"คุณกำลังพาเราทั้งคู่เดินลงไปในหลุมศพที่ขุดไว้เอง รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ลอดผ่านไรฟัน น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลราวกับบรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้กำลังถูกสูบออกจนหมดสิ้น แววตาของชายหนุ่มจดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ราวกับต้องการจะเฉือนผ่านผิวเนื้อเข้าไปสำรวจความคิดที่แท้จริงเบื้องหลังดวงตากลมโตคู่นั้น
บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง เอกสารข้อตกลงลับเกี่ยวกับการถ่ายโอนสิทธิ์ความทรงจำกลุ่มสุดท้ายถูกกางทับด้วยรอยยับยู่ยี่ เกิดจากแรงบีบมือของกรณ์เมื่อครู่ ขณะที่รินรดายังคงยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เธอมองออกไปเบื้องล่างที่แสงไฟจากเมืองใหญ่เริ่มระยิบระยับแข่งกับความมืดมิดยามค่ำคืน ท่าทีของเธอนิ่งสงบจนน่ากลัว ผิดกับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในห้องนี้
"หลุมศพเหรอคะ... เอ๊ย... หลุมศพหรือครับกรณ์" รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้เรียบเฉยเย็นชาดังเดิม "คุณต่างหากที่มองโลกผ่านกรอบแคบๆ ของความถูกต้อง จนมองไม่เห็นภาพรวมที่แท้จริง อดีตที่พังทลายไปแล้ว มันจะไปมีความหมายอะไร ถ้าเราไม่ยอมใช้มันเป็นบันไดก้าวไปสู่อนาคตที่พวกเราเลือกเอง"
"ทางที่คุณเลือก มันไม่ใช่การก้าวไปข้างหน้า แต่มันคือการขายวิญญาณให้พวกมัน!" กรณ์กระแทกเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างยันขอบโตโน้มตัวลงไปหาหญิงสาว ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดลึกๆ ที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ความโกรธเกรี้ยว "คุณก็รู้ว่าระบบประสาทสังเคราะห์พวกนั้นมันทำลายจิตสำนุึกของมนุษย์ได้มากแค่ไหน ทำไมคุณถึงดื้อรั้นอยากจะผลักดันโปรเจกต์นี้ให้สำเร็จนัก หรือว่า... เบื้องหลังความสำเร็จที่คุณโหยหา มันมีเงาของใครบางคนซ้อนทับอยู่"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงัก รอยยิ้มเย็นชาบนมุมปากของเธอเลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววับอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว เธอยืดตัวตรง ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ความอึดอัดระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว
"ใช่ค่ะ... เออ... ใช่ครับ" รินรดาเน้นเสียงหนักแน่น แววตาดุดันไม่แพ้กัน "ฉันมีเหตุผลของฉัน และมันเป็นเหตุผลที่คุณไม่มีวันเข้าใจ เพราะคุณมัวแต่จมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดในอดีต กรณ์... คุณไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงว่าบางที ตัวตนที่คุณพยายามตามหามาตลอด อาจจะเป็นแค่ความทรงจำปลอมๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมคุณตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่ากลางห้องทำงาน กรณ์ชะงักกึก ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยเฉียบคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดของรินรดาราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามาควักเอาหัวใจของเขาออกไปบีขยี้ ความลับดำมืดที่เขาเก็บงำไว้และพยายามค้นหามาตลอดชีวิต บัดนี้ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทิ่มแทงจากปากของผู้หญิงที่เขาไว้ใจมากที่สุด
"คุณ... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง" เสียงของกรณ์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากขั้วหัวใจ
รินรดาเบือนหน้าหนีเล็กน้อย หลบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและรอยร้าวรานของชายหนุ่ม เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้าด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึกอีกครั้ง
"เพราะฉันคือคนที่ถือรหัสผ่านชุดสุดท้ายนั้นยังไงล่ะคะ... เอ่อ... ครับ" รินรดาเลือกใช้สรรพนามอย่างระมัดระวังมากขึ้นเพื่อไม่ให้เสียหลัก "และเพราะฉันรู้ดีนี่แหละ ฉันถึงต้องหยุดคุณ กรณ์ โปรดเซ็นเอกสารนี่ซะ แล้วปล่อยให้เรื่องนี้จบลงเสียที"
เธอยื่นปากกาหมึกซึมด้ามหรูไปตรงหน้าเขา ปลายปากกาชี้ตรงไปยังช่องลายเซ็นท้ายหน้ากระดาษที่หมายถึงการยอมจำนนต่ออำนาจเบื้องหลังตลาดความทรงจำที่พวกเขาเคยร่วมกันต่อต้านมาด้วยกัน
กรณ์ก้มมองปากกาด้ามนั้น สลับกับใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ซ่อนความสั่นไหวของรินรดา ความทรงจำนับร้อยฉากไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมัยที่พวกเขายังนั่งเคียงบ่าเคียงไหล่ท่ามกลางกองเอกสาร กลิ่นกาแฟยามดึก เสียงหัวเราะท่ามกลางความกดดัน และคำสัญญาที่ว่าจะไม่มีวันยอมจำนนต่อระบบที่บิดเบือนความเป็นมนุษย์
แต่วันนี้... ทุกอย่างแหลกสลายลงตรงหน้า
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองและผิดหวังอย่างถึงที่สุด มือหนาเอื้อมออกไป... ไม่ใช่เพื่อหยิบปากกา แต่ปัดแฟ้มเอกสารทั้งหมดร่วงหล่นลงพื้น กระดาษนับร้อยแผ่นกระจายเกลื่อนกลาดราวกับใบไม้ร่วงหล่นท่ามกลางพายุ
"ผมจะไม่เซ็น และผมจะไม่ยอมให้คุณเดินไปสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับเด็ดขาด รินรดา" กรณ์เอ่ยเสียงต่ำ ชัดถ้อยชัดคำ ทุกพยางค์หนักแน่นราวกับประกาศิต "ถ้าคุณเลือกที่จะเดินไปทางนั้น... ต่อจากนี้ไป เราไม่ใช่พวกเดียวกันอีกต่อไป"
รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของกรณ์ทำให้เธอรู้ทันทีว่า ไม่มีทางโน้มน้าวเขาได้อีกแล้ว ความหวังที่จะดึงเขาร่วมมือกันพังทลายลงในพริบตา
หญิงสาวก้มลงมองเอกสารบนพื้นชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความลังเลทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาเลือดเย็น
"ถ้าคุณเลือกทางนี้ ก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาให้ดีนะคะ... เอ่อ... ครับกรณ์" รินรดาหมุนตัวหันหลังให้ทันที เธอเดินไปยังประตูห้องโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง
เสียงฝีเท้าของเธอดังกระทบพื้นห้องทำงานอย่างมั่นคง ทว่าในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิดประตู เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของกรณ์ก็ดังไล่หลังมาอีกครั้ง
"คิดว่าก้าวออกไปแล้ว จะรอดพ้นจากเงาของอดีตได้จริงๆ งั้นเหรอ? ...จำไว้ รินรดา คนที่สร้างมอนสเตอร์ขึ้นมา ไม่มีวันถูกมอนสเตอร์ตัวนั้นเว้นชีวิตให้หรอกนะ"
รินรดาชะงักมือกึก ร่างเพรียวบางแข็งทื่อไปในทันที ขณะที่เธอกำลังจะผลักประตูเปิดออก เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทก็ดังขึ้น แสงไฟสีแดงกะพริบวาบผ่านเนื้อผ้า พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏบนหน้าจอไร้ชื่อผู้ส่ง:
*[ยืนยันคำสั่งลบความทรงจำเป้าหมาย: "กรณ์" เริ่มต้นกระบวนการในอีก 3 นาทีข้างหน้า]*
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปมองกรณ์ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ประตูห้องทำงานด้านหน้าก็ถูกกระชากเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดสูทสีดำสนิทสามคนที่ก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออกไว้ทั้งหมด และตรงกลางคือนายแพทย์วิวัฒน์ ชายผู้ที่รินรดาคิดว่าหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่กลับยืนยันรอยยิ้มเยียบเย็นส่งมาให้เธอและกรณ์พร้อมกัน
"ขอโทษทีนะคุณรินรดา... ดูเหมือนคุณจะเลือกทางผิด ตั้งแต่คิดจะหักหลังพวกเราตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และจับมือฝ่าฟันอดีตอันมืดมนไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 26
การแตกหัก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!