เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมชั่วคราวชั้นสามสิบห้า
"คุณใช้สมองส่วนไหนคิดถึงผ่านแบบโครงสร้างชุดนี้มาได้ครับ คุณธาม?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนของ กรณ์ ดังขึ้นทันทีที่ร่างโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าว สายตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองแปลนวิศวกรรมที่กางอยู่บนโต๊ะด้วยความหงุดหงิดระคนดูแคลน ปลายเรียวนิ้วชี้ลงไปยังจุดเชื่อมต่อเหล็กกล้าสีแดงฉานบนกระดาษพิมพ์เขียว "เสาหลักโซน B รับน้ำหนักโอเวอร์โหลดไปสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ ตึกนี้จะพังครืนลงมาฝังร่างคนงานทั้งไซต์ก่อนที่คุณจะทันได้เซ็นอนุมัติงบงวดหน้าเสียอีกนะครับ"
ธาม ซึ่งยืนกอดอกพิงกรอบกระจกใสอยู่ก่อนแล้ว แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่พร้อมจะแผดเผาประสาทสัมผัสของคนมองให้ระเบิดเป็นจุล วิศวกรหนุ่มใหญ่ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวแรงกดดันจากสถาปนิกหนุ่มจอมเนี๊ยบ
"สถาปนิกอย่างคุณนี่หูตากว้างไกลดีแท้... แต่เรื่องคำนวณโครงสร้าง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนที่มีหัวคิดด้านวิศวกรรมจริงๆ ดีกว่าไหมครับ คุณสถาปนิกผู้แสนจะเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว" ธามโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟเข้มปะทะเข้ากับกรอบหน้าคมของกรณ์อย่างจัง "ผมคำนวณเผื่อค่าความปลอดภัยไว้เรียบร้อยแล้ว เหล็กเกรดนี้รับแรงดึงได้มากกว่าที่คุณเห็นในกระดาษอีกสามเท่าตัว อย่าเอาความกลัวเงาหัวตัวเองมาครอบงำงานออกแบบศิลปะห่วยๆ ของคุณเลยครับ"
"ศิลปะห่วยๆ อย่างนั้นหรือครับ?" กรณ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรูปนูน ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู แต่แทนที่จะถอยหนี สถาปนิกหนุ่มกลับเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ "ถ้าแบบของผมมันห่วย ทำไมคุณถึงต้องตามแก้ตามแก้ตัวเลขให้มันลงล็อกกับโครงสร้างบ้าๆ ของคุณล่ะครับ? หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของหัวหน้าทีมวิศวกรคนนี้ กำลังประมวลผลไม่ทันว่าความสวยงามกับความปลอดภัยมันต้องเดินไปพร้อมกัน?"
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดระอุขึ้นในพริบตา เคมีแห่งความขัดแย้งพุ่งทะยานสูงเสียดฟ้าจนราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตอยู่รอบตัว ทั้งคู่จ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ในขณะเดียวกัน ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามนี้ก็สร้างความปั่นป่วนแปลกประหลาดขึ้นในอกของคนทั้งคู่ กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของธามรubรอนประสาทสัมผัส ขณะที่ธามเองก็ชะงักไปชั่วขณะเมื่อกวาดสายตาลงมามองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างไม่ลดละ
"ปากเก่งขึ้นเยอะนี่ครับ..." ธามกระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "แต่เวลากลัวจนตัวสั่น... คุณก็น่ารักดีเหมือนกันนะ"
"ใครกลัวคุณไม่ทราบ!" กรณ์สวนกลับทันควัน หน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายปนโมโห มือเรียวเตรียมจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนกวนประสาทสักที
ปัง!
เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ร่างทั้งสองร่างที่ยืนประชิดกันอยู่สะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน รวิน ผู้จัดการโครงการหน้าเป็นก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าเหยเกราวกับแบกภาระโลกทั้งใบไว้บนบ่า
"คุณธาม! คุณกรณ์! แย่แล้วครับ!" รวินหอบหายใจตัวโยน กวาดสายตามองสถาปนิกและวิศวกรหนุ่มที่ยืนเว้นระยะห่างกันคนละมุมโต๊ะด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ที่แอบซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "คนงานที่ไซต์งานโซน C ขุดเจอ... เจอห้องใต้ดินโบราณที่ไม่มีอยู่ในแปลนเดิมครับ! และตอนนี้... โครงสร้างเสาหลักกำลังทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วเพราะแรงสั่นสะเทือน!"
ธามหันขวับมามองรวินทันที ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาทันที "ว่าไงนะ? ไม่มีในแปลนได้ยังไงวะ!"
กรณ์หน้าถอดสี ทิ้งเรื่องทะเลาะเบาหวานเมื่อครู่ลงถังขยะทันที สัญชาตญาณสถาปนิกและวิศวกรตื่นตัวเต็มพิกัด เขารีบคว้าหมวกนิรภัยบนโต๊ะมาสวมแล้วพุ่งตัวนำหน้าออกไปจากห้องทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายเพิ่ม
ทั้งสามกึ่งเดินกึ่งวิ่งฝ่าทางเดินยาวลงสู่ลิฟต์ความเร็วสูง มุ่งตรงไปยังจุดเกิดเหตุที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของตึกระฟ้าทั้งหลัง ทว่า... เมื่อมาถึงหน้าประตูทางเข้าไซต์งานโซน C ที่มืดทึบและมีฝุ่นควันตลบอบอวล ธามกลับเอื้อมมือคว้าข้อแขนของกรณ์ไว้แน่น ดึงรั้งไม่ให้สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า
"อย่าเพิ่งเข้าไป... กรณ์ ข้างในนั้นอันตรายเกินไป" ธามเอ่ยเสียงเข้ม แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
กรณ์สะบัดแขนออกเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผล ดวงตาสวยตวัดมองวิศวกรหนุ่มด้วยความไม่พอใจ "ปล่อยครับ! ผมเป็นคนออกแบบแปลนนั้น ผมต้องเข้าไปดูด้วยตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างที่ผมรับผิดชอบ!"
ธามถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะโน้มตัวกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของกรณ์กระตุกวูบอย่างแรง
"ถ้าคุณอยากเข้าไป... งั้นต้องสัญญามาก่อนว่าคุณจะเดินตามหลังผม... และห้ามห่างจากตัวผมแม้แต่นกกระชั้นเดียว... เพราะถ้าข้างในนั้นถล่มลงมา ผมจะยอมตาย... แต่จะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรเด็ดขาด"
ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้เอ่ยปากด่าหรือปฏิเสธคำพูดชวนใจสั่นนั้น แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องวาบไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงระฆังเตือนภัยดังลั่นสนั่นหوام และร่างเงาปริศนาที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดของอุโมงค์ใต้ดินก็ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดหายใจค้างเติ่ง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ชาโดว์ฮันเตอร์" นะครับ
สถาปนิกหน้าตายกับหัวหน้าทีมวิศวกรสายเดือด•ตอนที่ 2
รอยร้าวที่มากกว่ากำแพง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับหัวหน้าทีมวิศวกรสายเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
