กลิ่นอายความชื้นของคราบน้ำยาเคมีบนพื้นไม้กระดาน ยังคงติดปลายจมูกของผม ขณะที่คดีลักทรัพย์ปริศนาแห่งร้านสมุนไพรโบราณย่านตรอกคนเดินเพิ่งปิดฉากลงด้วยตัวเลขหลักฐานที่ลงตัว
"นายพลาดรายละเอียดตรงรอยเปื้อนหมึกซึมใต้ขอบโต๊ะไปนิดเดียวริน แต่ก็ถือว่าใช้เวลาสืบสวนเร็วกว่ามาตรฐานของมือใหม่ถึงสามนาทีสิบสองวินาที... พัฒนาขึ้นนี่"
เซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เธอยังคงสวมโค้ทสีเทาตัวเก่ง กอดอกพิงกรอบประตูพลางปรายตามองรายงานคดีในมือ สมุดบันทึกเล่มหนาของเธอบันทึกทุกย่างก้าวของการเติบโตของผมไว้หมดสิ้น
ผมถอดแว่นสายตาขึ้นมาเช็ดกับชายเสื้อเบาๆ เพื่อซ่อนความเหนื่อยอ่อนที่สะสมมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม "เพราะคำแนะนำเรื่องมุมมองตรรกะย้อนกลับของอาจารย์ต่างหากครับที่ทำให้ผมมองเห็นรอยนิ้วมือแฝงบนขวดโหลยาได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงต้องเสียเวลาไล่กล้องวงจรปิดเวทมนตร์อีกเป็นวันแน่ๆ"
บรรยากาศในห้องพักคดีแคաբๆ กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทันใดนั้นเอง อากาศเบื้องหน้าของผมก็เกิดการบิดWarp เล็กน้อย คล้ายกับมีหยดน้ำหมึกสีทองหยดลงบนผืนผ้าใบสีขาว ประกายแสงเรืองรองนวลตาก็ปรากฏเป็นข้อความโปร่งแสงลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
[ ติ๊ง! เงื่อนไขการประเมินผลสำเร็จเสร็จสิ้น ]
[ ท่านได้คลี่คลายคดีลักทรัพย์ระดับดาวรุ่ง (Minor Case) สำเร็จด้วยความเรียบร้อย ]
[ คะแนนการวิเคราะห์ตรรกะ: 92/100 ]
[ คะแนนการรักษาความเสียหายของวัตถุพยาน: 98/100 ]
ผมจ้องมองหน้าต่างระบบที่เซร่าเป็นผู้ปลดล็อกให้ผมเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยด้วยความระทึก ระบบนี้ไม่ได้แค่บันทึกความสำเร็จ แต่มันคือเส้นทางเดียวที่จะทำให้ผมแข็งแกร่งพอจะไปยืนหยัดเผชิญหน้ากับความจริงเบื้องหลังคดีปริศนาเมื่อสิบปีก่อน การสูญเสียครอบครัวไปในคืนที่ฝนตกหนักวันนั้น ยังคงเป็นแผลเป็นที่ผมต้องใช้ตรรกะทั้งหมดในชีวิตเยียวยา
[ ยินดีด้วยครับ! ผู้เล่น ‘ริน’ ได้รับแต้มประสบการณ์ (EXP) สะสมครบตามเกณฑ์ระบบกำหนด ]
[ กำลังดำเนินการยกระดับเลเวล... กรุณาอย่าปิดกั้นสมาธิ ]
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง พลังงานอุ่นสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่กระแสเลือดและเส้นประสาทอย่างไร้รอยต่อ ความเหนื่อยล้าจากการวิ่งไล่ล่าคนร้ายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ความรู้สึกปลอดโปร่งราวกับสมองถูกล้างด้วยน้ำใสสะอาดเข้าแทนที่ ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังวิญญาณภายในร่างกายที่แน่นแฟ้นขึ้น
[ เลเวลอัป! ปัจจุบันท่านเลื่อนจาก เลเวล 4 ➔ เลเวล 5 ]
[ ค่าสถานะ (Stats) ของท่านเพิ่มขึ้น: ]
- พลังการสังเกตการณ์ (Perception): +15
- ความเร็วในการประมวลผลตรรกะ (Logic Processing): +12
- พลังจิตสำนึก (Mental Resilience): +10
[ ปลดล็อกสกิลพิเศษประจำเลเวล 5: ‘เนตรถอดรหัสริมฝีปาก’ (Lip-Reading Deduction Skill - Level 1) ]
[ คำอธิบายสกิล: อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถถอดรหัสคำพูดและการขยับริมฝีปากของเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ 95% แม้จะอยู่ในระยะไกล ไร้เสียง หรือมีสิ่งกีดขวางบางเบากั้นกลาง ใช้พลังงานจิตสำนึกในการใช้งาน ]
ผมกะพริบตาปริบๆ เมื่อรายละเอียดสกิลใหม่ไหลเข้าสู่ความทรงจำราวกับมีใครเอาหนังสือมาเปิดอ่านให้ฟังในสมอง “นี่มัน...” ผมพึมพำออกมาเบาๆ
"สกิลสายสนับสนุนชั้นยอดเลยนี่" เซร่าก้าวเข้ามาใกล้ เธอยื่นนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่หน้าต่างระบบโปร่งแสงเพื่อตรวจสอบรายละเอียดด้วยความสนใจ ดวงตาสสีนิลภายใต้กรอบแว่นแฟชั่นฉายแววพึงพอใจ "การอ่านปากไม่ใช่แค่การมองริมฝีปากขยับ แต่มันคือการจับจังหวะการหายใจและการสะท้อนของเสียงในระดับย่อย การที่นายได้สกิลนี้มาในเลเวล 5 หมายความว่าระบบเริ่มมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนเร้นในการสืบสวนคดีที่ยากกว่าเดิมแล้วล่ะ"
"แต่มันคงต้องใช้สมาธิสูงมากเลยสินะครับอาจารย์" ผมลองทดสอบความรู้สึกใหม่ในสมอง รู้สึกได้ถึงเส้นประสาทบริเวณรอบดวงตาและโหนกแก้มที่ตื่นตัวอย่างประหลาด มันเหมือนกับการปรับโฟกัสของเลนส์กล้องถ่ายรูปชั้นดีที่สามารถดึงภาพระยะไกลให้เข้ามาใกล้ได้อย่างคมชัด
"แน่นอน ถ้าใช้งานนานเกินไป สมองจะล้าจนเลือดกำเดาไหลได้ อย่าเพิ่งรีบหักโหมใช้มันกับเรื่องไม่เป็นเรื่องล่ะ" เซร่าเตือนด้วยน้ำเสียงดุๆ แต่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเธอกลับบอกเล่าความรู้สึกตรงกันข้าม เธอย่อมดีใจกับการเติบโตของผมไม่น้อยไปกว่าตัวผมเอง
ผมพยักหน้ารับคำเตือนนั้นอย่างเข้าใจ ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถามถึงแผนงานสำหรับคดีต่อไปในวันพรุ่งนี้ เสียงแจ้งเตือนอีกเสียงหนึ่ง—เสียงที่ผมไม่คุ้นเคยและไม่มีอยู่ในระบบการฝึกซ้อมปกติ—ก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาท
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนเลเวลอัปสีทอง แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ อยู่ที่มุมขวาล่างของหน้าต่างระบบ หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีเลือดอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความตัวอักษรวิ่งผ่านรวดเร็วจนอ่านแทบไม่ทัน
[ ตรวจพบการแทรกแซงสัญญาณชีพจรปริศนาจากพื้นที่เขตเมืองลับแลชั้นนอก ]
[ คำเตือนระดับความปลอดภัยสูงสุด: ตรวจพบรหัสลับ ‘10-04’ ซึ่งตรงกับแฟ้มคดีสูญหายเมื่อ 10 ปีก่อนของครอบครัวท่าน ]
[ ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS ถูกกระตุ้นอัตโนมัติ: ผู้พิทักษ์เงาแห่งอดีตกาลกำลังรอการค้นพบที่สถานีรถไฟใต้ดินร้าง สายที่ 4 ]
ผมชะงักค้าง ร่างกายชาวาบไปถึงไขสันหลัง แว่นตาเกือบจะหลุดจากมือเมื่อชื่อรหัสคุ้นเคยปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา นั่นคือเลขคดีที่สำนักงานตำรวจปิดตายและไม่มีใครกล้าแตะต้องมานานนับทศวรรษ
เซร่าหันขวับมามองผมทันที แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอกวาดตามองข้อความสีแดงฉานนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ
"ริน... ดูเหมือนว่าอดีตที่นายพยายามวิ่งหนีมาตลอดสิบปี ไม่ได้รอให้นายไปหา แต่มันกำลังเดินมาหานายแล้วล่ะ..."
จากใจ,
นักสืบแว่นขยาย
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 6
แต้มที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!