กับดักรักฉบับตัวร้าย•ตอนที่ 27

โลกที่ไม่มีเธอ

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"ถ้าคิดจะไป ก็ไสหัวไปให้พ้นจากชีวิตผมตั้งแต่วินาทีนี้ แล้วไม่ต้องเสนอหน้ากลับมาให้เห็นอีก!" เสียงตวาดกร้าวของเพลิงดังก้องไปทั่วห้องทำงานหรูที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพง บัดนี้มันกลับอบอวลไปด้วยความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทขยำเอกสารในมือจนยับยู่ยี่ ดวงตาคมกริบดุจปีศาจน้ำแข็งฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองมาตลอดชีวิต ทว่า... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่คนที่ยอมก้มหัวให้ใคร คินน์ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำไล่ที่เปรียบเสมือนใบมีดกรีดใจนั้น เด็กหนุ่มยืดตัวตรง ดวงตากลมโตสั่นระริกแต่ยังคงจ้องมองกลับไปอย่างไม่ลดละ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากดูช่างบาดตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ "ก็ได้ครับคุณเพลิง ในเมื่อเจ้าของผับอยากให้ผมไปนัก ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่เป็นขยะให้รกสายตาคุณอีก" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่มั่นคง "ขอให้คุณมีความสุขกับโลกที่คุณสร้างขึ้นมาเอง... โลกที่ไม่มีผมให้คุณได้คอยจิกกัดอีกต่อไปนะครับ" สิ้นคำพูดนั้น คินน์ก็หมุนตัวเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว เสียงปิดประตูห้องทำงานดัง 'ปัง' สนั่นหวั่นไหว ทิ้งให้เพลิงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด เพลิงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง เขารู้สึกเหมือนอากาศในห้องนี้มันเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม... โซฟาที่คินน์เคยนั่งอ่านหนังสือขัดคำสั่งเขา, แก้วกาแฟที่คินน์มักจะวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน, แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ยังติดจางๆ อยู่ในอากาศ มันคือ 'โลกของเขา' ที่สมบูรณ์แบบตามที่เขาเคยต้องการมาตลอด แต่วันนี้ ทำไมมันถึงได้ดูเงียบเหงาและน่าสมเพชขนาดนี้? เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะกดโทรออก แต่แล้วมือหนาก็ต้องชะงักค้าง ปากจัดๆ ของเขาที่เคยพ่นคำด่าทอใส่เด็กคนนั้นบัดนี้มันกลับแห้งผาก เพลิงพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะขว้างโทรศัพท์ลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด "ไอ้บ้าเอ๊ย..." เขาพึมพำกับตัวเอง ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพลิงเหมือนคนตกนรกทั้งเป็น เขาเริ่มออกไปสังสรรค์ในผับตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่มันจุกอยู่ในอก ทุกครั้งที่มองไปยังมุมบาร์ที่คินน์เคยยืนชงเหล้า หรือโต๊ะที่คินน์เคยเดินไปเสิร์ฟ ภาพเงาของเด็กหนุ่มหน้าสวยปากดีคนนั้นก็มักจะซ้อนทับขึ้นมาเสมอ ความดิบเถื่อนในใจเขาเริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากที่เคยเย็นชาใส่ทุกคน กลายเป็นความฉุนเฉียวที่พร้อมจะปะทุกับลูกน้องทุกคนที่ทำงานพลาดเพียงเล็กน้อย เขาเริ่ม 'คิดถึง' กลิ่นอายของความปั่นป่วนที่คินน์เคยหยิบยื่นให้ เขาโหยหาจังหวะที่ต้องเถียงกันจนคอเป็นเอ็น โหยหาแววตาท้าทายที่มักจะทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเต้นผิดจังหวะ คืนนี้ เพลิงนั่งดื่มวิสกี้เพียงลำพังที่เคาน์เตอร์บาร์ สายตาเหม่อลอยมองออกไปที่ประตูทางเข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังว่าจะมีร่างโปร่งบางเดินแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเชิดรั้นเหมือนทุกครั้ง แต่เขาก็พบเพียงความว่างเปล่า "บอสครับ... คุณคินน์เขา..." บาร์เทนเดอร์คนสนิทเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าลำบากใจ "อย่าพูดชื่อนั้น" เพลิงขัดขึ้นทันที เสียงของเขาต่ำและสั่นเครือจนเขายังตกใจตัวเอง "เรื่องของมันจบไปแล้ว อย่าให้ฉันได้ยินชื่อนั้นอีก" "แต่ว่า... ผมเห็นเขาอยู่ที่ร้านกาแฟหน้าปากซอยเมื่อตอนเย็น ดูเหมือนเขาจะกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวย้ายไปที่อื่นนะครับ" เพลิงไม่รอฟังคำตอบต่อ เขาคว้ากุญแจรถบนเคาน์เตอร์แล้วพุ่งตัวออกไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา เขาไม่ได้สนใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ สิ่งเดียวที่เขารู้ในนาทีนี้คือ ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาจะต้องเสีย 'แสงสว่าง' เพียงหนึ่งเดียวในชีวิตที่แสนมืดมนนี้ไปตลอดกาล รถสปอร์ตคันหรูเบรกตัวหยุดกึกที่หน้าหอพักเก่าๆ แห่งหนึ่ง เพลิงก้าวลงจากรถโดยไม่สนแม้แต่จะกางร่ม เขาพุ่งตรงขึ้นไปยังห้องพักชั้นสองที่เขาจำได้แม่นยำด้วยการสืบข้อมูลมาอย่างบ้าคลั่งในคืนที่เขาหลับไม่ลง เขาไม่ได้เคาะประตู แต่ตัดสินใจหมุนลูกบิดที่ไม่ได้ล็อคสนิทเข้าไปทันที ภาพที่เห็นข้างในทำให้หัวใจของเพลิงกระตุกวูบ คินน์กำลังยืนพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบเก่าเพียงใบเดียว ในห้องมีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟหัวเตียงที่ทำให้ใบหน้าสวยนั้นดูเศร้าหมองลงไปถนัดตา คินน์ชะงักกึก หันกลับมามองผู้มาเยือนด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ได้ แต่แววตานั้นไม่มีความเกลียดชัง... มีเพียงความเหนื่อยล้าที่ทำให้คนมองอย่างเพลิงเจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจ "คุณมาทำไมที่นี่?" คินน์ถามเสียงเรียบ "กลับไปกับผม" เพลิงพูดออกไปโดยไม่คิด พลางสาวเท้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างของคนทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ คินน์หัวเราะในลำคอ แววตาเยาะหยันฉายชัด "กลับไปเพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์ของคุณงั้นเหรอครับ? ไม่ล่ะ ผมพอแล้ว" "คินน์!" เพลิงคว้าข้อมือเด็กหนุ่มไว้แน่น ทว่าแววตากลับอ่อนลงจนน่าตกใจ "ผม... ผมอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณคอยมากวนประสาท" "นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ต้องรั้งผมไว้หรอกนะครับ" คินน์สะบัดมือออก แต่เพลิงกลับรวบตัวเขาเข้ามากอดแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที คนตรงหน้าจะสลายหายไปกับอากาศ "ผมไม่ได้แค่ต้องการคนกวนประสาท..." เพลิงกระซิบที่ข้างหู เสียงของเขาแผ่วเบาแต่เปี่ยมไปด้วยความสั่นเครือ "ผมต้องการคุณ... ไม่ใช่ในฐานะลูกจ้าง แต่ในฐานะคนเดียวที่ทำให้โลกเฮงซวยของผมมันรู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ได้จริงๆ" คินน์นิ่งไป แรงขัดขืนลดน้อยลงจนแทบไม่มี แต่ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนไปสู่จุดที่น่าจะดีขึ้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับการเปิดผลัวะเข้ามาของร่างชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย "โทษทีนะคุณเพลิง... แต่ดูเหมือนว่าคนที่นายพยายามจะพากลับไป จะมีหนี้สินที่ยังไม่ได้สะสางกับพวกเราอยู่นิดหน่อยนะ" ชายแปลกหน้าที่ดูเหมือนเจ้าหนี้ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ปิดทางออกไว้มิดชิด คินน์หน้าซีดเผือด เพลิงหรี่ตาลงทันที ความโกรธแค้นในฐานะนักเลงเก่าพุ่งพล่านขึ้นมาเหนือความรู้สึกทั้งหมด เขาส่งคินน์ไปอยู่ข้างหลังตัวเอง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ "หนี้เท่าไหร่... เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง" เพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันและเย็นเยียบ "หึ... เงินน่ะพวกเรามีพอครับคุณเพลิง แต่ของที่จะเอาตัวไป... พวกเราไม่อยากเปลี่ยนใจว่ะ" หนึ่งในนั้นแสยะยิ้มก่อนจะชักมีดพกออกมาจากเอว เพลิงกำหมัดแน่น ขยับตัวเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด คินน์ที่อยู่ด้านหลังเขากลับคว้าแขนเขาไว้แน่น... สัมผัสที่สั่นเทาของคินน์ทำให้เพลิงรู้ว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่จะเล่นเกมหัวใจอีกต่อไป แต่นี่คือเวลาที่เขาต้องปกป้องโลกของเขาให้ได้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของเพลิงและคินน์มาจนถึงวินาทีที่เข้มข้นที่สุดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%