เสียงปลดสลักของเครื่องมือควบแน่นความทรงจำดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบงัน แต่สำหรับกรณ์แล้ว มันกลับดังราวกับเสียงคำรามของฟ้าผ่ากลางฤดูฝน
แผงควบคุมโฮโลแกรมตรงหน้าฉายภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน—วันที่ครอบครัวของเขาถูกกลืนหายไปกับความโลภขององค์กรไร้ชื่อเสียงเรียนาม ภาพใบหน้าของมารดาและรอยยิ้มสุดท้ายของน้องสาวกำลังสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีคราม มันคือความทรงจำชิ้นสุดท้ายที่ถูกขโมยไป และตอนนี้ มันกำลังรอให้เขาเอื้อมมือไปดึงกลับคืนมาเป็นของตนเองอย่างสมบูรณ์
"ถ้าคุณกดปุ่มนั้น... ทุกอย่างที่เป็นของคุณ จะกลับคืนมาในเสี้ยววินาที"
เสียงของรินรดาแผ่วเบา เธอยืนอยู่ริมขอบหน้าต่างของห้องควบคุมชั้นที่ร้อยห้า มองออกไปเบื้องล่างคือมหานครในยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟนีออนราวกับดวงดาวบนพื้นดิน มือบางของเธอกำแฟ้มข้อมูลลับแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
กรณ์ไม่ได้หันไปมองเธอ สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ปุ่มสีแดงเลือดนกบนแผงควบคุม ระบบปฏิบัติการ "โครโนส" กำลังนับถอยหลังอีกสามนาที หากเขาเลือกเส้นทางนี้ พลังงานทั้งหมดของโครงข่ายควอนตัมทั่วโลกจะถูกดึงมาใช้เพื่อการรีเซ็ตความทรงจำส่วนบุคคลของเขาเพียงคนเดียว ผลลัพธ์คือความทรงจำและตัวตนที่หายไปจะกลับคืนสู่สมอง แต่มันจะสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้เกราะป้องกันรังสีแม่เหล็กโลกที่ปกป้องมนุษยชาติหลายพันล้านชีวิตจากพายุสุริยะ... ล่มสลายลงทันที
ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ ลมหายใจเข้าออกลึกและยาวนาน ความเจ็บปวดจากการสูญเสียกัดกินหัวใจเขามานานนับปี มันคือแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และตอนนี้ ยาแก้ปวดขนานเดียวที่เขาเฝ้ารอมาตลอดชีวิตอยู่ห่างจากปลายนิ้วเพียงแค่เอื้อม
"คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร รินรดา" กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เฉียบคมดั่งใบมีด "สิบปีที่ผมมีชีวิตอยู่เหมือนคนตายซาก ก็เพื่อวันนี้... วันที่จะได้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร"
รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แววตาของนักจิตวิทยาอัจฉริยะสั่นระริกเต็มไปด้วยความลังเลและความรู้สึกผิดที่ซ่อนเร้นมานาน เธอก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตปะปนกับกลิ่นอายความเครียดในห้องแคบๆ นี้
"แล้วคนอีกสี่พันล้านคนล่ะครับ, กรณ์?" รินรดาเค้นเสียงถาม คำพูดของเธอสั่นเครือแต่ทรงพลัง "เด็กๆ ที่กำลังนอนหลับอยู่ในบ้านเรือน ผู้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ... พวกเขากำลังจะกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตาเดียว เพียงเพราะความเห็นแก่ตัว... หรือจะเรียกว่าความยุติธรรมในแบบของคุณกันแน่?"
คำพูดนั้นราวกับมีตบะลงทัณฑ์ตอกย้ำลงกลางใจ กรณ์ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นคมกริบสะท้อนแสงสีแดงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกสั่งสอน เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดนั้นคือความจริงอันโหดร้าย
"ความยุติธรรมสำหรับผม มันถูกพรากไปก่อนที่ผมจะได้เติบโตเสียอีก" กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดแผงควบคุม ปลายนิ้วชี้ห่างจากปุ่มสีแดงเพียงแค่เซนติเมตรเดียว "ทำไมผมต้องแบกรับภาระในการปกป้องโลกที่ทอดingผมตั้งแต่แรกด้วย?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงเตือนภัยของระบบที่ดัง ติ๊ด... ติ๊ด... เป็นจังหวะบีบหัวใจ ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการตัดสินใจระหว่างการเยียวยาจิตวิญญาณอันแตกสลายของตนเอง กับการเป็นฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระโดยไม่มีใครจารึกชื่อ
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอยกปืนพกขนาดเล็กขึ้นมาเล็งตรงมาที่ร่างของชายหนุ่ม มือที่ถืออาวุธสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด แต่นัยน์ตากลับแน่วแน่
"ถ้าคุณกดมัน... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนหยุดคุณด้วยมือของฉันเอง" เธอเอ่ยเสียงสั่น "ฉันยอมให้คุณเกลียดฉันไปจนวันตาย ดีกว่าต้องเห็นคุณกลายเป็นฆาตกรล้างเผ่าพันธุ์ตัวเอง"
กรณ์มองปืนในมือเธอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างขื่นขม ชายหนุ่มไม่ถอยหนี เขากลับขยับตัวเข้าไปใกล้ปากกระบอกปืนเสียด้วยซ้ำ จนปลายเหล็กเย็นเฉียบแนบชิดกับเสื้อสูทบริเวณหน้าอกด้านซ้าย
"คุณกล้าเหรารินรดา?" กรณ์กระซิบเสียงต่ำ ชิดใบหูของเธอเมื่อก้าวเข้าไปประชิด "คุณรู้ดีว่าฉันไม่อาจตายได้... จนกว่าความจริงจะปรากฏ แต่ถ้าคุณเหนี่ยวไกตอนนี้ ทุกความลับก็จะตายไปพร้อมกับฉัน รวมถึงความลับเบื้องหลังองค์กรของคุณด้วย"
นิ้วของรินรดาชะงัก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ค้นหาความลังเลหรือความกลัว แต่มันว่างเปล่า—ว่างเปล่าเสียจนน่ากลัว กรณ์ในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้สูญเสียที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือปีศาจแห่งกาลเวลาผู้พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งเพื่อแลกกับความทรงจำที่หายไป
หน้าจอโครโนสแสดงเวลาถอยหลังเหลือเพียง... สามสิบวินาทีสุดท้าย
เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผมของกรณ์ หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำที่ขาดหายไปแวบเข้ามาในหัวสมองเป็นภาพตัดปะ—เสียงหัวเราะของแม่, กลิ่นอายของบ้านเก่า, และความมืดมิดในคืนวันหายนะ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังร้องเรียกให้เขากลับบ้าน กลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริง
ทว่า ในขณะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะออกแรงกดลงบนปุ่มสีแดงนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงกระจกนิรภัยด้านหลังแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงกว่ากระสุนปืน ร่างนั้นกระแทกร่างของกรณ์กระเด็นออกห่างจากแผงควบคุมในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนครบกำหนดเวลา
กรณ์ล้มกลิ้งไปบนพื้นห้องเศษแก้วกระจายบาดผิวเนื้อจนเลือดซึม เขาพยุงตัวลุกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว หันไปมองผู้ที่ขัดขวางการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของตนเอง
ทว่า เมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้มาใหม่ หัวใจของกรณ์ก็แทบหยุดเต้น ลมหายใจสะดุดกึก รินรดาถึงกับทำปืนหลุดมือร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
บุคคลที่ยืนอยู่หน้าแผงควบคุม... กำลังเอื้อมมือไปกดปุ่มปิดระบบโครโนสด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่คุ้นตาเสียยิ่งกว่าเงาในกระจก
และใบหน้านั้น... คือใบหน้าเดียวกับกรณ์ราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และจับมือฝ่าฟันอดีตอันมืดมนไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 25
ทางเลือกสองแพร่ง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!