
"ทนหน่อย ริน ร่างกายของนายกำลังปรับรับสภาวะจิตวิญญาณระดับใหม่... ถ้าจิตหลุดตอนนี้ นายอาจจะกลายเป็นพวกเสียสติที่เดินเพ่นพ่านอยู่ในเขตอัปมงคลไปตลอดกาล"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเซร่าดังขึ้นจากเครื่องสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อ เธอไม่ได้ยืนอยู่ข้างกายเขาในเวลานี้ เซร่ากำลังแยกตัวไปตรึงกำลังสกัดกั้นระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติของกระทรวงความมั่นคงอยู่ที่ชั้นบนสุดของตึกทำการเก่า เพื่อเปิดช่องว่างให้เขาได้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ลับที่เชื่อมโยงกับคดีเมื่อสิบปีก่อน
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เขากวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดินคับแคบ แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบแผ่นหลังของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังนั่งไขว่ห้างสูบบุหรี่มวนต่อมวนอยู่บนลังไม้เก่า
สารวัตรใหญ่ธน
อดีตนายตำรวจมือปราบผู้เคยคุมคดีใหญ่โตแห่งเมืองลับแล ก่อนที่ชื่อของเขาจะถูกลบออกจากสารบบราชการด้วยข้อหารับสินบนและปกปิดหลักฐานสำคัญ ร่างกายของธนผอมโซลงไปมาก ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าและความระแวง แต่แววตาคมกริบแบบนักล่าที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนยังคงไม่จางหายไปไหน
"นายแน่ใจเหรอไอ้หนู ว่าเอกสารในแฟ้มนี้คุ้มค่ากับการเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่" ธนพ่นควันสีเทาโขมงออกมาทางจมูก ก่อนจะเหลือบมองเด็กหนุ่มด้วยหางตา "ข้อมูลที่นายกำลังควานหามันไม่ใช่แค่ความลับของกรมตำรวจ แต่มันคือรอยต่อของความเน่าเฟะที่รัฐบาลซุกไว้ใต้พรมมาเป็นสิบปี... คนที่สั่งเก็บครอบครัวของนาย ไม่ใช่แค่พวกโจรจลจัดตามท้องถนนหรอกนะ"
รินหรี่ตาลงเล็กน้อย ทักษะ *เนตรวิเคราะห์* ของเขาทำงานทันที รอยยับย่นบนเสื้อเชิ้ต รอยแผลเป็นที่ฝ่ามือขวา จังหวะการเต้นของชีพจรที่สะท้อนผ่านเส้นเลือดที่ลำคอ ทุกรายละเอียดปรากฏเป็นข้อมูลวิเคราะห์ลอยเด่นขึ้นมาในหัว รินรู้ดีว่าธนไม่ได้โกหก แต่อดีตนายตำรวจนอกรีตผู้นี้กำลังทดสอบความกล้าหาญของเขาอยู่
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำขู่ครับ สารวัตรธน" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มั่นคง แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ผมรู้ว่าคุณเก็บกุญแจถอดรหัสชั้นที่เจ็ดเอาไว้ และผมก็รู้ว่าคุณเองก็ต้องการกระชากหน้ากากของคนที่ทำให้ชีวิตคุณพังทลายลงเมื่อสิบปีก่อนเหมือนกัน เราต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน... การเป็นพันธมิตรกันในสถานการณ์หลังพิงฝาแบบนี้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดสำหรับเราทั้งคู่"
ธนเงียบไปชั่วขณะ เขาจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่คาดเดาได้ยาก รอยยิ้มฝืนๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของอดีตนายตำรวจ "ปากกล้าดีนี่... สมกับที่เป็นลูกชายของหมวดวิกรมจริงๆ"
ธนโยกตัวลุกขึ้นจากลังไม้ มือหยาบกร้านเอื้อมไปหยิบแฟ้มหนังสีดำเก่าคร่ำครึที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษลัง วางกระแทกุกลงบนโต๊ะไม้ผุพังตรงหน้า
"เอาไปสิ ข้อมูลทุกอย่างที่นายอยากรู้เกี่ยวกับโครงการ 'วิญญาณเทียม' อยู่ในนั้น... แต่จำไว้ รทันทีที่นายเปิดแฟ้มนี้ ระบบติดตามของหน่วยพิทักษ์พิเศษจะล็อกเป้ามาที่เราทันที เรามีเวลาไม่ถึงห้านาทีในการดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดแล้วเผ่นออกจากที่นี่"
รินพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เขานำทรัคเคิลเชื่อมต่อข้อมูลจากเทอร์มินัลส่วนตัวเสียบเข้ากับพอร์ตลับของแฟ้มหนังทันที หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏหลอดสถานะการดาวน์โหลดที่วิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว: *[10%... 35%... 60%...]*
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกใต้ดิน แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดเบาๆ ดังมาจากชั้นบน บ่งบอกว่าแนวป้องกันของเซร่าเริ่มถูกเจาะทะลวงแล้ว
"เวรเอ๊ย! พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด" ธนสบถลั่น พร้อมกับชักปืนพกสั้นคู่ใจออกจากซองข้างเอวอย่างคล่องแคล่ว "ไอ้หนู เร่งมือเข้า! ถ้าข้อมูลยังโหลดไม่เสร็จ หัวของพวกเราได้หลุดออกจากบ่าแน่!"
รินไม่สนใจเสียงรอบข้าง สมาธิทั้งหมดของเขาถูกดึงรั้งไว้ที่หน้าจอโฮโลแกรม ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสประกายทอง—ผลจากการตื่น
*เนตรแห่งความจริงแท้* ขั้นที่ 3 กำลังผสานเข้ากับระบบวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้เขามองเห็นชุดคำสั่งลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังไฟล์ข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รินใช้นิ้วมือเรียวยาวแตะลงบนแป้นพิมพ์ล่องหน รัวรหัสผ่านที่วิเคราะห์ได้จากโครงสร้างจิตวิทยาของแฮกเกอร์ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วราวกับดีดพิณ
*[85%... 92%... 98%...]*
*"ยินดีต้อนรับสู่ความจริง, ริน..."*
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาและคุ้นเคยดังขึ้นโดยไม่มีแหล่งกำเนิด แต่มันกลับก้องกังวานลึกลงไปในจิตสำนึกของริน ชั่วพริบตานั้น ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพเปลวเพลิงที่แผดเผาบ้านพัก ภาพรอยยิ้มของมารดา และเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนถือแฟ้มคดีนี้อยู่ท่ามกลางกองเพลิง—ใบหน้านั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคนใกล้ตัวที่เขากอดคอทำงานร่วมกันมาตลอดหลายเดือนนี้เอง
รินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่
*"ดาวน์โหลดเสร็จสิ้น: 100%"*
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ประตูเหล็กหนาหนักด้านหลังห้องใต้ดินจะถูกระเบิดพังกระเด็นด้วยแรงอัดมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งคละคลุ้ง พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนที่ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และตรงกลางคือนั้น—บุคคลที่รินไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของการทรยศครั้งนี้
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนามาด้วยกันจนถึงบทนี้นะครับ
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 13
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!