สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 28

เจาะฐานทัพหลัก

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
กลิ่นคาวสนิมและไอเย็นชื้นของคอนกรีตใต้ดินตีเข้าจมูกทันทีที่ประตูห้องนิรภัยชั้นนอกเลื่อนเปิดออกด้วยแรงดันไฮดรอลิก กรณ์ไม่ได้ส่งเสียงหายใจแรง แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะซึมอยู่ตามไรผมและสันหลัง ความเงียบงันภายในศูนย์วิจัยใต้ดินของโครงการโครนัสไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ตรงกันข้าม มันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะคำราม บุคคลที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาในวินาทีเป็นตายเท่ากันเมื่อครู่ลดปากกระบอกปืนลงช้าๆ ควันจางๆ ยังคงลอยกรุ่นออกจากปากลำกล้องสแตนเลสสีด้าน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากเพดานส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายชัดเจน กรณ์จ้องมองนิ่ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนกังขา "คุณ... ไม่ควรมาที่นี่" กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดผ่านไรฟัน ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย "ถ้าผมไม่มา คุณคงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้ซากตึกร้างฝั่งโน้นไปแล้วครับ คุณกรณ์" น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล แต่แฝงรอยยิ้มเยาะหยันจางๆ ที่มุมปาก "สารวัตรภูมิ" ลดปืนลงเก็บเข้าซองพกข้างเอวอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบของนายตำรวจผู้กุมความลับครึ่งค่อนเมืองกวาดมองไปรอบโถงทางเดินกว้างที่ไร้เงายามรักษาการณ์ "ดูท่าทางโครงการโครนัสจะต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดีนะว่าไหม" กรณ์ไม่ตอบคำถาม เขาปรายตามองทางเดินยาวเหยียดที่ทอดยาวลึกลงไปในความมืดเบื้องหน้า ระบบรักษาความปลอดภัยของโครนัสขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี การที่พวกเขาสามารถฝ่าแนวป้องกันชั้นแรกเข้ามาได้ง่ายเกินไป ย่อมไม่ใช่เพราะระบบหละหลวม แต่มันคือกับดักที่จงใจเปิดต้อนรับหนูทดลองให้เดินเข้ากรงด้วยความสมัครใจ เบื้องหลังของพวกเขาทั้งคู่คือประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่ปิดตายด้วยระบบล็อกอัตโนมัติ ทางถอยถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์ ตอนนี้มีเพียงทางเดียวคือเดินหน้า—มุ่งสู่หัวใจสำคัญของฐานทัพหลักเพื่อกระชากหน้ากากความจริงที่ถูกฝังกลบมานานนับทศวรรษ "คุณรู้ทางเข้าลับนี้ได้ยังไง" กรณ์ถามต่อ สายตายังคงจับจ้องไปที่แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ข้างผนังที่มีไฟสัญญาณกะพริบสีแดงเตือนเป็นระยะ "ความลับของกรมตำรวจมีมากกว่าที่คุณคิดครับคุณกรณ์ และที่สำคัญ... ผมเองก็มีบัญชีที่ต้องสะสางกับคนที่อยู่ข้างในนั้นเหมือนกัน" ภูมิปรายตามามองกรณ์ ชั่วแวบหนึ่งในดวงตาของนายตำรวจหนุ่มฉายประกายความแค้นลึกล้ำที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นตามเดิม "รินรดากำลังตกอยู่ในอันตราย ถ้าคุณยังมัวแต่ยืนตั้งคำถาม เราคงได้แค่เก็บศพเธอกลับไปแทน" ชื่อของรินรดาดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจกรณ์ ภาพรอยยิ้มและแววตาที่ซ่อนความลับของเธอผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง แม้ในใจเขาจะเคลือบแคลงสงสัยในตัวเธอมาโดยตลอด แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ผลักดันให้เขาไม่อาจปล่อยให้เธอเผชิญชะตากรรมนี้เพียงลำพัง "นำทางไปสิครับสารวัตร" กรณ์เอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่น ทั้งสองก้าวเดินไปตามทางเดินโลหะที่สะท้อนเสียงฝีเท้าก้องกังวาน บรรยากาศรอบข้างชวนให้รู้สึกอึดอัด ราวกับอากาศถูกสูบออกไปทีละน้อย ผนังสองข้างทางเต็มไปด้วยท่อส่งของเหลวสีฟ้าเรืองแสง ซึ่งส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังหลับใหลอยู่ใต้พื้นพิภพ กรณีกำด้ามปืนในมือแน่น ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกเร้าให้ตื่นตัวถึงขีดสุด เขาไม่ไว้วางใจใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งคนที่กำลังเดินนำหน้าเขาอยู่ตอนนี้ ความทรงจำที่ขาดหายไปของเขาอาจเป็นกุญแจสำคัญที่โครงการโครนัสต้องการ และนั่นหมายความว่า ทุกย่างก้าวที่เขากำลังเดินเข้าไป คือการเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย ติ๊ด! เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเบื้องหน้า ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานพลันสว่างวาบแทนที่แสงสีขาว ทั่วทั้งโถงทางเดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย ราวกับเครื่องจักรกลขนาดยักษ์กำลังถูกเปิดใช้งาน "ระวัง!" ภูมิร้องเตือนพร้อมกับพุ่งตัวเข้าประชิดผนังฝั่งซ้ายในเสี้ยววินาที ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! ลำแสงเลเซอร์สีแดงเข้มพาดผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง ตัดผ่านแผงโลหะข้างทางจนหลอมละลายกลายเป็นจุล หากพวกเขาช้ากว่านั้นเพียงเสี้ยววินาที ร่างคงถูกแบ่งเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว ระบบป้องกันอัตโนมัติของศูนย์วิจัยถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ "ทางนี้!" ภูมิส่งเสียงลอดผ่านเสียงสัญญาณเตือนที่ดังระคนกัน ชายหนุ่มพัง2ประตูห้องควบคุมย่อยด้านข้างด้วยแรงถีบอย่างแรง ก่อนจะดึงตัวกรณ์ให้หลบเข้าไปด้านในพ้นรัศมีคมเลเซอร์ ภายในห้องควบคุมมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยที่ยังคงทำงานอยู่ กรณ์กวาดสายตาสำรวจอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุดกึก ภาพบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องกำลังฉายภาพเหตุการณ์ภายในห้องทดลองหลัก ร่างของรินรดากำลังถูกพันธนาการไว้บนเตียงโลหะด้วยสายเคเบิลอิเล็กทรอนิกส์ ดวงตาของเธอปิดสนิท ขณะที่เข็มฉีดยาขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีเงินยวงกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ต้นแขนของเธออย่างช้าๆ เบื้องหลังกระจกใสบานใหญ่ เงาร่างของชายคนหนึ่งยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา—ใบหน้าที่กรณ์ไม่มีวันลืม แม้จะผ่านไปนานสักเพียงใดก็ตาม "ดร.ภาคภูมิ... พ่อผม..." กรณ์พึมพำออกมาเบาหวิว เสียงของเขาขาดหายไปในลำคอ ความทรงจำที่เคยว่างเปล่าคล้ายถูกกระชากให้เปิดออกด้วยคีมเหล็ก ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาที่ขมับจนต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ ภูมิหันขวับมามองกรณ์ สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น "ไม่ใช่แค่พ่อของคุณหรอกครับคุณกรณ์..." เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นแทรกกลางความโกลาหลจากลำโพงภายในห้องควบคุม เสียงนั้นไม่ได้มาจากระบบอัตโนมัติ แต่เป็นเสียงสดที่ส่งตรงมาจากห้องทดลองหลัก "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกชาย" หน้าจอมอนิเตอร์หลักตัดภาพไปที่ใบหน้าของชายชราผู้มีรอยแผลเป็นลากผ่านดวงตาข้างซ้าย รอยยิ้มบนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวและความยินดีอย่างโรคจิต ขณะที่สายตาทอดมองมายังกล้องวงจรปิดราวกับเขากำลังมองทะลุกำแพงมาสบตากรณ์โดยตรง กรณ์ยืนนิ่งงัน ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ความจริงที่พยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต บัดนี้กำลังยืนรอเขาอยู่ ณ จุดสิ้นสุดของทางเดินนี้แล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดและไขปริศนาไปด้วยกันอย่างเหนียวแน่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%