"ถ้าคุณยังบังคับพลังด้วยความเกรี้ยวกราดแบบนั้น เส้นประสาทเวทมนตร์ในแขนซ้ายของคุณจะขาดสะบั้นก่อนที่คดีในเมืองลับแลจะไขกระจ่างเสียด้วยซ้ำนะครับ, ริน"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่งสนิทของเซร่าดังขึ้น ท่ามกลางเสียงกระหึ่มต่ำ ๆ ของกระแสพลังงานสีฟ้าครามที่กำลังหมุนวนราวกับพายุขนาดย่อมภายในห้องใต้ดินอันมืดทึบ กลิ่นอายของละอองฝุ่นและสนิมเหล็กผสมผสานกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของชาสมุนไพรที่เซร่าเพิ่งชงเสร็จ รินกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังวัตถุลึกลับตรงหน้าที่กำลังสั่นระริกด้วยแรงสั่นสะเทือนระดับสูง
รินหอบหายใจหนักหน่วง พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ตามที่อีกฝ่ายเคยแนะนำเมื่อครู่ ทักษะ ‘เนตรวิเคราะห์’ ของเขายังคงทำงานอยู่ มันฉายภาพโครงสร้างพลังงานเป็นเส้นใยสีทองละเอียดยิบโยับพาดผ่านอากาศ ทว่าในยามนี้ เส้นใยเหล่านั้นกลับยุ่งเหยิงราวกับกลุ่มด้ายที่แมวขยำ เนื่องจากความตื่นตระหนกและแรงกดดันมหาศาลจากระบบเลเวลอัปที่เพิ่งถูกปลดล็อก
"ผมพยายามแล้ว... แต่จังหวะการไหลเวียนของมานาในจุดชีพจรที่สามมันต้านกันเองอยู่ตลอดเวลา" รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือขวาที่สวมถุงมือหนังสีดำขยับปรับแว่นตากรอบเงินบนดั้งจมูกเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ
เซร่าถอนหายใจเบา ๆ วางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้เก่า เสียงก๊อกแก๊กของเซรามิกกระทบเนื้อไม้ดังสะท้อนกังวานในความเงียบ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างของชายหนุ่มช้า ๆ โค้ทสีเทาตัวยาวพลิ้วไหวตามแรงลมจาง ๆ ที่เกิดจากการหมุนวนของพลังงาน
"ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ชีพจรของคุณ, ริน" เซร่าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองทะลุผ่านม่านพลังงานตรงมายังเขา "แต่มันอยู่ที่จิตใจของคุณต่างหาก คุณกำลังใช้ 'เนตรวิเคราะห์' มองหาแต่ความสมบูรณ์แบบในตรรกะ จนลืมไปว่าเวทมนตร์โบราณไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสมการคณิตศาสตร์... แต่มันขับเคลื่อนด้วย 'เจตจำนง'"
เซร่าเอื้อมมือเรียวบางออกไปสัมผัสที่ข้อมือซ้ายของรินอย่างแผ่วเบา ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงบนผิวหนัง กระแสความเย็นยะเยือกแต่ทรงพลังก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขา ราวกับสายน้ำบริสุทธิ์ที่เข้ามาดับไฟป่าอันร้อนรุ่ม รินสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงระบบแจ้งเตือนสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวเร่งปฏิกิริยาภายนอก]
[เสถียรภาพของมานา: เพิ่มขึ้น 42%]
[ปลดล็อกย่อย: ทักษะ 'จิตประสานวิเคราะห์' (Level 1)]
รินรู้สึกได้ทันทีว่าความวุ่นวายของเส้นใยมานาในอากาศเริ่มสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ความเจ็บแปล๊บบริเวณข้อต่อหายเป็นปลิดทิ้ง ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เขาหันไปมองหน้าหญิงสาวผู้เป็นทั้งอาจารย์และคู่หูจำยอมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
"คุณทำอะไรลงไปอีกแล้วเนี่ย..." รินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่มุมปาก
"แค่ช่วยดึงสติเด็กดื้อที่ชอบแบกรับอดีตไว้คนเดียวก็เท่านั้นครับ" เซร่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยยิ้มเช่นเคย แต่แววตาคู่นั้นกลับประกายความอ่อนโยนเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะชักมือกลับแล้วเดินกลับไปหยิบแก้วชาขึ้นมาจิบ "ทีนี้ ในเมื่อคุณควบคุมพลังพื้นฐานได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาตกลงเงื่อนไขกันอย่างจริงจังเสียที"
รินสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะผายมือเชิญให้เธอนั่งลงที่ชุดโต๊ะทำงานตัวเก่าที่เต็มไปด้วยแฟ้มคดีและแผนที่เมืองลับแล ทั้งคู่ทรุดตัวลงนั่งเผชิญหน้ากัน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดของการฝึกฝน มาสู่บรรยากาศของการเจรจาต่อรองที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความระแวงระวัง
"ว่ามาเลยครับ... เงื่อนไขที่คุณว่า หมายถึงอะไรกันแน่" รินเปิดฉากถาม สายตาส่งสัญญาณวิเคราะห์พฤติกรรมผ่านแว่นตา
เซร่าวางแก้วชาลงอย่างประณีต เธอนำแฟ้มหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่งเลื่อนมาตรงหน้าชายหนุ่ม บนหน้าปกมีตราสัญลักษณ์รูปดวงตาที่มีรอยร้าวตรงกลาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับรอยแผลเป็นบนแขนของเหยื่อในคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสัปดาห์ก่อน
"คุณต้องการเบาะแสเกี่ยวกับคดีสิบปีก่อนที่พรากครอบครัวของคุณไป... และผมก็ต้องการเข้าถึงฐานข้อมูลลับของสำนักงานตำรวจลับแลที่ถูกล็อกด้วยรหัสวิญญาณ ซึ่งมีเพียง 'เนตรวิเคราะห์' ของคุณเท่านั้นที่เปิดออกได้" เซร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานักสืบหนุ่ม "นี่คือการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมที่สุด ริน คุณช่วยผมไขปริศนากลไกเวทขององค์กรเงา และผมจะเปิดเผยที่ซ่อนของ 'บุคคลในอดีต' ที่คุณตามหามาตลอดชีวิต"
รินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ สมองของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความรวดเร็ว ตรรกะทุกข้อถูกนำมาเรียงร้อยเข้าหากัน เซร่ารู้เรื่องอดีตของเขาอย่างละเอียด นั่นหมายความว่าเธอไม่ได้บังเอิญเข้ามาพัวพันกับเขาตั้งแต่แรก แต่เธอจงใจ... หรืออาจจะรู้เห็นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคดีเมื่อสิบปีก่อนมากกว่าที่เธอกล่าวอ้าง
แต่นักสืบหนุ่มย่อมรู้ดีว่า ในสถานการณ์ที่ไร้ซึ่งทางเลือก การปฏิเสธข้อเสนอจากผู้หญิงคนนี้เท่ากับการเดินเข้าสู่ทางตัน
รินเอื้อมมือไปแตะสันแฟ้มสีดำช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธออย่างไม่เกรงกลัว
"ตกลงครับ... เรามาทำสัญญาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าคุณโกหกผมแม้แต่คำเดียว สัญญานี้จะถือเป็นโมฆะทันที"
เซร่ายกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งทำให้นักสืบหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจกระตุกวูบอย่างประหลาด
"ตกลงครับ, นักสืบ" เซร่าเอ่ยรับคำ
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของรินสัมผัสโดนสันแฟ้มเต็มรักนั้นเอง แสงไฟนีออนบนเพดานห้องใต้ดินก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องในพริบตา กลิ่นอายของมานาที่เคยสงบ กลับพุ่งทะยานขึ้นสูงจนน่ากลัว เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงคนนับร้อยดังมาจากมุมมืดของห้อง
รินรีบดีดตัวลุกขึ้นพร้อมกับเรียกใช้งานทักษะ ‘เนตรวิเคราะห์’ ทันที ดวงตาส่องประกายแสงสีฟ้าจาง ๆ ในความมืด เพื่อมองหาต้นตอของความผิดปกติ
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]
[ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก: 'รหัสลับวิญญาณหมายเลข 0' กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ]
[คำเตือน: เป้าหมายไม่ปรากฏในฐานข้อมูลโลก... โปรดระวัง!]
ก่อนที่รินจะทันได้เปล่งเสียงเตือนเซร่า ประตูเหล็กหนาหนักของห้องใต้ดินก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น... รอยยิ้มที่รินคุ้นเคยดีจากฝันร้ายเมื่อสิบปีก่อน
จากใจ,
นักสืบแว่นขยาย
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 5
คู่หูจำยอม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!