คราบเขม่าดินปืนบนปกเสื้อแจ็คเก็ตหนังของกรณ์ยังคงส่งกลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นหนาทึบของห้องใต้ดินร้างแห่งนี้ มันไม่ใช่กลิ่นที่น่ารื่นรมย์นัก แต่สำหรับยามที่ความตายหายใจรดต้นคอ กลิ่นนี้กลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจว่าเขายังมีลมหายใจ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งกรูผ่านตรอกแคบเบื้องบนเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อประปาชำรุดที่ดัง ‘ติ๊ง… ติ๊ง…’ เป็นจังหวะราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของพวกเขา
ในพื้นที่คับแคบ มีเพียงแสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ จากป้ายร้านค้าด้านนอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแคบๆ เข้ามาอาบไล้ใบหน้าของรินรดา เธอนั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ มือเรียวบางทั้งสองข้างกำแก้วกระดาษที่บรรจุน้ำเย็นจัดเอาไว้แน่น จนข้อนิ้วขาวซีด แม้ภายนอกเธอจะพยายามรักษาท่าทีนิ่งSChum แต่อาการสั่นเทาเล็กๆ ที่ริมฝีปากล่างก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาอันเฉียบคมของกรณ์ไปได้
"คุณกำลังกลัว หรือกำลังเสียดายที่แผนของเราพังไม่เป็นท่ากันแน่ รินรดา"
กรณ์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบอันอึดอัด เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความกดดัน ดวงตาคมกวาดมองสำรวจรอบห้องเพื่อประเมินความปลอดภัย ก่อนจะทิ้งตัวลงพิงผนังปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ
รินรดาเงยหน้าขึ้น ช้าๆ ดวงตาคู่สวยไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉย เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มหยันให้กับสถานการณ์
"กลัวเหรอคะ... เอ่อ... กลัวเหรอครับ?" เธอยั้งคำพูดตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้เสียงราบเรียบ "ฉันไม่ได้กลัวความตาย กรณ์ แต่สิ่งที่ฉันกลัว คือการที่เราตายไปโดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ใครคือคนที่ขโมยความทรงจำของฉันไป... และความทรงจำที่คุณตามหานั้น แท้จริงแล้วมันเคยมีอยู่จริง หรือเป็นแค่เรื่องหลอกลวงที่ระบบสร้างขึ้นมากันแน่"
คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนแผลเก่า กรณ์นิ่งงันไป เขารู้ดีว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดมีความเป็นไปได้ ความว่างเปล่าในหัวของเขาก่อนหน้าที่จะก้าวเข้าสู่โลกใต้ดินแห่งนี้ มันเหมือนกับหน้ากระดาษที่ถูกฉีกทิ้ง ทุกภาพจำในอดีตล้วนเป็นเพียงข้อมูลดิจิทัลที่ถูกป้อนเข้ามา หรือบางที… เขาอาจจะไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรก
ชายหนุ่มหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในซับในเสื้อออกมา วางมันลงบนโต๊ะไม้ผุกร่อนตรงกลางห้อง แสงไฟสีส้มสาดกระทบโลหะสีเงินวาววับ มันคือทั้งหมดที่พวกเขากู้คืนมาได้จากเซิร์ฟเวอร์หลักของ ‘โครงการนีโอ-เมมโมรี่’ ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะล็อกดาวน์
"ข้อมูลในนี้บอกว่า ยีนและโครงสร้างทางประสาทของคุณ ถูกผูกไว้กับรหัสผ่านระดับสูงสุดของระบบ" กรณ์โน้มตัวลงไปข้างหน้า สายตาจดจ้องที่เธอไม่วางตา "รินรดา... ทำไมคนระดับคุณ ถึงกลมาเป็นแค่หนูทดลองในโปรเจกต์ล้างสมองของตัวเอง ตอบผมมาสิ"
รินรดาเบือนหน้าหนี หลบสายตานั้น ความอัดอั้นตันใจฉายชัดผ่านม่านตา เธอยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชื้นเหงื่อ ลมหายใจสะื้นโยนเบาๆ
"คุณคิดว่าฉันอยากให้มันเป็นแบบนี้งั้นเหรอ?" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย เจือด้วยความขมขื่น "ก่อนที่ฉันจะสูญเสียความทรงจำช่วงสามปีนั้นไป ฉันเป็นคนออกแบบอัลกอริทึมในการดึงข้อมูลความทรงจำ... ฉันคิดว่ามันจะช่วยเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและผู้สูญเสียคนที่รัก แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่า... คนที่ทุนหนาเบื้องหลังโปรเจกต์นี้ จะใช้มันเป็นอาวุธในการควบคุมจิตใจมนุษย์ และคนที่เซ็นอนุมัติให้ใช้มนุษย์เป็นหนูทดลองคนแรก... ก็คือตัวฉันเองในอดีต"
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเสียงฝีมือของศัตรูภายนอก กรณ์จ้องมองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านช้ากลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลกประหลาด มันมีความรู้สึกบางอย่างเชื่อมโยงเขากับเธอ มากกว่าแค่เรื่องงาน หรือการร่วมมือกันหลบหนี
"ถ้าอย่างนั้น แผนที่เราจะเข้าไปสำนักงานใหญ่ในคืนนี้..." กรณ์เปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงจริงจังขึ้น "มันไม่ใช่แค่การชิงข้อมูลคืน แต่มันคือการไปทำลายต้นตอทั้งหมด แม้ว่ามันจะหมายถึงการลบตัวตนที่เหลืออยู่ของเราทิ้งไปตลอดกาลด้วย"
รินรดาหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง แววตาสั่นไหวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แน่วแน่ เธอยื่นมือเรียวไปแตะบนแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะ
"ถ้าตัวตนของเรามันสร้างขึ้นมาจากคำโกหก... การทำลายมันทิ้งเสีย อาจจะเป็นการเกิดใหม่อย่างแท้จริงก็ได้ค่ะ... เอ่อ... ก็ได้ครับ" เธอแก้คำพูดพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "ฉันพร้อมแล้ว กรณ์ ถ้าคุณยังกล้าพอที่จะเดิมพันไปกับฉัน"
กรณ์พยักหน้ารับช้าๆ เขาดึงฮู้ดเสื้อขึ้นคลุมศีรษะเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ทว่า…
*กริ๊ก!*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากด้านหลังประตูไม้เก่า ท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดิน มันดังชัดเจนราวกับเสียงฟ้าผ่า กรณ์ชักปืนพกเก็บเสียงออกมาจากเอวในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตู รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดระแวง
ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงพูดคุย มีเพียงจดหมายซองสีน้ำตาลอ่อนถูกสอดเข้ามาใต้ช่องประตู ช้าๆ
กรณ์ส่งสัญญาณมือให้รินรดานิ่งเงียบ เขาเดินเข้าไปใกล้ประตูอย่างระมัดระวัง ใช้ปลายกระบอกปืนเขี่ยซองจดหมายนั้นให้พลิกหงายขึ้น แสงไฟนีออนสาดส่องกระทบตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือดิบๆ บนซอง
*‘พวกแกกำลังเดินเข้าอุ้งมือของฉัน… กรณ์ รินรดา ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่พวกแกหนีไม่พ้น’*
และด้านล่างข้อความนั้น มีตราสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายที่ทรายกำลังไหลย้อนกลับ… สัญลักษณ์ขององค์กรที่ควรจะถูกทำลายไปตั้งแต่สิบปีก่อน
ประตูไม้บานเก่าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นในความมืด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเดินทางฝ่าความมืดนี้มาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
**นาโนบอทมาสเตอร์**
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 17
พักพิงชั่วคราว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!