เสียงกระซิบทางปลายสายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับรอยเล็บที่กรีดลงบนกระจกใสจนเกิดเสียงน่ารำคาญ คินน์ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตูห้องพักพนักงาน ร่างโปร่งบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มชื้นเหงื่อเย็นเฉียบแม้ในยามที่เครื่องปรับอากาศกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง
“คิดถึงจังนะ... คินน์...”
ประโยคเดิมวนเวียนอยู่ในหัวพร้อมกับภาพอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันลงไปให้ลึกที่สุด นรกโลกันต์ที่เขาเคยหนีตายออกมาเมื่อหลายปีก่อน กำลังใช้มืออันสกปรกโอบรัดข้อเท้าของเขาเอาไว้ในคืนนี้ ผับหรูใจกลางเมืองที่ควรจะเป็นเซฟโซน กลับกลายเป็นกรงขังที่แคบลงถนัดตาเมื่อชื่อของ ‘กรณ์’ ถูกเอ่ยขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ลอดผ่านรอยแยกของบานไม้เข้ามา มันไม่ใช่เสียงของลูกค้าทั่วไป และแน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของ ‘เพลิง’ เจ้าของผับฉายาปีศาจน้ำแข็งที่มักจะมาพร้อมกับความเย่อหยิ่งและสายตาดุๆ คู่นั้น
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็เอื้อมไปหมุนลูกบิดประตู ในเมื่อหนีไม่ได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นเหยื่อให้มันเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อที่นี่คืออาณาจักรของเพลิง และไอ้สารเลวหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบหัวเขาในบ้านของคนอื่น
แอ๊ด...
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าคมคายที่เคยคุ้นตาเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้อยากซัดสักหมัดให้คว่ำ ดวงตาคมปลาบกวาดมองสำรวจเรือนร่างของคินน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหิวกระหาย ราวกับสัตว์ป่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
“ไม่เจอกันนานนะเด็กน้อย หน้าตาดูมีน้ำมีนวลขึ้นนี่... คงเพราะเสพสุขกับเจ้านายคนใหม่ล่ะสิ”
กรณ์ก้าวล้ำเข้ามาในห้องพักพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยเข้าแตะจมูกจนคินน์ต้องถอยหลังก้นชนกับขอบโต๊ะทำงาน
“ถอยไปกรณ์ นายไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่ ที่นี่เขตหวงห้าม” คินน์กัดฟันกรวด เชิดหน้าขึ้นสู้แม้ขาจะเริ่มสั่นด้วยความโกรธและหวาดกลัวลึกๆ ปะปนกัน
“เขตหวงห้ามเหรอ?” กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าคางสลวยของคนตรงหน้า แต่คินน์ไวกว่าเบี่ยงหน้าหลบพร้อมกับปัดมือนั้นออกอย่างแรง
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
“ปากเก่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะมึง...” กรณ์เปลี่ยนท่าทีจากความยียวนเป็นความดิบเถื่อน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของคินน์แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่ง “คิดว่าหนีพ้นแล้วเหรอ หึ... หนี้ที่พ่อแม่มึงผลาญไว้ มึงยังใช้มันไม่หมด คินน์!”
แรงบีบที่ต้นแขนทำให้คินน์นิหน้าด้วยความเจ็บ เขารู้สึกเหมือนกระดูกแทบจะร้าวเป็นชิ้นๆ พยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่แรงของผู้ชายย่อมมีมากกว่า สภาพของเขาตอนนี้ตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ไร้ทางหนีทีไล่ ลำพังแค่จะทรงตัวให้ยืนตรงยังยาก
“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงวะ!” คินน์ตวาดลั่น ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ เขาเกลียดความอ่อนแอของตัวเองในตอนนี้ที่สุด เกลียดที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาแบบนี้
“ปล่อยแน่... แต่ต้องไปตกลงกันข้างนอก ให้ไอ้เจ้าของผับหน้าเลือดมันรู้ซะบ้าง ว่าเด็กในสังกัดของมันน่ะ... เคยผ่านมือใครมาบ้างแล้ว” กรณ์แสยะยิ้มเหี้ยม เกือบจะลากตัวคินน์ให้ออกไปพ้นห้องอยู่แล้ว หากไม่มีเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตู
“มือไวกว่าตีนแบบนี้... รสนิยมต่ำทรามดีนี่ครับ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยไอสังหารแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลงจนติดลบ เพลิงยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกน บรรยากาศรอบตัวของเจ้าของผับหนุ่มแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนกรณ์ต้องชะงักมือที่กำลังยื้อยุดคินน์
กรณ์หันไปมองหน้าแขกผู้มาใหม่ ดวงตาหรี่ลงประเมินสถานการณ์ “อ้าว... เจ้าของผับตัวจริงเสียงจริงโผล่มาแล้วเหรอ นึกว่าจะหลบอยู่ในรูซะอีก”
เพลิงไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวให้เห็นแม้แต่น้อย เขาย่างสามขุมเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและเชื่องช้า แต่มันกลับกดดันให้คนที่พบเห็นหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองมือของกรณ์ที่ยังคงจับแขนของคินน์ไว้อยู่ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับผู้บุกรุกตรงๆ
“ผมจะให้โอกาสคุณนับหนึ่งถึงสาม... วางมือสกปรกของคุณออกจากคนของผม แล้วไสหัวออกไปจากร้านของผมซะ” เพลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่ากลัวถึงขีดสุด
กรณ์หัวเราะร่าอย่างไม่ี่เกรงกลัว “คนของมึงเหรอ? หึ ของเล่นแก้เหงราคาถูกชิ้นนี้เนี่ยนะ มึงอยากได้ต่อจากกูนักใช่ไหมล่ะ งั้นก็จ่ายมาสิ หหนี้ที่มันค้างอยู่ สองล้านบาท... จ่ายแทนมันมา แล้วกูจะยกไอ้นี่ให้มึงแบบฟรีๆ เลย!”
คินน์เบิกตากว้าง หันไปมองเพลิงด้วยความตกใจและรู้สึกผิดระคนกัน เขาไม่อยากเอาเรื่องเน่าเฟะของตัวเองมาพัวพันกับเพลิง ยิ่งอีกฝ่ายทำท่าทางเหมือนไม่แคร์โลกแบบนี้ เขายิ่งกลัวว่าเพลิงจะรำคาญและโยนเขาทิ้งเหมือนสิ่งของไร้ค่า
เพลิงปรายตามองคินน์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหากรณ์มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างใจเย็น ราวกับเรื่องเงินสองล้านบาทเป็นเพียงเศษเงินในกระเป๋า
“สองล้านเหรอครับ...” เพลิงทวนคำเสียงแผ่วเบา ก้าวเข้าไปประชิดตัวกรณ์จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ “สำหรับคุณมันอาจจะเยอะนะ... แต่สำหรับผม...”
เพลิงหยุดพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกรณ์ที่เริ่มมีอาการหวั่นไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แท้จริงจากตัวเจ้าของผับ
“...มันไร้ค่าเกินกว่าจะเอามาแลกกับเศษสวะอย่างคุณ”
สิ้นคำพูดของเพลิง หมัดหนักๆ ของปีศาจน้ำแข็งก็ซัดเข้าที่ใบหน้าของกรณ์เต็มแรงจนร่างสูงเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของกรณ์ทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของคินน์
“มึง... มึงกล้าดียังไง!” กรณ์คำรามลั่นด้วยความโกรธ ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะพยายามลุกขึ้นสู้
เพลิงไม่รอให้มันได้ตั้งตัว เขาเหยียบลงบนมือของกรณ์ที่พยายามจะยันพื้นไว้เต็มแรง จนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่ไปถึงกระดูกดำ
“จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณเอาไว้... ว่าคนที่คุณกำลังรังแกอยู่...” เพลิงปรายตามองคินน์ที่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว ก่อนจะหันมาจ้องหน้ากรณ์ด้วยแววตาคลั่ง
“...คือเมียของผม... และต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตามล่า คุณก็ไม่มีวันได้แตะต้องเส้นผมของเขาแม้แต่เส้นเดียว”
คินน์อ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมดกับคำประกาศกร้าวที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้ายอย่างเพลิง หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นแปลกประหลาดไหล뢰เข้าท่วมท้นหัวใจท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้าย
ก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของการ์ดนับสิบชีวิตก็พังประตูห้องเข้ามาล้อมรอบตัวของกรณ์ไว้หมดทางหนี พร้อมกับเสียงกดชัตเตอร์รัวๆ จากโทรศัพท์มือถือของใครบางคนด้านหลัง
“จัดการเก็บกวาดขยะชิ้นนี้ให้พ้นสายตาผมทีครับ” เพลิงสั่งเสียงเรียบ สะบัดเสื้อสูทเล็กน้อยก่อนจะหันมามองคินน์ที่ยังคงยืนแข็งทื่อ
เพลิงสาวเท้าย่างสามขุมเข้าไปหาคินน์ที่ยืนพิงกำแพง ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือข้างที่ขึ้นรอยแดงจากการถูกบีบเบาๆ นิ้วโป้งลูบไล้ผิวเนียนแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลม แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากกลับยังคงความกวนประสาทตามสไตล์เจ้าตัว
“เจ็บตัวโง่ๆ อีกแล้วนะ... คินน์” เพลิงก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดต้นคอ “ทีนี้... จะยอมบอกความจริงเรื่องหนี้สินทั้งหมดกับผมดีๆ ได้หรือยังครับ... หรือว่าจะให้ผมทบต้นทบดอกด้วยวิธีอื่น บนเตียงของคุณดีล่ะ?”
ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนฉวยโอกาสทันที ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งโกรธทั้งเขินจนทำตัวไม่ถูก ทว่าในจังหวะที่คินน์กำลังจะอ้าปากเถียงกลับนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเพลิงก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ
เพลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ละมือจากข้อมือของคินน์ขึ้นมารับสาย ดวงตาคู่คมเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนที่สีหน้าเรียบเฉยจะแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“ว่าไงนะ... ใครเป็นคนสั่ง?”
ประโยคสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากของเพลิง ทำให้คินน์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวของปีศาจน้ำแข็งกลับมาเย็นเยียบและน่ากลัวขึ้นอีกครั้งในพริบตาเดียว
เพลิงวางสายลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีนิลคู่คมตวัดกลับมามองคินน์ด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ราวกับว่าปัญหาเรื่องของกรณ์เมื่อครู่ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะซัดถล่มเข้ามาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
“คินน์...” เพลิงเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่ต่ำกว่าปกติ มือหนาเอื้อมคว้าต้นแขนของเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายวับไปกับตา
“อะไรอีกเล่า ปล่อยนะ...” คินน์ขมวดคิ้วมุ่น พยายามดึงแขนออกแต่เพลิงกลับยิ่งออกแรงบีบมากขึ้น
“อย่าเพิ่งถาม...” เพลิงสบตาเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากผู้ชายคนนี้ “หนีออกไปทางประตูหน้าร้านไม่ได้แล้ว... ล็อคประตูห้องให้แน่น แล้วห้ามเปิดให้ใครเด็ดขาด... จนกว่าผมจะกลับมา”
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างกันเสมอมานะครับ - ดาร์กไนท์
กับดักรักฉบับตัวร้าย•ตอนที่ 24
กับดักที่ถูกวางไว้
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!