สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 27

โดดเดี่ยวอีกครั้ง

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอร้อนระอุของดินปืนลอยอวลอยู่ในความเงียบงัน ความเงียบที่ไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่เป็นความเงียบก่อนที่พายุคลั่งจะโหมกระหน่ำซัดเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มเพียงคนเดียว "เธอเลือกทางเดินนี้เอง รินรดา..." เสียงพึมพำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างริมอ่าว เสียงนั้นเรียบเฉย ทว่ากลับสั่นไหวด้วยเศษเสี้ยวความรู้สึกที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น สายตาคมกริบกวาดมองไปยังผืนความว่างเปล่าเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาร่างนับร้อยกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ทีละน้อย ไม่มีรินรดาเคียงข้างอีกต่อไปแล้ว... หญิงสาวผู้เคยเป็นทั้งปริศนาและที่ยึดเหนี่ยวเดียวในโลกอันบิดเบี้ยวนี้ ได้เลือกที่จะหันหลังกลับสู่เส้นทางของเธอ ปล่อยให้เขาต้องยืนหยัดเผชิญหน้ากับมหาอำนาจแห่งตลาดความทรงจำด้วยลำแข้งและลมหายใจของตนเอง ฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่สะท้อนก้องกังวานบนพื้นคอนกรีต กองทัพทหารรับจ้างในชุดเกราะกันกระสุนสีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทางออก ประหนึ่งกรงขังเหล็กที่กำลังบีบแคบเข้ามาทุกขณะ แสงไฟฉายสาดส่องตัดความมืดเป็นลำยาว กวาดหาเป้าหมายด้วยความกระหายเลือด กรณ์สูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความตายไม่ได้ทำให้เขาสะท้าน แต่สิ่งที่บีบคั้นหัวใจคือความจริงที่ว่า มนุษย์เรามักเกิดมาและต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเสมอ มือหนากระชับปืนพกในมือแน่น นิ้วชี้ทาบอยู่บนโกร่งไกอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวที่เขาถอยหลังคือการคำนวณพื้นที่ปะทะ สมองส่วนลึกทำงานอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะ อะดรีนาลีนหลั่งไหลสูบฉีดไปทั่วร่าง กระตุ้นประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวถึงขีดสุด "เป้าหมายอยู่ตรงนั้น! จัดการซะ อย่าให้เหลือแม้แต่ร่องรอย!" เสียงคำรามผ่านวิทยุสื่อสารดังแทรกความเงียบ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งจังหวะขึ้นอย่างน่ากลัว *ปัง!* กระสุนนัดแรกเจาะทะลุกำแพงปูนเหนือศีรษะของกรณ์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษปูนและฝุ่นผงร่วงกราวลงบนไหล่กว้าง ชายหนุ่มไม่รอช้า พุ่งตัวหลบเข้าหลังเสาคอนกรีตหนาได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับลั่นไกสวนกลับไปทันทีโดยไม่ต้องมอง *เปรี้ยง!* เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากความมืด สะท้อนว่ากระสุนของเขาเข้าเป้าอย่างแม่นยำ แต่ทว่า... การล้มศัตรูได้เพียงคนเดียวไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ในเมื่ออีกเก้าสิบเก้าคนกำลังดาหน้าเข้ามาประชิด การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การเอาชนะเพื่อความรอด แต่มันคือการยืดเวลาออกไปให้มากที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลความลับที่รินรดานำติดตัวไปจะปลอดภัยจากการถูกตามล่า กรณ์โผล่ร่างออกจากที่กำบัง ยิงกดดันศัตรูเบื้องหน้าสามนัดซ้อน ก่อนจะวิ่งสลับซิกแซกผ่านซากลังไม้เก่า สายตาคมกวาดมองหาจุดได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ พื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้เสียเปรียบเกินไป เขาต้องหาทางดึงพวกมันเข้าไปในเขตตึกร้างด้านใน ที่ซึ่งการต่อสู้แบบประชิดตัวและสงครามจิตวิทยาจะได้เปรียบกว่า ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินกล้ามเนื้อ บาดแผลเก่าจากการปะทะเมื่อวันก่อนส่งผลให้การเคลื่อนไหวติดขัดเล็กน้อย เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมและลำคอหนา ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้น ทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายความดุดันและเฉียบแหลมไม่เสื่อมคลาย "แกหนีไม่พ้นหريكหรอก กรณ์!" เสียงตะโกนเย้ยหยันดังมาจากผู้บัญชาการหน่วยจู่โจม "นายท่านต้องการความทรงจำในหัวแก กลับมาส่งมอบให้เราซะดีๆ ไม่อย่างนั้นศพของแกจะไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว!" กรณ์หยุดฝีเท้าลงชั่วขณะหลังกำแพงเหล็กขึ้นสนิม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช ความทรงจำงั้นหรือ? สิ่งที่พวกมันต้องการนักหนา แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมจิตใจมนุษย์ก็เป็นได้ แล้วเขาจะยอมมอบมันให้อย่างนั้นหรือ? ไม่มีทาง ชายหนุ่มพลิกตัวกลับออกไป พร้อมกับระเบิดควันพกพาที่ถูกขว้างออกไปเบื้องหน้า กลุ่มควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งบังทัศนียภาพของเหล่าศัตรูทันที เสียงโวยวายและเสียงฝีเท้าที่สะดุดหยุดลงชั่วขณะคือโอกาสทอง กรณ์พุ่งทะยานผ่านกลุ่มควันราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ มีดสั้นเล่มคมถูกชักออกจากซองข้างเอว ปราดเข้าประชิดศัตรูคนแรกที่หลุดเข้ามาในรัศมี การเคลื่อนไหวเงียบเชียบและรวดเร็วดุจภูตผี ปลายมีดคมกริบปาดผ่านลำคอภายใต้เกราะอ่อนอย่างแม่นยำ ร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นโดยไร้เสียงร้อง หนึ่ง... สอง... สาม... เขาลดจำนวนศัตรูลงทีละคน สัมผัสถึงไออุ่นของหยาดโลหิตที่กระเซ็นโดนใบหน้าคมสัน ความรู้สึกผิดบาปเคยเป็นสิ่งรบกวนจิตใจเขาในอดีต แต่เวลานี้ ในความโดดเดี่ยวและโหดร้ายเช่นนี้ มีเพียงสัญชาตญาณดิบเท่านั้นที่จะทำให้เขามีชีวิตรอด ทว่า ความได้เปรียบในความมืดมิดไม่ได้อยู่กับเขาตลอดไป เมื่อควันสีขาวเริ่มจางลง ลำแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาพร้อมๆ กับเสียงกระสุนห่าใหญ่ที่ระดมยิงเข้าใส่ที่กำบังของเขาจนเศษเหล็กกระจายว่อน กรณ์ต้องทิ้งตัวลงหมอบราบไปกับพื้น ฝุ่นผงคละคลุ้งจนแสบจมูก เขาถูกต้อนจนมุมเข้าสู่มุมอับของโกดัง ด้านหลังคือผนังปูนทึบไร้ทางหนี ด้านหน้าคือแนวปืนนับสิบคกระบอกที่เล็งตรงมายังจุดที่เขานอนอยู่ นี่คือจุดจบอย่างนั้นหรือ? ความโดดเดี่ยวที่เขาพยายามหลีกหนีมาตลอด กำลังจะกลายเป็นหลุมศพของเขาในค่ำคืนนี้ใช่ไหม? กรณ์หลับตาลงชั่วพริบตา ปล่อยให้ความมืดมิดภายในจิตใจเข้าครอบงำ ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังแทรกขึ้นมาจากความเงียบด้านบนโครงเหล็กหลังคา ไม่ใช่เสียงของทหารรับจ้าง... แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่เบาราวกับขนนกและคุ้นเคยอย่างประหลาด กรณ์ลืมตาขึ้นทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างหนึ่งทิ้งตัวลงมาจากที่สูง ร่างนั้นตกลงมาคั่นกลางระหว่างเขากับกองทัพศัตรู พร้อมกับเสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ควันสีดำสนิทระเบิดออกรอบตัวผู้มาใหม่ พร้อมกับประกายแสงวาบของคมดาบที่หมุนวนเป็นวงกลมสะท้อนแสงไฟ "อย่าเพิ่งรีบตายสิครับ... คุณกรณ์" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงปืนที่ชะงักง้าง กรณ์จ้องมองแผ่นหลังของบุคคลปริศนาที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาในวินาทีเป็นตายเท่ากัน หัวใจที่เคยด้านชาพลันกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... ผู้ที่ก้าวเข้ามาในยามวิกฤตนี้ ไม่ใช่รินรดา และไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นบุคคลที่เขาไม่อาจคาดคิดได้แม้แต่นิดเดียว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความเข้มข้นนี้ไปกับ "นาโนบอทมาสเตอร์" นะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%