"ยินดีต้อนรับสู่โลกความจริงนะ ลูกชายของฉัน"
ประโยคสั้นๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของศูนย์วิจัยใต้ดิน ไร้ซึ่งเสียงก้องกังวาน มีเพียงเสียงคนดังก้องในความเงียบงันของความพินาศ
ควันสีเทาพวยพุ่งจากแผงวงจรควบคุมที่ยังคงมีประกายไฟชอร์ตระยิบระยับ กลิ่นอายของโอโซนผสมผสานกับกลิ่นไหม้ของโลหะและสารเคมีลอยคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศ ศูนย์วิจัยที่เคยเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรมืด บัดนี้เหลือเพียงโครงสร้างเหล็กบิดเบี้ยวและเศษกระจกที่เกลื่อนกราดราวกับสนามรบหลังสงครามล้างโลก
กรณ์ยืนนิ่งสนิท ร่างกายสูงโปร่งเกร็งแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมกริบจดจ้องร่างของชายวัยกลางคนตรงหน้า ผู้ซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเสียจนน่าตกใจ ต่างกันเพียงรอยแผลเป็นลึกที่พาดผ่านดวงตาข้างซ้ายและความเยียบเย็นในแววตาคู่นั้น
ผู้สร้าง... หรือผู้ทำลายกันแน่?
"คุณหมายความว่าอย่างไร" เสียงของกรณ์แหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะทำให้บรรยากาศรอบข้างแข็งค้าง ความทรงจำนับร้อยนับพันที่เคยเชื่อมั่น พังทลายลงในชั่วข้ามคืน ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาด
ชายผู้เป็นพ่อ—หรือผู้ที่อ้างเช่นนั้น—หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา เขาก้าวเท้าช้าๆ ผ่านกองเศษซากคอมพิวเตอร์ รองเท้าหนังบดขยี้แผ่นวงจรจนแตกละเอียด
"ความทรงจำทั้งหมดที่นายมี ฐานข้อมูล ตัวตน ประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่ความแค้นที่ผลักให้นายมาถึงจุดนี้... ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกป้อนเข้าไปในสมองของนายทั้งสิ้น กรณ์" ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นายไม่ใช่เหยื่อ... แต่เป็นผลงานชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบที่สุดของโครงการ 'โครนอส' ต่างหาก"
รินรดาซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น ใบซีดเผือก มือเรียวบางที่กำปืนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาสั่นระริกมองสลับระหว่างกรณ์และชายปริศนา เธอคือนักจิตวิทยาผู้กุมความลับ แต่เวลานี้ เธอกลับตระหนักว่าความลับที่เธอถือครองเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพลวงตาขนาดมหึมา
"โกหก..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ "ฉันตรวจสอบรหัสพันธุกรรม... ฉันตรวจสอบบันทึกการแพทย์ทั้งหมดแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้!"
"กฎข้อแรกของการมีชีวิตอยู่ในองค์กรนี้ รินรดา คือการไม่เชื่อสิ่งที่คุณเห็นด้วยตาเปล่า" ชายคนนั้นหันไปมองเธอ สายตาคมปลาบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจ "บันทึกทางการแพทย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนโง่เชื่อ ส่วนความจริง... ถูกฝังไว้ใต้ชั้นหินนับร้อยเมตรแห่งนี้ ซึ่งตอนนี้ มันได้พังทลายลงพร้อมกับความโลภของพวกมันแล้ว"
แรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่เกิดขึ้นจากเบื้องล่าง โครงสร้างหลักของศูนย์วิจัยส่งเสียงร้องคร่ำครวญ เหล็กกล้าบิดตัวส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว ระบบระบายฉุกเฉินทำงานอัตโนมัติ น้ำทะเลสีดำสนิทเริ่มทะลักเข้ามาตามรอยแตกของผนังคอนกรีต บ่งบอกว่าเวลาของสถานที่แห่งนี้ได้หมดลงแล้ว องค์กรมืดที่เคยแผ่อิทธิพลครอบงำตลาดความทรงจำและชะตากรรมของผู้คนนับล้าน พังทลายลงในชั่วข้ามคืนด้วยมือของพวกมันเอง และความขัดแย้งภายในที่ไร้ทางออก
กรณ์ไม่ได้ขยับเขยื้อนหนีสายน้ำที่กำลังไหลนองเข้ามาสัมผัสข้อเท้า ความเย็นเฉียบซึมซ่านผ่านเนื้อผ้า แต่ความเย็นชาในใจกลับรุนแรงยิ่งกว่า เขามองมือทั้งสองข้างของตนเอง มือที่เคยสังหารคน มือที่เคยปกป้อง และมือที่สั่นเทาด้วยความสับสน
หากทุกอย่างคือเรื่องโกหก... แล้วตัวตนที่แท้จริงของเขาคือใครกันแน่?
"นายจะเลือกอะไรล่ะ กรณ์" ผู้เป็นพ่อหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว แววตาคู่นั้นทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ระหว่างความคาดหวังกับความท้าทาย "จะจมดิ่งไปกับอดีตปลอมๆ ที่พวกมันสร้างขึ้นให้ หรือจะก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจจะเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าความตาย?"
กรณ์เงยหน้าขึ้น สบตากับชายผู้เป็นทั้งต้นกำเนิดและคำสาปของชีวิต บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงคำรามของน้ำที่ทะลักเข้ามากลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึงในโสตประสาท ความคิดนับร้อยวิ่งพล่านในสมอง ก่อนที่มุมปากของชายหนุ่มจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เยียบเย็นและไร้ซึ่งความกลัว
รินรดากลั้นหายใจ เธอรู้ว่าการตัดสินใจในวินาทีนี้จะเปลี่ยนทิศทางของโลกทั้งใบ
"ผมจะเผชิญหน้า..." กรณ์เอ่ยเสียงกระซิบ ทว่ามั่นคงและก้องกังวานในความเงียบ "แต่ไม่ใช่ในฐานะผลงานชิ้นเอกของใคร... ในฐานะของตัวผมเองต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น กรณ์ก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ หมัดขวาซัดเข้าใส่ร่างของผู้เป็นพ่ออย่างเต็มแรง ท่ามกลางเสียงคำรามของโครงสร้างเหล็กที่กำลังถล่มทลายลงมาทับถมทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นจุล
ทว่า ในวินาทีที่หมัดนั้นปะทะเข้ากับเป้าหมาย ร่างของชายวัยกลางคนกลับสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าจางๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท... และเบื้องหลังม่านละอองแสงที่จางหายไปนั้น ปรากฏร่างของเงาสوดลึกลับอีกร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของกรณ์ต้องกระตุกวูบ
"ทำได้ดีมาก... พี่ชาย" เสียงกระซิบกระซากจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน ดังขึ้นชิดริมหูของกรณ์ พร้อมกับปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่กดแนบสนิทอยู่บริเวณท้ายทอยของเขาอย่างแม่นยำ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันนะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 39
รุ่งอรุณหลังพายุ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!