คราบเขม่าดินปืนจาง ๆ ผสมกลิ่นอับชื้นของท่อระบายน้ำใต้ดินคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าพวกเขายังมีลมหายใจ กรณ์ก้มตัวต่ำแนบกับผนังคอนกรีตเย็นเยียบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ของกองกำลังรักษาความปลอดภัยองค์กรกำลังย่ำผ่านเพดานเบื้องบนอย่างกระชั้นชิด แรงสั่นสะเทือนทำให้เศษฝุ่นร่วงกราวลงมาคล้ายหิมะสีเทาในความมืด
"พวกมันกระจายกำลังปิดล้อมทุกแยกถนนแล้วครับ" เสียงกระซิบของรินรดาแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงหยดน้ำที่กระทบผิวน้ำครึ่งข้อเท้า ดวงตาของเธอในความมืดสะท้อนประกายความเคร่งเครียดที่ซ่อนภายใต้ความนิ่งสงบอย่างน่าทึ่ง
"ทางออกหลักถูกตัดขาดไปตั้งแต่สามนาทีแรกแล้ว" กรณ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาด สายตาของชายหนุ่มกวาดมองผ่านช่องแสงสลัวจากตะแกรงเหล็กด้านบน ซึ่งเห็นรองเท้าคอมแบทสีดำมันวาวเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการจับตัวเรา... แต่ต้องการลบเราออกจากระบบฐานข้อมูลอย่างถาวร"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวบางเอื้อมมากดปลายแขนเสื้อของกรณ์ไว้เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง "คุณยังจำที่ฉันเคยบอกเรื่องรหัสสำรองในศูนย์วิจัยชั้นใต้ดินระดับสามได้ไหมคะ... ถ้าเราถอยไปถึงจุดนั้นไม่ได้ ความทรงจำที่คุณพยายามตามหาจะหายไปตลอดกาล"
"ผมไม่เคยลืม" กรณ์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ท่ามกลางความกดดันมหาศาล แววตาของชายหนุ่มกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ "แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราต้องรอดออกไปจากเขตควบคุมนี้ให้ได้เสียก่อน"
ฉับพลัน! แสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องลงมาจากท่อระบายน้ำอีก10 เมตรข้างหน้า พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่สะท้อนก้องอุโมงค์
"พบเป้าหมายแล้ว! กำลังเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมภาคพื้นดินและใต้ดินทันที!"
เสียงคำรามของวิทยุสื่อสารดังประสานกันระงม กรณ์ไม่รอช้า มือแกร่งกระชับกระบอกปืนในมือมั่น ก่อนจะคว้าข้อมือของรินรดารemออกตัววิ่งฝ่าความมืดไปเบื้องหน้าทันที เสียงกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระเบื้องซีเมนต์ด้านหลังดังสนั่น เศษปูนแตกกระจายเฉียดศีรษะของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงอัดลมจากการยิงทำให้กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศอันอึดอัด
ทั้งสองวิ่งลัดเลาะผ่านเขาวงกตใต้ดินที่ซับซ้อน หัวใจเต้นระรัวตามจังหวะฝีเท้าที่เร่งเร้า กรณ์ใช้ความคุ้นเคยอันเลือนรางจากเศษเสี้ยวอดีตที่หลงเหลือ นำทางผ่านท่อระบายน้ำเก่าแก่อย่างแม่นยำ ทว่าเบื้องหน้าของพวกทางแยกกลับถูกปิดกั้นด้วยประตูกลเหล็กหนาหนักที่ถูกล็อกด้วยระบบดิจิทัล
"เวรเอ๊ย ระบบถูกตัดสัญญาณจากศูนย์กลางแล้ว" รินรดาอุทานเบาๆ ขณะที่นิ้วเรียวพยายามกดแผงควบคุมฉุกเฉินซึ่งขึ้นไฟสีแดงกระพริบเตือนรัว
"ถอยไป" กรณ์ดึงเธอกลับมาอยู่ด้านหลังทันที ชายหนุ่มยกปืนขึ้นเล็งไปยังแผงวงจรเปิดปิดระบบ ก่อนจะลั่นไกสามนัดซ้อน เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟวับวาว ประตูเหล็กบานยักษ์ส่งเสียงครูดคราดก่อนจะเปิดแง้มออกด้วยระบบกลไกสำรอง
"ตามมา!" เขาออกคำสั่งสั้นๆ แล้วพาร่างทั้งสองพุ่งลอดผ่านช่องแคบออกสู่ลานจอดรถร้างใต้ตึกระฟ้าใจกลางเมือง
ลมราตรีพัดปะทะใบหน้าชุ่มเหงื่อ เสียงไซเรนรถลาดตระเวนขององค์กรดังระงมรอบทิศทาง แสงไฟสีแดงฉานหมุนวนสาดส่องไปทั่วบริเวณตึกร้างแห่งนี้ กรณ์กวาดสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ รถยนต์ซีดานสีดำคันหนึ่งจอดสนิทอยู่มุมอับสายตา และที่สำคัญ... เครื่องยนต์ยังคงติดอยู่
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวลงมาจากเบาะหลังของรถคันนั้น แสงไฟสลัวเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายแปลกหน้าผู้กุมกุญแจสำคัญทั้งหมด
"ยินดีต้อนรับสู่การเดินทางบทสุดท้ายครับ... คุณกรณ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระบอกปืนที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังอกขวาของเขาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งความลับนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 16
หนีตายข้ามเมือง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!