คุณหนูตัวร้ายพลิกตำราบริหารสวนพฤกษเวท•ตอนที่ 3

ดอกไม้เวทมนตร์เหี่ยวเฉา

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือของเอลาร่า วอน ไฮเดรนเยีย ดังกรอบแกรบสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ คำสั่งด่วนจากราชสำนักพร้อมตราประทับหลวงสีชาดเด่นหร่า ยังคงวางหราอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อดี แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของหญิงสาวในวินาทีนี้ หาใช่ตัวหนังสือข่มขู่ที่ประกาศยึดครองที่ดินเขตใต้ภายในสามชั่วโมงไม่... หากแต่เป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากของเลดี้วิเวียน ซึ่งยืนกอดอกมองลงมาจากบันไดวนด้วยสายตาเวทนาจอมปลอม "น่าเสียดายจริงๆ นะคะพี่เอลาร่า... สวนพฤกษเวทตระกูลไฮเดรนเยียที่บรรพบุรุษสร้างมาหลายชั่วอายุคน ต้องมาจบลงเพราะหนี้สินล้นพ้นตัวที่พี่ก่อไว้เองแท้ๆ" วิเวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับสำลีเคลือบยาพิษ ดวงตากลมโตฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด "ถ้าพี่คุกเข่าลงแล้วขอร้องดีๆ ฉันอาจจะช่วยทูลขอความเมตตาจากองค์ราชาให้เว้นที่ดินแปลงเล็กๆ ไว้ปลูกผักสวนครัวพอให้พี่ประทังชีวิตไปวันๆ ได้นะคะ" เอลาร่ามิได้ตอบโต้ทันที นางเพียงปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าช้าๆ ดวงตาสสีมรกตคู่สวยฉายแววเยືือกเย็นและทรงพลังจนวิเวียนเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความหวาดกลัวบางเบาลอยอบอวลขึ้นมาในอากาศ—นี่ไม่ใช่เอลาร่าผู้โง่เขลาและเอาแต่ใจตัวเองคนเดิมที่เคยร้องไห้ฟูมฟายเมื่อถูกขัดใจ "ผักสวนครัวอย่างนั้นหรือคะ เลดี้วิเวียน?" เอลาร่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่น่าเกรงขามจนน่าขนลุก "ดูเหมือนว่าสมองอันน้อยนิดของคุณจะจดจำได้แต่เรื่องไร้สาระสินะคะ ถึงได้ไม่รู้เลยว่า... ของมีค่าที่แท้จริงในเขตใต้แห่งนี้ มันไม่ได้อยู่บนกระดาษตราประทับราคาถูกพวกนั้น" สิ้นคำพูด ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีครามเข้มก็สะบัดหน้าหนีอย่างไม่ไยดี นางก้าวเดินผ่านร่างของวิเวียนออกไปยังประตูหลังที่เชื่อมต่อกับ "สวนพฤกษเวทเขตใต้" ทันที โดยมีสายตางุนงงและขุ่นเคืองของศัตรูตัวฉกาจมองตามด้วยความไม่เข้าใจ ประตูบานใหญ่เปิดออก กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่อัดแน่นไปด้วยความชื้นและกลิ่นดินพัดปะทะใบหน้าทันที ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาบอดี้การ์ดและคนรับใช้ที่วิ่งตามมาด้านหลังถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง สวนพฤกษเวทขนาดมหึมาที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้อยู่ในสภาพพินาศย่อยยับ ต้นไม้เวทมนตร์ระดับสูงนับร้อยต้นเหี่ยวเฉากิ่งก้านดำคล้ำ ดอกไม้เรืองแสงที่เคยส่องประกายยามค่ำคืนกลับร่วงหล่นเกลื่อนกลาดพื้นดิน กลีบดอกสีม่วงอมฟ้าเน่าเปื่อยส่งกลิ่นอายความตายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ "คุณหนู... แย่แล้วล่ะค่ะ! แบบนี้มัน... มันพังหมดแล้วจริงๆ" เสียงของสาวใช้คนสนิทสั่นเครอด้วยความสิ้นหวัง "พวกเราไม่มีทางกู้คืนสวนนี้ทันภายในสามชั่วโมงแน่ๆ เจ้าหน้าที่ราชสำนักกำลังจะมาถึงอยู่แล้วนะคะ!" เอลาร่ายังคงนิ่งเงียบ นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เรียวคิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันเล็กน้อยขณะก้าวเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางซากพืชที่ตายซาก สัญชาตญาณและองค์ความรู้ด้านพฤกษเวทชั้นสูงจากความทรงจำที่ตื่นขึ้นมาใหม่กำลังทำงานอย่างหนัก นางทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นดินสีดำสนิทที่แห้งกรัง มือเรียวบางสวมถุงมือหนังสีขาวแตะลงบนพื้นดิน จากนั้นจึงค่อยๆ ถอดถุงออก ปลายนิ้วสัมผัสกับเนื้อดินโดยตรง *วูบ—!* กระแสพลังเวทมนตร์สีทองจางๆ ไหลผ่านปลายนิ้วลงสู่ผืนดินทันที เอลาร่าหลับตาลงเพื่อสัมผัสกับชีพจรเบื้องล่าง หัวใจของนางเต้นระส่ำด้วยความประหลาดใจระคนโล่งอก ดิน... ยังสมบูรณ์อย่างเหลือเชื่อ! แม้ว่าผิวเผินเบื้องบนจะเหี่ยวเฉาและตายซากราวกับดินแดนต้องคำสาป แต่แก่นพลังงานเวทมนตร์ใต้ชั้นดินลึกสามเมตรกลับยังคงเต้นรำอย่างมีชีวิตชีวา รากแก้วของพฤกษเวทโบราณไม่ได้ตายตามกิ่งก้าน แต่มันกำลัง "จำศีล" เพื่อปกป้องตัวเองจากการจัดการที่ผิดพลาดและสูบฉีดสารอาหารผิดวิธีของพวกคนโง่ที่เคยดูแลสวนนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่ความหายนะ... แต่มันคือ "การรีเซ็ต" ที่สมบูรณ์แบบต่างหาก! "ช่างโง่เขลาเสียจริง..." เอลาร่าพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางความมืดมลของสวนที่ตายซาก "ปล่อยให้พวกมันเหี่ยวเฉาไปเถอะค่ะ... เพราะไม่ช้าไม่นานนี้ ดอกไม้เหล่านี้จะกลับมาเบ่งบานและกวาดต้อนเงินตรามหาศาลจนพวกที่รอซ้ำเติมต้องกระอักเลือดตายแน่ๆ" ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อเริ่มแผนการฟื้นฟูขั้นเด็ดขาด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและกังวานของรองเท้าหนังชั้นดีก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่จงใจกวนประสาท *แปะ... แปะ... แปะ...* "ช่างเป็นทัศนคติที่ยอดเยี่ยมเสียจริงครับ เลดี้เอลาร่า... ถึงคราววิกฤตจนไฟลนก้น แต่คุณก็ยังหาญกล้ามายืนยิ้มอยู่ท่ามกลางซากพืชตายพวกนี้ได้" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความเย็นชาดังขึ้น เอลาร่าชะงักฝีเท้า นางหันกลับไปมองตามต้นเสียงทันที ร่างสูงโปรสง่าของ "ท่านดยุกคาลอส" ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักร ก้าวเท้าเข้ามาในเขตสวนที่ถูกประกาศว่าเป็นพื้นที่อายัดอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองมาที่นางด้วยประกายความสนใจที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอันตรายและน่าดึงดูดใจไปพร้อมๆ กัน คาลอสปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อคลุมตัวนอก ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังลวดลายอัญมณีเวทมนตร์—บัตรเครดิตตระกูลขุนนางชั้นสูงไร้ขีดจำกัดที่แม้แต่องค์ราชายังต้องเกรงใจ—ขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ "น่าสนใจมากครับ..." ดยุกหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์หอมลอยเข้าจมูก "สวนพฤกษเวทที่คนทั้งอาณาจักรบอกว่าไร้ค่า แต่นักธุรกิจสายตาเฉียบคมเช่นคุณกลับบอกว่ามันกำลังจะทำเงินมหาศาล... สนใจให้ผม 'ร่วมลงทุน' สักสิบล้านเหรียญทอง เพื่อตบหน้าพวกราชสำนักและเลดี้วิเวียนให้ดูสักตั้งไหมล่ะครับ?" เอลาร่ามองหน้าชายหนุ่มนิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว—เขาก้าวเข้ามาในจังหวะนี้ได้อย่างไร? และที่สำคัญที่สุด... เขารู้ได้อย่างไรว่านางกำลังคิดจะทำอะไร? ก่อนที่เอลาร่าจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือต่อรอง เสียงเฮลิคอปเตอร์เวทมนตร์ส่วนตัวสีดำสนิทลำใหญ่ก็บินแหวกเมฆลงมาจอดสนิทอย่างอลังการบนลานกว้างหน้าสวน ท่ามกลางแรงลมที่พัดกระโชกจนเส้นผมสีบลอนด์เงินของนางปลิวไสว และในวินาทีนั้นเอง ประตูเฮลิคอปเตอร์ก็เปิดออก พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวลงมาพร้อมเอกสารลับในมือ—บุคคลที่ทำให้สถานการณ์ทั้งหมดในวันนี้พลิกคว่ำชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายพลิกตำราบริหารสวนพฤกษเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%