กลิ่นอานิสงส์ของควันบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของบันไดหนีไฟ แรงกระชากที่ต้นแขนทำให้คินน์เซถลาเข้าไปแนบชิดกับแผ่นอกกว้างของเพลิงอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มชายฉกรรจ์ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากชั้นล่าง ไล่ล่ากระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ หัวใจของคินน์เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับไอ้ปีศาจน้ำแข็งปากจัดนี่มันใกล้จนเกินความจำเป็น
"ถ้ายังไม่อยากเป็นรังกระสุน ก็หุบปากแล้วก้าวขาตามมา" เพลิงกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างใบหูของคินน์ท่ามกลางความมืดมัวและเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม
มือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้มั่นก่อนจะพุ่งตัวฝ่าความมืดขึ้นไปยังดาดฟ้าของตึก ร่างสูงโปร่งของคินน์ถูกลากจูงให้วิ่งตามอย่างทุลักทุเล ความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าจากเหตุการณ์ชุลมุนก่อนหน้าแล่นริ้วขึ้นมา แต่เขากลืนก้อนสะอื้นและความเจ็บปวดลงคอไปจนหมดสิ้น ศักดิ์ศรีมันค้ำคอเกินกว่าจะยอมปริปากร้องขอความเห็นใจจากผู้ชายคนนี้... คนที่ชอบทำตัวเผด็จการและเหยียบย่ำความรู้สึกของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปัง!
ประตูเหล็กดาดฟ้าถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทก ลมยามวิกาลปะทะเข้ากับใบหน้าของทั้งคู่เต็มแรง ท้องฟ้ายามนี้ไร้ดาว มีเพียงความมืดมัวของเมฆฝนที่ตั้งเค้าทะมึน เพลิงปล่อยมือจากข้อมือของคินน์ทันทีที่พ้นเขตอันตราย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ดาดฟ้าก่อนจะหันกลับมาจ้องมองคนตัวเล็กที่ยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยล้า
"นายมันตัวปัญหาจริงๆ คินน์" เพลิงเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยชา "บอกให้อยู่ในห้องแต่งตัวดีๆ ทำไมถึงต้องรนหาที่ลงไปเดินเตะตาพวกมันข้างล่าง"
คินน์เงยหน้าขึ้น สบตากับคนตรงด้วยแววตาวาวโรจน์ ความเหนื่อยล้าไม่สามารถบดบังความดื้อรั้นในตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย มุมปากสวยกระตุกยิ้มเยาะเย้ยทั้งที่หน้ายังซีดเผือด
"แล้วมันเรื่องอะไรของนายล่ะคุณเพลิง? ผมจะเป็นจะตาย หรือจะโดนพวกมันจับตัวไป มันก็ชีวิตของผม ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับเงินในกระเป๋าของคุณนี่นา" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นระริกเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้
เพลิงขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อปูดโปน ความอดทนที่มีต่อเด็กดื้อคนนี้ใกล้จะหมดลงทุกที ก้าวเข้าไปประชิดตัวในระยะประชิดจนคินน์ต้องถอยหลังไปชนกับกำแพงปูนเปลือยด้านหลังอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงทาบทับกักตัวอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมแขน กลิ่นกายเฉพาะตัวของเพลิงโอบล้อมคินน์ไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"พูดจาให้มันดีๆ หน่อยคินน์... จำไม่ได้หรือไงว่านายเซ็นสัญญาเป็นของฉันแล้ว" เพลิงกดเสียงต่ำ ลดใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบฉายแววดิบเถื่อนที่ทำเอาคนมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "อย่าท้าทายความอดทนของฉัน เพราะฉันไม่ใช่คนใจดีพอที่จะปล่อยให้นายวิ่งไปตายรอดหรอกนะ"
"ปล่อยผมนะ!" คินน์พยายามใช้มือดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง แต่แรงของเขากลับเทียบไม่ได้เลยกับอ้อมแขนที่ราวกับกรงเหล็กของอีกฝ่าย ยิ่งดิ้น ร่างกายก็ยิ่งเบียดเสียดแนบชิดจนหัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นไม่เป็นจังหวะ "ผมเกลียดคนเผด็จการอย่างคุณที่สุด! เกลียดที่ต้องมาติดแหงกอยู่กับผู้ชายปากเสียแบบคุณ!"
คำว่า 'เกลียด' หลุดออกจากริมฝีปากบางราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของคนฟัง เพลิงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมที่เคยดุดันไหววับลงชั่วเสี้ยววินาที ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่ทิฐิและมาดของปีศาจน้ำแข็งไม่อนุญาตให้เขาแสดงความอ่อนแอออกมา
"เกลียดเหรอ..." เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่า "ดี... งั้นก็จำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดี เพราะต่อจากนี้ นายจะได้เกลียดฉันจนวันตายแน่"
สิ้นคำพูด เพลิงก็ผละตัวออกห่างอย่างไร้เยื่อใย หันหลังให้คินน์แล้วเดินตรงไปยังทางลงบันไดหนีไฟฝั่งตรงข้าม ทิ้งให้คินน์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางลมหนาวบนดาดฟ้าลำพัง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ คินน์ยืนนิ่งสนิท มองตามแผ่นหลังกว้างที่กำลังลับหายไป ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บใจ และลึกๆ แล้ว... มันมีความหน่วงหนาลึกซึ้งที่เขาไม่อาจหาคำอธิบายได้ มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่คลอหน่วยออกอย่างลวกๆ ก่อนที่ความเด็ดเดี่ยวจะพาดผ่านดวงตาคู่สวย
*ในเมื่ออยู่แล้วมีแต่จะกลายเป็นตัวภาระ และทำให้หัวใจบ้าๆ นี่หวั่นไหวไปกับคนใจร้าย... ก็ถึงเวลาที่เขาต้องจบเกมนี้เสียที*
รุ่งสางของวันใหม่ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่เพลิงจัดเตรียมไว้ให้ยังคงเงียบสงบ ไร้ซึ่งเงาของสิ่งมีชีวิต ร่างโปร่งของคินน์ก้าวออกมาจากห้องนอนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็กในมือ เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ถูกเก็บเข้าที่เรียบร้อย บนโต๊ะรับแขกมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กวางทับด้วยคีย์การ์ดห้องพัก
คินน์กวาดสายตามองรอบห้องเป็นครั้งสุดท้าย ความทรงจำตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั้งบทสนทนาเชือดเฉือน สายตาดุดันแต่อบอุ่นยามเผลอ และอ้อมกอดที่เคยปกป้องเขาจากอันตรายไหลย้อนเข้ามาในหัวราวกับภาพสโลว์โมชั่น เขาพรูลมหายใจยาวเหยียดเพื่อขับไล่ความรู้สึกอ่อนแอออกไป
"ลาก่อน... คุณเพลิง"
คินน์พึมพำกับความว่างเปล่า ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินออกจากห้องปิดประตูลงกลอนอย่างถาวร โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจหนีหายไปในครั้งนี้ จะนำพามาซึ่งพายุอารมณ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เบื้องล่างหน้าล็อบบี้คอนโด คินน์กำลังจะก้าวขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ แต่ทว่า... เสียงเบรกเอี๊ยดอ๊าดสนั่นหวั่นไหวของรถสปอร์ตคันหรูสีดำสนิทพุ่งเข้ามาจอดขวางหน้าทางออกไว้อย่างอารมณ์ร้อน ประตูรถถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเพลิงที่ก้าวลงมาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาดุดันราวมรณะจ้องเขม็งมาที่เขาชนิดที่ว่าพร้อมจะฉีกร่างเป็นชิ้นๆ
คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อก้าวขาไม่ออก เมื่อเห็นว่าเพลิงไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนเดินประกบปิดล้อมทางหนทีทุกด้าน
"คิดจะหนีไปไหน... คินน์?" เพลิงเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคาย แต่นัยน์ตากลับลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
กับดักรักฉบับตัวร้าย•ตอนที่ 26
หันหลังให้กัน
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!