สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 37

ความทรงจำทั้งหมดที่แลกมา

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ความเจ็บปวดจากการจำได้ทุกอย่าง... มันสาหัสกว่าการไม่เหลืออะไรเลยใช่ไหมครับ คุณกรณ์" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบทว่าบาดลึก เธอไม่ได้มองหน้าเขาในขณะที่เอ่ยประโยคนี้ ดวงตาคู่คมของนักจิตวิทยาอัจฉริยะกำลังทอดมองไปยังจอภาพโฮโลแกรมตรงหน้า ซึ่งกำลังฉายกราฟแสดงคลื่นสมองที่พุ่งทะยานอย่างไร้ระเบียบ มันคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า กลไกการป้องกันตัวเองของสมองกรณ์ได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว กรณ์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม มือทั้งสองข้างกำพนักแขนแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความเงียบงันภายในห้องทดลองใต้ดินแห่งนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบ แต่มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงดันมหาศาลราวกับบรรยากาศก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ ภายในหัวของกรณ์เวลานี้... มันไม่ใช่ความว่างเปล่าอันเย็นชาอีกต่อไป ทว่ามันกลับกลายเป็นห้องสมุดที่ไฟกำลังไหม้ลามเลีย เอกสารทุกฉบับ ภาพทุกภาพ และเสียงทุกเสียงกำลังกรีดร้องแย่งกันพุ่งทะยานกลับเข้ามาในจิตสำนึก ภาพของรอยยิ้มครั้งสุดท้ายก่อนความตาย เสียงสะอื้นไห้ในคืนที่ฝนตกกระหน่ำ สัญญาที่เคยให้ไว้แต่ไม่เคยทำสำเร็จ และกลิ่นอายของอดีตที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต สิ่งเหล่านี้ไหลทะลักเข้ามาพร้อมกับความทรงจำนับล้านชิ้นที่ถูกผนึกไว้ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง กรณ์หลับตาลงช้าๆ พยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นเทิ้ม ภาระทางจิตใจที่ถาโถมเข้ามาในคราเดียวนหนักอึ้งเสียจนเขารู้สึกราวกับมีแผ่นเหล็กร้อนๆ มาทับอยู่บนหน้าอก "คุณรู้อยู่แล้ว..." เสียงของกรณ์แหบพร่าและต่ำลึก หลุดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ดวงตาที่ลืมขึ้นมาอีกครั้งเต็มไปด้วยประกายคมกริบที่แฝงไว้ด้วยความร้าวรานระคนเยียบเย็น "คุณรู้ว่าถ้าหน่วยความจำพวกนี้กลับมาครบถ้วน สติสัมปชัญญะของผมจะต้องแหลกสลาย ทำไมคุณถึงยังเลือกที่จะกดปุ่มนั้น รินรดา" รินรดากดปิดจอภาพโฮโลแกรม เสียงสัญญาณเตือนภัยเบาๆ ดับลง เธ่อยืนขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของตลาดความทรงจำเอาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาของเธอบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา มีทั้งความรู้สึกผิด ความโล่งใจ และความเด็ดเดี่ยวผสมปนเปกันอยู่ "เพราะถ้าคุณยังคงเป็นกรณ์ผู้ไร้อดีต คุณก็จะเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในกระดานที่คนพวกนั้นใช้ทำลายล้างทุกสิ่งได้ตามอำเภอใจครับ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง แม้แววตาจะไหววูบไปชั่วขณะ "คุณต้องการความจริงไม่ใช่หรือครับ... แม้ว่าความจริงนั้นจะกรีดแทะหัวใจคุณจนไม่เหลือชิ้นดีก็ตามที" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันคือเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึกเกินกว่าเยียวยา ความจริงหรือ? ใช่ เขากระหายหาตัวตนที่แท้จริงมาตลอด แต่ตอนนี้ เมื่อเขารู้แล้วว่าตัวเองเคยเป็นใคร และเคยทำอะไรลงไปบ้าง เขากลับพบว่าความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่ของขวัญ แต่มันคือ "ทัณฑ์บน" ที่ถูกส่งตรงมาจากอดีต เพื่อลงโทษเขาให้ทรมานยิ่งกว่าความตาย ภาพในหัวฉายซ้ำ ภาพวันที่เขาต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางที่นำไปสู่โศกนาฏกรรม ภาพใบหน้าของคนที่เขาเคยรักและหักหลังในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณค่อยๆ กัดเซาะความนิ่ง1สุขุมที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบังตลอดหลายปีที่ผ่านมา รินรดามองปฏิกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้า เธอรู้ดีว่ากลไกทางจิตวิทยาขั้นสูงกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง กรณ์ในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่เธอเคยร่วมงานด้วย เขามีพลังอำนาจจากความทรงจำทั้งหมดในมือ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เปราะบางยิ่งกว่าแก้วที่ร้าวราน "คุณจำเธอได้แล้วสินะครับ..." รินรดาเอ่ยเบาๆ ราวกับกระซิบ "ผู้หญิงคนที่ทำให้คุณยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งความทรงจำของตัวเอง" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นสะท้อนความเจ็บปวดและประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นใหม่อย่างชัดเจน ชื่อหนึ่งชื่อกำลังวนเวียนอยู่ริมฝีปากของเขา เป็นชื่อที่เขาถูกบังคับให้ลืม แต่บัดนี้มันกลับฝังแน่นอยู่ในทุกอณูของลมหายใจ "เธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ... ใช่ไหม" เสียงของกรณ์กดต่ำ ทรงพลัง และเยือกเย็นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของเขาลดฮวบลงจนรินรดารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เธอกำมือเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ปฏิกิริยาของกรณ์ในตอนนี้เกินกว่าที่เธอเคยประเมินเอาไว้ในแบบจำลองทางจิตวิทยา ความทรงจำที่ไหลกลับมาไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลงอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับปลุก "ตัวตนที่แท้จริง" ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมให้ตื่นขึ้น ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใดเพื่อตอบคำถามนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ความเงียบสงบของห้องทดลองใต้ดินถูกทำลายลงด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่ดังระรัวขึ้นอย่างฉับพลัน แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบสลับดับไปมา อาคารทั้งหลังเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมีแรงระเบิดจากภายนอก รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองประตูเหล็กกล้าที่ถูกล็อกด้วยรหัสผ่านหนาแน่น "เป็นไปไม่ได้... คนพวกนั้นตามมาเร็วขนาดนี้ได้ยังไง ระบบความปลอดภัยของเราถูกเข้ารหัสระดับสูงสุดไว้นะครับ" กรณ์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดทางจิตใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณดิบของนักล่า แววตาที่ว่างเปล่าในอดีตบัดนี้เต็มไปด้วยความเฉียบแหลมและเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ท่าทีของเขาสงบนิ่งราวกับพายุที่กำลังรวบรวมกำลังก่อนจะพัดถล่มทุกสิ่งให้ราบคาบ เขายกมือขึ้นสัมผัสขมับเบาๆ ความทรงจำนับพันเรื่องถูกจัดระเบียบใหม่อย่างรวดเร็วด้วยมันสมองอันเป็นเลิศ เขารู้จักโครงสร้างของตึกนี้ เขารู้จักจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด... เขารู้ว่าใครคือคนทรมานที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ "ไม่ใช่เพราะระบบถูกเจาะหรอกครับ รินรดา" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกซู่ "แต่เพราะมี 'หนูสกปรก' ในองค์กรของเราต่างหากที่คอยส่งพิกัดให้พวกมัน" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่ควรจะดับไปแล้ว กลับติดพรึบขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีใครแตะต้อง ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าหลักเผยให้เห็นร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่งกำลังเดินผ่านซากหน่วยรักษาความปลอดภัยที่นอนหมดสติระเนระนาด ใบหน้าของเขาคมคายและประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงมายังกล้อง ราวกับกำลังมองทะลุกระจกเข้ามาสบตากับกรณ์โดยตรง รินรดาลมหายใจสะดุดทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้น "นั่นมัน... ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยไม่ใช่หรือครับ ทำไมเขาถึง..." "เขาไม่ได้เป็นแค่ผู้อำนวยการ" กรณ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาจดจ้องไปยังภาพบนจอภาพด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา "เขาคือคนที่เคยร่วมมือกับผมในอดีต... ก่อนที่เราจะกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน" เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นที่บริเวณชั้นบน แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน ประตูเหล็กกล้าหน้าห้องทดลองเริ่มส่งเสียงร้องเตือนภัยเพราะถูกความร้อนมหาศาลจากภายนอกแผดเผา รินรดาก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก แต่กรณ์กลับก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มือขวาของเขาเอื้อมไปหยิบอุปกรณ์ควบคุมระบบศูนย์กลางขึ้นมาถือไว้ กรณ์หันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความลังเล ปมในอดีตทั้งหมดถูกคลี่คลายแล้ว และบัดนี้ ถึงเวลาที่เขาต้องเป็นคนกำหนดอนาคตด้วยมือของตัวเอง "ในเมื่อความทรงจำทั้งหมดกลับมาแล้ว..." กรณ์กระซิบเสียงต่ำ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผมก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิ้นส่วนชีวิตของผมไปอีกเป็นครั้งที่สอง" ก่อนที่รินรดาจะทันได้ทักท้วงสิ่งใด กรณ์ก็กดรหัสทำลายตัวเองของระบบเครือข่ายความทรงจำทั้งหมดลงไป พร้อมกับที่หน้าจอหลักปรากฏภาพนับถอยหลังสิบวินาที—และเสียงทุบประตูกระแทกเข้ามาอย่างบ้าคลั่งจากบุคคลลึกลับที่ก้าวเข้ามาประชิดหน้าห้องแล้ว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับตัวละครด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — นาโนบอทมาสเตอร์
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%