กับดักรักฉบับตัวร้าย•ตอนที่ 17

ความทรงจำในอดีต

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัด คินน์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แผ่นหลังแนบชิดกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ขณะที่สายตาคมกริบของเพลิงกำลังจ้องตรงมาที่เขา ไม่มีความลังเล ไม่มีความเย้าแหย่ มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวหนักอึ้งนับร้อยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้หน้ากากความเย็นชามาเนิ่นนาน เพลิงถอดเสื้อสูทสีเข้มออกโยนลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอแกร่งและรอยสักเลือนรางที่โผล่พ้นสาบเสื้อ บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มในยามนี้ช่างดิบเถื่อนและอันตราย แต่ในขณะเดียวกันก็เปราะบางจนน่าใจหาย “ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น มานั่งนี่ส-ะ” เพลิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ปราบเซียนด้วยความหงุดหงิดเจือความอ่อนล้าที่เจ้าตัวแทบไม่เคยแสดงให้ใครเห็น “นายเรียกฉันมาล็อกห้อง เพื่อจะมานั่งมองหน้าเฉยๆ หรือไง” คินน์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะด้วยความตื่นตระหนก แต่สัญชาตญาณความพยศไม่เคยยอมลดราวาศอกให้ใคร “ถ้าไม่มีอะไรสารภาพ... ฉันจะได้กลับไปเคลียร์บาร์ข้างนอก” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็วจนคินน์ผถะถอยหลังไม่ได้ กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับน้ำหอมราคาแพงประจำตัวลอยเข้าแตะจมูก เพลิงใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะทำงานกักขังร่างบางไว้ตรงกลาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผม “ปากเก่งจังนะ... เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่พออยู่กับฉันทีไร หน้าซีดเป็นไก่ต้มทุกที” เพลิงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำจนสติของคินน์กระเจิง “ใครหน้าซีด... ถอยไปห่างๆ เลยนะเพลิง นายเมาหรือไง” คินน์พยายามผลักแผงอกแกร่งออก แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเสาเหล็ก เพลิงคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย ดวงตาสีเข้มคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง “ฉันไม่ได้เมา... คินน์” น้ำเสียงของเพลิงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่กดดันหัวใจคนฟัง “ฉันแค่อยากให้ใครสักคน... ได้รู้เรื่องบ้าๆ ในอดีตของฉันบ้าง ก่อนที่ฉันจะบ้าตายไปซะก่อน” คินน์ชะงัก แรงขัดขืนหยุดลงโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดที่ไหววูบผ่านนัยน์ตาของคนตรงหน้า ปีศาจน้ำแข็งที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว กำลังแสดงความเปราะบางออกมาให้เขาเห็นเป็นคนแรก “ปล่อยฉันก่อนส-ะ แล้วค่อยพูด” คินน์เสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เพลิงยอมคลายมือออกช้าๆ แต่ยังคงยืนประชิดตัวไม่ยอมถอยห่าง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำตัวยาว ก่อนจะตบพื้นที่ว่างข้างๆ เป็นเชิงบังคับให้คินน์นั่งลงตาม คินน์ลังเลอยู่ชั่วขณะแต่ก็ยอมเดินไปหย่อนตัวลงนั่งโดยเว้นระยะห่างพอสมควร ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เพลิงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ควันสีเทาจางลอยคลุ้งขึ้นสู่เพดาน สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนภาพแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ “นายเคยคิดไหมว่า... ทำไมฉันถึงเกลียดความอ่อนแอที่สุดในชีวิต?” เพลิงเริ่มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความขมขื่น คินน์หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิด “ใครๆ ก็เกลียดความอ่อนแอทั้งนั้นแหละ... มันทำให้เราตกเป็นเหยื่อ” “ใช่... แต่สำหรับฉัน มันไม่ใช่แค่เรื่องตกเป็นเหยื่อ” เพลิงหันกลับมาสบตา ปล่อยควันบุหรี่ออกมาช้าๆ “ตอนที่ฉันอายุสิบหขวบ แม่ของฉันเคยยืนร้องไห้อยู่มุมห้องแบบนี้แหละ... ร้องขอความเมตตาจากคนที่ไม่มีหัวใจ นายรู้ไหมว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?” คินน์เม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบโดยไม่ต้องรอคำตอบ “พ่อฉัน... ผู้ชายที่บอกว่ารักครอบครัวนักหนา หันหลังให้เรา ปล่อยให้พวกมันเอาทุกอย่างไปจนหมด ไม่เว้นแม้แต่ศักดิ์ศรี และแม่... แม่เลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลงในห้องน้ำแค่นๆ นั้น โดยที่ฉันเป็นคนเปิดประตูไปเจอศพท่านเองกับตา” น้ำเสียงของเพลิงเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่มือหนาที่ถือมวนบุหรี่อยู่กลับสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำสีเลือดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของความรู้สึกถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่มันคือแผลเป็นฉกรรจ์ที่ไม่มีวันจางหาย คินน์อึ้งงับคำพูดไม่ออก ความรู้สึกต่อต้านและพยศเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความจุกแน่นในอกแทน ภาพเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ต้องยืนมองความพังทลายของโลกทั้งใบ “เพลิง...” คินน์เอ่ยชื่อนั้นแผ่วเบา มือเรียวที่เคยต่อต้าน เอื้อมออกไปแตะลงบนหลังมือหนาที่กำลังกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคินน์ส่งผ่านไปถึงผิวเนื้อ ทำให้เพลิงชะงัก นัยน์ตาคมกริบเบนกลับมามองเจ้าของมือที่กล้าหาญพอจะสัมผัสแผลเป็นของเขา “ฉันไม่ใช่คนดี คินน์” เพลิงแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง “ฉันเหี้ยม ฉันดิบเถื่อน และฉันทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนกล้ากลับมาเหยียบย่ำฉันได้อีก... นายยังกล้าอยู่ใกล้คนแบบฉันอยู่อีกเหรอ?” คำถามนั้นไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำถามที่ซ่อนความกลัวลึกๆ ไว้ภายใน... ความกลัวที่จะสูญเสียใครสักคนไปเหมือนในอดีต คินน์ไม่ถอนมือออก ตรงกันข้าม เขากลับพลิกฝ่ามือขึ้นประสานปลายนิ้วเข้ากับมือของเพลิงแน่น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ รอยยิ้มบางเบาแต่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนปากร้าย “นายคิดว่าฉันเป็นใครกันล่ะ เพลิง?” คินน์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงจริงจังและมั่นคง “ถ้าฉันกล้าต่อปากต่อคำกับปีศาจน้ำแข็งอย่างนายได้ทุกวัน... เรื่องแค่นี้ ทำไมฉันจะรับมือไม่ได้” เพลิงมองรอยยิ้มนั้น นัยน์ตาไหววูบด้วยความรู้สึกที่โถม ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของคนทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและแรงดึงดูดอันตราย... *ปัง!* เสียงถีบประตูห้องทำงานเปิดผางดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาดุดันกวาดมองคนทั้งสองที่นั่งชิดกันบนโซฟาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของ 'นายใหญ่' กับเด็กใหม่ซะแล้วสิ” เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า เพลิงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น “มึงเข้ามาทำไม... ไอ้กร” ดาร์กไนท์ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับปมความรู้สึกของตัวละครในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%