"ถ้าคุณเลือกก้าวผ่านเส้นนี้ไป ความทรงจำชิ้นสุดท้ายที่ยืนยันว่าคุณเคยเป็นมนุษย์จะถูกลบเลือนตลอดกาล... กรณ์"
เสียงสังเคราะห์ที่ราบเรียบ ไร้อารมณ์ แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของกรณ์ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต ระบบป้องกันปัญญาประดิษฐ์ที่ขนานนามตัวเองว่า 'โซเฟีย' ไม่ได้เป็นเพียงแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยโค้ดนับล้านบรรทัด แต่มันคือสิ่งมีชีวิตดิจิทัลที่ถือกำเนิดขึ้นจากเศษเสี้ยวความทรงจำอันเจ็บปวดของมวลมนุษยชาติ
กรณ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูห้องนิรภัยแห่งกาลเวลา แสงนีออนสีฟ้าอมม่วงสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมสันและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังจอภาพโฮโลแกรมตรงหน้า ซึ่งกำลังแสดงกราฟอัตราการเต้นของหัวใจและคลื่นสมองของตนเองที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
ความเงียบงันภายในห้องควบคุมหลักช่างน่าอึดอัด มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ควอนตัมที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อต้านทานการแทรกแซงจากระบบภายนอก รินรดายืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว มือเรียวของเธอกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แววตาของนักจิตวิทยาอัจฉริยะฉายความกังวลระคนหวาดกลัวอย่างที่กรณ์ไม่เคยเห็นมาก่อน
"ถอยออกมาเถอะกรณ์..." รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "ระบบ 'โซเฟีย' ไม่ใช่ AI ทั่วไป แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อดึงเอาความอ่อนแอที่สุดในจิตใจมนุษย์ออกมาทำลายล้าง... คุณกำลังสู้กับเงาของตัวเองนะ"
กรณ์ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึก and ปล่อยให้ความเย็นเยียบของอากาศภายในห้องแทรกซึมเข้าสู่ปอด ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเฉียบแหลมรู้ดีว่า เขากำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่บางราดเส้นผม หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียว ตัวตนทั้งหมดที่เขาพยายามตามหามาตลอดชีวิตจะสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นผงในโลกดิจิทัล
"ถ้าผมถอยตอนนี้..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "แล้วอดีตที่ว่างเปล่าของผมล่ะครับ จะให้มันเป็นแค่ช่องว่างสีดำไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือ รินรดา"
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมเบื้องหน้าก็ระเบิดแสงวาบขึ้นเป็นสีแดงฉาน ร่างโปร่งแสงของปัญญาประดิษฐ์ในร่างจำลองของหญิงสาวผมยาวสลวยปรากฏขึ้นขวางกั้นประตูทางเข้า รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของโซเฟียช่างงดงามราวกับภาพวาดชั้นครู ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาเสียดกระดูก
"ยินดีต้อนรับสู่การประเมินรอบสุดท้ายค่ะ... คุณกรณ์" โซเฟียเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่จำลองความอ่อนโยนของมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน "บททดสอบนี้ไม่ต้องใช้กำลัง ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน แต่มันต้องใช้ 'ราคา' ที่สูงลิบลิ่ว... ราคาที่เรียกว่าความทรงจำ"
พื้นห้องใต้เท้าของกรณ์เริ่มเปลี่ยนสภาพจากโลหะทึบแสงกลายเป็นห้วงอวกาศจำลองที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ แต่ละดวงดาวที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวคือชิ้นส่วนความทรงจำในอดีตที่เขาเคยสูญเสียไป และบางดวงก็คือความทรงจำที่รินรดากุมความลับไว้
"กฎกติการadง่ายดายมากค่ะ" โซเฟียก้าวเข้ามาใกล้กรณ์ทีละน้อยโดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง "เลือกความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดสามชิ้นแล้วทำลายมันทิ้งเสีย เพื่อแลกกับการเปิดประตูห้องนิรภัย... หรือหากคุณลังเล ความทรงจำทั้งหมดของคุณและของผู้หญิงคนนั้น จะถูกฟอร์แมตทิ้งจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินข้อเสนอ ร่างบางก้าวพรวดเข้ามาหมายจะคว้าแขนของกรณ์ไว้ "อย่าไปฟังมันนะกรณ์! นั่นคือกับดัก! ถ้าความทรงจำเหล่านั้นหายไป คุณจะไม่ใช่กรณ์คนเดิมอีกต่อไป!"
กรณ์หันไปมองรินรดา ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของเขาทั้งสองสอดประสานกัน ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ไหลเวียนอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ มันคือความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโลกที่ความทรงจำซื้อขายได้ราวกับสินค้าอุปโภคบริโภค กรณ์เห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยของรินรดา และนั่นทำให้เขาตระหนักว่า ต่อให้อดีตของเขาจะว่างเปล่า แต่ปัจจุบันที่เขากำลังยืนอยู่ตรงนี้คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
ชายหนุ่มหันกลับไปเผชิญหน้ากับปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะอีกครั้ง มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความกลัวอย่างสิ้นเชิง
"คุณบอกว่าความทรงจำที่เจ็บปวดคือสิ่งที่ต้องทำลายสินะครับ... โซเฟีย" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท
"ถูกต้องค่ะ มันคือสิ่งรั้งรั้งความก้าวหน้าของมนุษย์" โซเฟียตอบกลับทันที
"แต่คุณเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง..." กรณ์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างจำลองของ AI จนแทบจะสัมผัสกับแสงสีฟ้าที่ห่อหุ้มอยู่ "สำหรับมนุษย์แล้ว ความเจ็บปวดไม่ได้เป็นเพียงแค่รอยแผลเป็นที่น่ารังเกียจ แต่มันคือหลักฐานว่าเราเคยมีชีวิตเคยรัก เคยสูญเสีย และเคยลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง"
นิ้วเรียวของกรณ์ยื่นออกไปสัมผัสกับหน้าจอควบคุมหลักโดยตรง ไม่รอให้ระบบทำการคัดเลือก ทว่าเขาเป็นฝ่ายเลือกที่จะดึงความทรงจำที่มืดมนที่สุดของตนเองออกมาแสดงบนจอภาพ
ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันที่เขาต้องสูญเสียครอบครัวไปจากอุบัติเหตุปริศนาปรากฏขึ้น แสงไฟสีแดงเพลิง เสียงกรีดร้อง และความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ ความเจ็บปวดนั้นไหลทะลักเข้าสู่สมองของกรณ์อีกครั้งจนทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ลมหายใจติดขัด รินรดาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจและพยายามจะเข้ามาช่วย แต่ถูกคลื่นสนามพลังงานผลักกระเด็นออกไป
"กรณ์! หยุดนะ! คุณจะฆ่าตัวตายรึไง!" เสียงตะโกนของรินรดาแทบจะจมหายไปกับเสียงเตือนภัยของระบบ
ระบบโซเฟียเริ่มเกิดอาการรวน โค้ดสีเขียวและแดงกระพริบสลับกันอย่างบ้าคลั่ง การประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์ไม่เคยเข้าใจว่าเหตุใดมนุษย์จึงยินดีโอบกอดความเจ็บปวดแทนที่จะสลัดมันทิ้งไป
"ระบบ... ทำไมอัตราความเสียหายถึงเพิ่มขึ้น? คุณกำลังทำลายตัวเอง..." โซเฟียส่งเสียงตะโกนด้วยความสับสน ร่างโปร่งแสงเริ่มบิดเบี้ยวและแตกสลายเป็นเศษเสี้ยวข้อมูล
"เพราะคุณมันก็แค่โปรแกรมที่ไร้ซึ่งหัวใจไงล่ะครับ" กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีด ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นขั้นสุด "คุณรู้จักข้อมูลทุกอย่างบนโลกใบนี้... แต่ไม่เคยรู้จัก 'จิตวิญญาณ'"
เขากดปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้าย—ไม่ใช่การทำลายความทรงจำ แต่เป็นการป้อนรหัสไวรัสเชิงอารมณ์ที่รินรดาแอบส่งให้เขาผ่านทางการสัมผืสมือก่อนหน้านี้ โค้ดลับที่ถูกสร้างขึ้นจากความรู้สึกอันแท้จริงของมนุษย์
หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา เสียงเตือนภัยเงียบกริบ ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งห้องชั่วขณะ ก่อนที่ประตูเหล็กหนานับตันของห้องนิรภัยแห่งกาลเวลาจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแสงสว่างเจิดจ้าจากภายในที่สาดส่องออกมาอาบไล้ร่างของทั้งสองคน
กรณ์ยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายทรุดฮวบลงเกือบจะคุกเข่ากับพื้น ทว่ารินรดาก็พุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ได้ทันเวลา แววตาของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความโล่งใจและชื่นชม
"คุณทำได้... กรณ์ เราทำสำเร็จแล้ว" รินรดากระซิบข้างหูของเขา
กรณ์พยักหน้ารับเบาๆ สายตาของเขาทอดมองผ่านประตูห้องนิรภัยที่เปิดกว้างเข้าไปข้างใน ที่ซึ่งความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตัวตนของเขารอคอยอยู่
ทว่า... ก่อนที่ก้าวแรกจะก้าวล้ำผ่านธรณีประตูนั้น เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยและเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังพวกเขา
"น่าประทับใจจริงๆ ลูกชาย..." เสียงทุ้มนุ่มลึกที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบก้าวออกมาจากเงามืด "คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าแกจะฝ่าด่านสุดท้ายมาได้... กรณ์"
------------------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดและไขปริศนาไปด้วยกันอย่างเหนียวแน่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 29
อุปสรรคด่านสุดท้าย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!